ไฮไลต์การแข่งขันฟุตบอล เวโรน่า Vs อินเตอร์ มิลาน 

Home >> คาสิโน ออนไลน์ >> บาคาร่า >> ไฮไลต์การแข่งขันฟุตบอล เวโรน่า Vs อินเตอร์ มิลาน 

 

ไฮไลต์การแข่งขันฟุตบอลกัลโช่ เซเรีย อา

ระหว่างเอลลาส เวโรน่า 1-2 อินเตอร์ มิลาน 

วันที่ 30 ตุลาคม 2560 เวลา 02:00 น.

สนามแข่งขัน :Stadio M. A. Bentegodi

ผู้ตัดสิน :Claudio Gavillucci

 

 

บาคาร่ามันๆ กับดีลเลอร์สาวสวย ที่พร้อมมาให้บริการลูกค้าทุกท่าน ส่วนบาคาร่ากันสดๆไปพร้อมกับรับชมสัญญาณภาพ Livestreaming สดจากทางคาสิโน บริการ ฝาก/ถอน ที่รวดเร็วทันใจไม่เกิน 1 นาที เล่ยกับเราตอนนี้ได้ที่ >>> COPA888

เรามาดูกันเลยว่าทั้ง 2 ทีมนั้นจัดแผนไหนมาสู้กัน

 

Hellas Verona จัดตัวมาในแผน 4 – 4 – 2   

 

ผู้รักษาประตู : Nicolas

กองหลัง :Romulo ,Thomas Heurtaux , Antonio Caracciolo , Samuel Souprayen

กองกลาง :Daniele Verde , Daniel Bessa , Marco Ezio Fossati , Mohamed Fares

กองหน้า :Alessio Cerci , Moise Kean

ผู้เล่นสำรอง : Bruno Zuculini , Giampaolo Pazzinii , Marco Silvestri,Mattia Zaccagni  ,Seung-Woo Lee ,Mattia Valoti , Enrico Bearzotti

ผู้จัดการทีม :Fabio Pecchia

Inter จัดตัวมาในแผน 4 – 2 – 3 – 1  

 

ผู้รักษาประตู : Samir Handanovic

กองหลัง : Danilo D’Ambrosio , Milan Skriniar , Miranda , Yuto Nagatom

กองกลาง :Matias Vecino ,Roberto Gagliardini, Antonio Candreva ,Borja Valero , Ivan Perisic

กองหน้า :Mauro Icardi

ผู้เล่นสำรอง : Joao Cancelo, Joao Mario , Andrea Ranocchia ,Yann Karamoh , Davide Santon ,  Eder ,Daniele Padelli , Marcelo Brozovic

ผู้จัดการทีม : Christian Streich

จังหวะสำคัญๆต่างๆในเกมนี้

 

นาทีที่ 4 ‘ Milan Skriniar จ่ายบอลให้ Ivan Perisic ยิงหลุดกรอบออกไป

นาทีที่ 8 ‘ อินเตอร์บุกมาอีกครั้ง Danilo D’Ambrosio จ่ายบอลให้  Matías Vecino ยิงหน้ากรอบเขตโทษบอลไม่ตรงกรอบ

นาทีที่ 16 ‘ จังหวะสวนกลับเร็วของอินเตอร์ Antonio Candreva เลี้ยงบอลขึ้นมาไหลเข้ากลางให้ Mauro Icardi ยิงตามน้ำบอลหลุดเสาออกไป

นาทีที่ 22 ‘ จังหวะลูกเตะมุมของทีมเยือน Matías Vecino ขึ้นโหม่งบอลเข้ามือผู้รักษาประตู

นาทีที่ 33 ‘ เกมหยุดลงชั่วคราว Moise Kean  ได้รับบาดเจ็บ

นาทีที่ 35 ‘ โอกาสของอินเตอร์ มิลาน Ivan Perisic ขึ้นเกมมาฝั่งซ้ายเปิดโด่งเข้าไปหน้าประตูให้ Borja Valero วิ่งสอดขึ้นมาโหม่งบอลข้ามคานออกไป

นาทีที่ 36 ‘ Goal !! จังหวะขึ้นเกมของทีมเยือน Antonio Candreva  เปิดบอลจากขวาเข้าไปหน้ากรอบ 6 หลาบอลเลยมาที่ Borja Valero ยืนคนเดียวโล่งๆหน้าประตูแปบอลเข้าไปตุงตาข่ายขึ้นนำ 0 – 1

นาทีที่ 38 ‘  Mohamed Fares รับใบเหลือง

นาทีที่ 44 ‘ เกมบุกของอินเตอร์อีกครั้ง Antonio Candreva เปิดบอลเข้าไปหน้าประตู Miranda ขึ้นโหมางบอลเข้ามือผู้รักษาประตู Nicolas

หมดครึ่งแรก

นาทีที่ 47 ‘ Ivan Perisic วิ่งเบียดมากับกองหลังก่อนจะหาจังหวะยิงด้วยขวาบอลข้ามคานไปไกล

นาทีที่ 50 ‘ Ivan Perisic จ่ายบอลให้ Matías Vecino ได้ยิงบอลหลุดกรอบออกไป

นาทีที่ 51 ‘ Roberto Gagliardini รับใบเหลือง

นาทีที่ 54 ‘ โอกาสของเจ้าบ้าน Alessio Cerci เลี้ยงบอลมาหน้ากรอบเขตโทษซัดเต็มข้อบอลเหินข้ามคาน

นาทีที่ 56 ‘ จุดโทษ !! เจ้าบ้านเฮ Samir Handanovic ไปทำฟาวล์ใส่ Alessio Cerci ล้มลงไปในเขตโทษกรรมการเป่าเป็นจุดโทษทันที

นาทีที่ 58 ‘ Goal !!  เอลลาส เวโรน่า ตีเสมอจนได้จากลูกจุดโทษของ   Giampaolo Pazzini  ยิงเข้าไปไม่พลาดเสมอกัน 1 – 1

นาทีที่ 63 ‘ จังหวะลูกเตะมุมของอินเตอร์ Antonio Candreva เปิดบอลเข้ามา Matías Vecino ขึ้นโหม่งบอลชนคาน

นาทีที่ 64 ‘ เอลลาส เวโรน่า เปลี่ยนตัวเอา Daniel Bessa ออกแล้วส่ง Bruno Zuculini ลงมาเล่นแทน

นาทีที่ 67 ‘ Goal !! จังหวะเตะมุมของอินเตอร์ มิลาน กองหลังเจ้าบ้านโหม่งบอลเคลียร์ทิ้งไม่ขาดบอลมาตกที่  Ivan Perisic  เก็บตกแถวสองยิงเต็มข้อเข้าไปขึ้นนำอีกครั้ง 1 – 2

นาทีที่ 69 ‘  Alessio Cerci ยิงบอลติดบล็อคกองหลัง

นาทีที่ 74 ‘ อินเตอร์เปลี่ยนตัวเอา  Antonio Candreva ออกแล้วส่ง Marcelo Brozovic ลงมาเล่นแทน

นาทีที่ 79 ‘ อินเตอร์เปลี่ยนตัวเอา  Borja Valero ออกแล้วส่ง João Cancelo ลงมาเล่นแทน

นาทีที่ 79 ‘ เวโรน่าเปลี่ยนตัวเอา Alessio Cerci ออกแล้วส่ง Lee Seung-Woo ลงมาเล่นแทน

นาทีที่ 86 ‘ อินเตอร์เปลี่ยนตัวเอา Mauro Icardi. ออกแล้วส่ง Éder ลงมาเล่นแทน

นาทีที่ 89 ‘ โอกาสทองของอินเตอร์  Marcelo Brozovic เปิดบอลจากด้านข้างเข้าไปหน้าประตู Milan Skriniar  ขึ้นโหม่งบอลข้ามคานออกไป

นาทีที่ 89 ‘  Giampaolo Pazzini รับใบเหลือง

นาทีที่ 90+5 ‘  Lee Seung-Woo รับใบเหลือง

จบเกมส์ เอลลาส เวโรน่า 1-2 อินเตอร์ มิลาน

สถิติต่างๆที่เกิดขึ้นตลอดทั้งเกมนี้

 

ตารางคะแนนหลังจบเกมส์

 


บาคาร่า คาสิโน เสือมังกร และเกมอื่นๆอีกมากมายมาไว้ให้ลูกค้าทุกท่านได้เล่นบนคอมพิวเตอร์ หรือบนมือถือของท่านได้แล้วตอนนี้ ฝาก/ถอน ได้อย่างง่ายดาย อดใจรอไม่ถึง 1 นาที พร้อมทีมงาน Call Center ที่คอยให้บริการลูกค้าทุกท่านตลอด 24 ชั่วโมง สนใจเข้ามาร่วมเล่นกับเราได้เลยที่ >>> COPA888

 

ไฮไลต์การแข่งขันฟุตบอลกัลโช่ เซเรีย อา

ระหว่างเอลลาส เวโรน่า 1-2 อินเตอร์ มิลาน 

วันที่ 30 ตุลาคม 2560 เวลา 02:00 น.

สนามแข่งขัน :Mercedes-Benz Arena

ผู้ตัดสิน :-

 

 

บาคาร่ามันๆ กับดีลเลอร์สาวสวย ที่พร้อมมาให้บริการลูกค้าทุกท่าน ส่วนบาคาร่ากันสดๆไปพร้อมกับรับชมสัญญาณภาพ Livestreaming สดจากทางคาสิโน บริการ ฝาก/ถอน ที่รวดเร็วทันใจไม่เกิน 1 นาที เล่ยกับเราตอนนี้ได้ที่ >>> COPA888

Continue reading “ไฮไลต์การแข่งขันฟุตบอล เอลลาส เวโรน่า Vs อินเตอร์ มิลาน “

 

ไฮไลต์การแข่งขันฟุตบอลบุนเดสลีกา

ระหว่างสตุ๊ตการ์ต 3 – 0 ไฟร์บวร์ก

วันที่ 29 ตุลาคม 2560 เวลา 02:00 น.

สนามแข่งขัน :Mercedes-Benz Arena

ผู้ตัดสิน :-

 

 

บาคาร่ามันๆ กับดีลเลอร์สาวสวย ที่พร้อมมาให้บริการลูกค้าทุกท่าน ส่วนบาคาร่ากันสดๆไปพร้อมกับรับชมสัญญาณภาพ Livestreaming สดจากทางคาสิโน บริการ ฝาก/ถอน ที่รวดเร็วทันใจไม่เกิน 1 นาที เล่ยกับเราตอนนี้ได้ที่ >>> COPA888

Continue reading “ไฮไลต์การแข่งขันฟุตบอล สตุ๊ตการ์ต Vs ไฟร์บวร์ก”

ไฮไลต์การแข่งขันฟุตบอลลีกา ซาเกรส โปรตุเกส

ระหว่าง ลิเวอร์พูล vs ฮัดเดอร์ฟิลด์

วันที่ 28 ตุลาคม 2560 เวลา 21:00 น.

สนามแข่งขัน : Anfield

ผู้ตัดสิน : Kevin Friend

 


รายชื่อของนักเตะทั้ง 2 ทีม

 

 

ลิเวอร์พูล จัดตัวมาในแผน 4-3-3

 

ผู้รักษาประตู : Simon Mignolet

กองหลัง : Joseph Gomez, Joel Matip, Ragnar Klavan, Alberto Moreno

กองกลาง : James Milner, Jordan Henderson, Georginio Wijnaldum

กองหน้า : Mohamed Salah, Daniel Sturridge, Roberto Firmino

ผู้เล่นสำรอง : Loris Karius, Marko Grujic, Alex Oxlade-Chamberlain, Emre Can, Andrew Robertson, Dominic Solanke, Benjamin Woodburn

ผู้จัดการทีม : Jurgen Klopp

 

ฮัดเดอร์ฟิลด์ จัดตัวมาในแผน 4-2-3-1

 

ผู้รักษาประตู : Jonas Loessl

กองหลัง : Tom Smith, Mathias Joergensen, Christopher Schindler, Chris Loewe

กองกลาง : Daniel Williams, Jonathan Hogg, Rajiv van La Parra, Aaron Mooy, Thomas Ince

กองหน้า : Laurent Depoitre

ผู้เล่นสำรอง : Scott Malone, Elias Kachunga, Martin Cranie, Collin Quaner, Steve Mounie, Robert Green, Florent Hadergjonaj

ผู้จัดการทีม : David Wagner

เรามาดูกันเลยว่าทั้ง 2 ทีมนั้นจัดแผนไหนมาสู้กัน

 

จังหวะสำคัญๆต่างๆในเกมนี้

 

นาทีที่ 34′ Huddersfield Town ได้เพปลี่ยนตัวผู้เล่น โดยที่พวกเขาได้ส่ง Elias Kachunga ลงมาแทน Rajiv van La Parra ที่ถูกเปลี่ยนตัวออกไปก่อนหน้านี้ เนื่องจากได้รับบาดเจ็บระหว่างการแข่งขัน

นาทีที่ 41′ Tommy Smith โดนใบเหลืองไป เป็นใบเหลืองแรกของเกมนี้ จากจังหวะการทำฟาวล์ของเขาในจังหวะก่อนหน้านี้ ที่เขาไปทำฟาวล์ใส่ Roberto Firmino

นาทีที่ 42′ Mohamed Salah รับหน้าที่สังหารจุดโทษ แต่เขาได้พลาดจุดโทษไปเนื่องจากผู้รักษาประตูเซฟลูกยิงเอาไว้ได้

นาทีที่ 50′ Daniel Sturridge ยิงบอลด้วยเท้าซ้าย จากตรงกลางของกรอบเขตุโทษ บอลพุ่งเข้าไปตรงกลางประตู เจ้าบ้านขึ้นนำจนได้ในช่วงต้นครึ่งหลัง สกอร์ตอนนี้อยู่ที่ 1-0

นาทีที่ 58′ James Milner เปดิบอลไปให้กับเพื่อนร่วมทีมได้ลุ้นเลยในลูกนี้

นาทีที่ 58′ Roberto Firmino เทคตัวขึ้นโหม่งบอลจ่อๆหน้ากรอบเขตโทษ บอลเสียบโคนเสาด้านซ้ายเข้าไป เจ้าบ้านนำห่างออกปเป็น 2-0

นาทีที่ 66′ Liverpool ได้เพปลี่ยนตัวผู้เล่น โดยที่พวกเขาได้ส่ง Alex Oxlade-Chamberlain ลงมาแทน Roberto Firmino

นาทีที่ 69′ Huddersfield Town ได้เพปลี่ยนตัวผู้เล่น โดยที่พวกเขาได้ส่ง Florent Hadergjonaj ลงมาแทน Tommy Smith

นาทีที่ 69′ Huddersfield Town ได้เพปลี่ยนตัวผู้เล่น โดยที่พวกเขาได้ส่ง Steve Mounie ลงมาแทน Danny Williams

นาทีที่ 74′ Liverpool ได้เพปลี่ยนตัวผู้เล่น โดยที่พวกเขาได้ส่ง Emre Can ลงมาแทน Daniel Sturridge

นาทีที่ 75′ Mohamed Salah ส่งบอลต่อไปให้กับเพื่อนร่วมทีม

นาทีที่ 75′ Georginio Wijnaldum ยิงด้วยเท้าขวา จากตรงกลางของกลอบเขตโทษ บอลพุ่งเสียบสามเหลี่ยมขวาเข้าประตูไป เจ้าบ้านออกนำห่างออกไปเรื่อยๆเป็น 3-0

นาทีที่ 81′ Liverpool ได้เพปลี่ยนตัวผู้เล่น โดยที่พวกเขาได้ส่ง Dominic Solanke ลงมาแทน Mohamed Salah

จบเกม ลิเวอร์พูล 3 – 0 ฮัดเดอร์ฟิลด์

 

ลิเวอร์พูล 3 – 0 ฮัดเดอร์ฟิลด์

 

 

สถิติต่างๆที่เกิดขึ้นตลอดทั้งเกมนี้

 

ตารางคะแนนหลังจบเกมส์

 

 


แทงบอลออนไลน์ แทงบอลกับเราได้ตลอด 24 ชั่วโมง บริการ ฝาก/ถอน รวดเร็วทันใจเพียง 1 นาที ไม่ต้องรอดำเนินการ มีบอลให้ลูกค้าทุกท่านได้เล่นในทุกๆลีกบนโลกใบนี้ เรารวบรวมเอามาไว้บนมือถือ หรือคอมพิวเตอร์ของท่านแล้ว สนใจร่วมลงทุนกับเรา คลิกเลย >>> COPA888

 

 

ไฮไลต์การแข่งขันฟุตบอลลีกา ซาเกรส โปรตุเกส

ระหว่างเบนฟิก้า 1-0 เฟยเรนเซ่

วันที่ 27 ตุลาคม 2560 เวลา 02:00 น.

สนามแข่งขัน :Estadio da Luz

ผู้ตัดสิน :-

 

 

บาคาร่ามันๆ กับดีลเลอร์สาวสวย ที่พร้อมมาให้บริการลูกค้าทุกท่าน ส่วนบาคาร่ากันสดๆไปพร้อมกับรับชมสัญญาณภาพ Livestreaming สดจากทางคาสิโน บริการ ฝาก/ถอน ที่รวดเร็วทันใจไม่เกิน 1 นาที เล่ยกับเราตอนนี้ได้ที่ >>> COPA888

Continue reading “ไฮไลต์การแข่งขันฟุตบอล เบนฟิก้า Vs เฟยเรนเซ่”

ไฮไลต์การแข่งขันฟุตบอล แคปิตอล วัน คัพ

ระหว่าง

เชลซี 2-1 เอฟเวอร์ตัน

วันที่ 25 ตุลาคม 2560 เวลา 02:00 น.

สนามแข่งขัน :Stamford Bridge

ผู้ตัดสิน :-

 

 

บาคาร่ามันๆ กับดีลเลอร์สาวสวย ที่พร้อมมาให้บริการลูกค้าทุกท่าน ส่วนบาคาร่ากันสดๆไปพร้อมกับรับชมสัญญาณภาพ Livestreaming สดจากทางคาสิโน บริการ ฝาก/ถอน ที่รวดเร็วทันใจไม่เกิน 1 นาที เล่ยกับเราตอนนี้ได้ที่ >>> COPA888

Continue reading “ไฮไลต์การแข่งขันฟุตบอล เชลซี Vs เอฟเวอร์ตัน”

ไฮไลต์การแข่งขันฟุตบอลลีกเอิง ฝรั่งเศส

ระหว่าง

โอลิมปิก มาร์กเซย 2-2 ปารีส แซงต์ แชร์กแมง

วันที่ 23 ตุลาคม 2560 เวลา 01:45 น.

สนามแข่งขัน :Stade Orange Velodrome

ผู้ตัดสิน :Ruddy Buquet 

 

 

บาคาร่ามันๆ กับดีลเลอร์สาวสวย ที่พร้อมมาให้บริการลูกค้าทุกท่าน ส่วนบาคาร่ากันสดๆไปพร้อมกับรับชมสัญญาณภาพ Livestreaming สดจากทางคาสิโน บริการ ฝาก/ถอน ที่รวดเร็วทันใจไม่เกิน 1 นาที เล่ยกับเราตอนนี้ได้ที่ >>> COPA888

Continue reading “ไฮไลต์การแข่งขันฟุตบอล โอลิมปิก มาร์กเซย Vs ปารีส แซงต์ แชร์กแมง”

ไฮไลต์การแข่งขันฟุตพรีเมียร์ลีก อังกฤษ

ระหว่าง แมนฯ ซิตี้ vs เบิร์นลีย์

วันที่ 21 ตุลาคม 2560 เวลา 21:00 น.

สนามแข่งขัน : Etihad Stadium

ผู้ตัดสิน : Roger East

 

 

เรามาดูกันเลยว่าทั้ง 2 ทีมนั้นจัดแผนไหนมาสู้กัน

 

 

แมนฯ ซิตี้ จัดตัวมาในแผน 4 – 3 – 3

 

ผู้รักษาประตู : Ederson Moraes

กองหลัง : Kyle Walker, John Stones, Nicolas Otamendi, Fabian Delph

กองกลาง : Kevin de Bruyne, Fernandinho, David Silva

กองหน้า : Bernardo Silva, Sergio Aguero, Leroy Sane

ผู้เล่นสำรอง : Claudio Bravo, Danilo, Raheem Sterling, Ilkay Guendogan, Eliaquim Mangala, Gabriel Jesus, Yaya Toure

ผู้จัดการทีม : Josep Guardiola

 

เบิร์นลีย์ จัดตัวมาในแผน 4 – 4 – 1 – 1

 

ผู้รักษาประตู : Nick Pope

กองหลัง : Matthew Lowton, James Tarkowski, Ben Mee, Stephen Ward

กองกลาง : Robert Brady, Steven Defour, Jack Cork, Scott Arfield, Jeff Hendrick

กองหน้า : Chris Wood

ผู้เล่นสำรอง : Charlie Taylor, Ashley Barnes, Johann Berg Gudmundsson, Ashley Westwood, Anders Lindegaard, Phil Bardsley, Kevin Long

ผู้จัดการทีม : Sean Dyche

 

 

จังหวะสำคัญๆต่างๆในเกมนี้

 

นาทีที่ 20′ Burnley เปลี่ยนตัวผู้เล่นโดยที่ถอด Chris Wood ออกและส่ง Ashley Barnes ลงมาแทน เนื่องจากได้รับบาดเจ็นในระหว่างการแข่งขัน

นาทีที่ 29′ James Tarkowski โดนใบเหลืองไปเป็นคนแรกของเกมนี้ จากจังหวะการฟาวล์ก่อนหน้านี้ ที่เขาไปทำฟาวล์ใส่ Bernardo Silva

นาทีที่ 29′ Leroy Sané โดนใบเหลืองไปเป็นคนที่ 2 ของเกมนี้ จากจังหวะการฟาวล์ก่อนหน้านี้ ที่เขาไปทำฟาวล์ใส่ Nick Pope

นาทีที่ 30′ Sergio Agüero รับหน้าที่สังหารจุดโทษ และเขาก็ไม่พลาด ยิงบอลด้วยเท้าขวา บอลพุ่งเสียบโคนเสาด้านขวาเข้าประตูไป เจ้าบ้านออกนำก่อนด้วนสกอร์ 1-0

นาทีที่ 44′ Fernandinho โดนใบเหลืองไปเป็นคนที่ 3 ของเกมนี้ จากจังหวะการฟาวล์ก่อนหน้านี้ ที่เขาไปทำฟาวล์ใส่ Robbie Brady

นาทีที่ 52′ Jack Cork โดนใบเหลืองไปเป็นคนที่ 4 ของเกมนี้ จากจังหวะการฟาวล์ก่อนหน้านี้ ที่เขาไปทำฟาวล์ใส่ Fabian Delph

นาทีที่ 57′ Ashley Barnes โดนใบเหลืองไปเป็นคนที่ 5 ของเกมนี้ จากจังหวะการฟาวล์ก่อนหน้านี้ ที่เขาไปทำฟาวล์ใส่ Nicolás Otamendi

นาทีที่ 71′ Burnley เปลี่ยนตัวผู้เล่นโดยที่ถอด Jeff Hendrick ออกและส่ง Johann Berg Gudmundsson ลงมาแทน

นาทีที่ 73′ Leroy Sané เปิดลูกมุมเข้ามาได้ลุ้นเลยในกรอบเขตโทษ

นาทีที่ 73′ Nicolás Otamendi เทคตัวขึ้นโหม่งบอล จากตรงกลางของกรอบเขตโทษ บอลเสียบโคนเสาด้านขวา เข้าประตูไป เจ้าบ้านนำห่างออกไปเรื่อยๆที่ 2-0

นาทีที่ 75′ Kevin De Bruyne จ่ายบอลลูกนี้ไปให้กับเพื่อนร่วมทีม

นาทีที่ 75′ Leroy Sané วิ่งโฉบเข้ามายิงบอลด้วยเท้าซ้าย จากตรงกลางของกรอบเขตโทษ บอลเสียบโคนเสาด้านขวา เข้าประตูไป เจ้าบ้านนำห่างออกไปเรื่อยๆที่ 3-0

นาทีที่ 76′  Manchester City เปลี่ยนตัวผู้เล่นโดยที่ถอด Sergio Agüero ออกและส่ง Gabriel Jesus ลงมาแทน

นาทีที่ 78′ Manchester City เปลี่ยนตัวผู้เล่นโดยที่ถอด Fernandinho ออกและส่ง Yaya Touré ลงมาแทน

นาทีที่ 80′ Manchester City เปลี่ยนตัวผู้เล่นโดยที่ถอด Kevin De Bruyne ออกและส่ง Ilkay Gündogan ลงมาแทน

นาทีที่ 84′ Burnley เปลี่ยนตัวผู้เล่นโดยที่ถอด Steven Defour ออกและส่ง Ashley Westwood ลงมาแทน

จบเกม แมนฯ ซิตี้ 3 – 0 เบิร์นลีย์

 

 

แมนฯ ซิตี้ 3 – 0 เบิร์นลีย์

 

 

 

สถิติต่างๆที่เกิดขึ้นตลอดทั้งเกมนี้

 

 

ตารางคะแนนหลังจบเกมส์

 

 


บาคาร่า คาสิโน เสือมังกร และเกมอื่นๆอีกมากมายมาไว้ให้ลูกค้าทุกท่านได้เล่นบนคอมพิวเตอร์ หรือบนมือถือของท่านได้แล้วตอนนี้ ฝาก/ถอน ได้อย่างง่ายดาย อดใจรอไม่ถึง 1 นาที พร้อมทีมงาน Call Center ที่คอยให้บริการลูกค้าทุกท่านตลอด 24 ชั่วโมง สนใจเข้ามาร่วมเล่นกับเราได้เลยที่ >>> COPA888

ไฮไลต์การแข่งขันฟุตบอลลีกเอิง ฝรั่งเศส

ระหว่างแซงต์ เอเตียน Vs มงต์เปลลิเย่ร์

วันที่ 20 ตุลาคม 2560 เวลา 01:45 น.

สนามแข่งขัน :Stade Geoffroy Guichard

ผู้ตัดสิน :Frank Schneider

 

 

บาคาร่ามันๆ กับดีลเลอร์สาวสวย ที่พร้อมมาให้บริการลูกค้าทุกท่าน ส่วนบาคาร่ากันสดๆไปพร้อมกับรับชมสัญญาณภาพ Livestreaming สดจากทางคาสิโน บริการ ฝาก/ถอน ที่รวดเร็วทันใจไม่เกิน 1 นาที เล่ยกับเราตอนนี้ได้ที่ >>> COPA888

Continue reading “ไฮไลต์การแข่งขันฟุตบอล แซงต์ เอเตียน Vs มงต์เปลลิเย่ร์”

ไฮไลต์การแข่งขันฟุตบอลยูฟ่า แชมป์เปี้ยนส์ ลีก

ระหว่างบาร์เซโลน่า VS โอลิมเปียกอส

วันที่ 18 ตุลาคม 2560 เวลา 01:45 น.

สนามแข่งขัน :Camp Nou

ผู้ตัดสิน :William Collum

 

 

บาคาร่ามันๆ กับดีลเลอร์สาวสวย ที่พร้อมมาให้บริการลูกค้าทุกท่าน ส่วนบาคาร่ากันสดๆไปพร้อมกับรับชมสัญญาณภาพ Livestreaming สดจากทางคาสิโน บริการ ฝาก/ถอน ที่รวดเร็วทันใจไม่เกิน 1 นาที เล่ยกับเราตอนนี้ได้ที่ >>> COPA888

Continue reading “ไฮไลต์การแข่งขันฟุตบอล บาร์เซโลน่า Vs โอลิมเปียกอส”

ไฮไลต์การแข่งขันฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ

ระหว่างวัตฟอร์ด Vs อาร์เซนอล

วันที่ 14 ตุลาคม 2560 เวลา 23:00 น.

สนามแข่งขัน :Vicarage Road Stadium

ผู้ตัดสิน :Neil Swarbrick

 

 

บาคาร่ามันๆ กับดีลเลอร์สาวสวย ที่พร้อมมาให้บริการลูกค้าทุกท่าน ส่วนบาคาร่ากันสดๆไปพร้อมกับรับชมสัญญาณภาพ Livestreaming สดจากทางคาสิโน บริการ ฝาก/ถอน ที่รวดเร็วทันใจไม่เกิน 1 นาที เล่ยกับเราตอนนี้ได้ที่ >>> COPA888

Continue reading “ไฮไลต์การแข่งขันฟุตบอล วัตฟอร์ด Vs อาร์เซนอล”

ไฮไลต์การแข่งขันฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ

ระหว่าง สเปอร์ส vs บอร์นมัธ

วันที่ 14 ตุลาคม 2560 เวลา 21:00 น.

สนามแข่งขัน : Wembley

ผู้ตัดสิน : Robert Madley

 

 

บาคาร่ามันๆ กับดีลเลอร์สาวสวย ที่พร้อมมาให้บริการลูกค้าทุกท่าน ส่วนบาคาร่ากันสดๆไปพร้อมกับรับชมสัญญาณภาพ Livestreaming สดจากทางคาสิโน บริการ ฝาก/ถอน ที่รวดเร็วทันใจไม่เกิน 1 นาที เล่ยกับเราตอนนี้ได้ที่ >>> COPA888

 

 

เรามาดูกันเลยว่าทั้ง 2 ทีมนั้นจัดแผนไหนมาสู้กัน

 

 

สเปอร์ส จัดตัวมาในแผน 3 – 4 – 2 – 1

 

ผู้รักษาประตู : Hugo Lloris

กองหลัง : Toby Alderweireld, Davinson Sanchez, Jan Vertonghen

กองกลาง : Kieran Trippier, Eric Dier, Harry Winks, Heung-Min Son, Christian Eriksen, Dele Alli

กองหน้า : Harry Kane

ผู้เล่นสำรอง : Michel Vorm, Georges N’Koudou, Moussa Sissoko, Fernando Llorente, Juan Foyth, Serge Aurier, Kyle Walker-Peters

ผู้จัดการทีม : Mauricio Pochettino

บอร์นมัธ จัดตัวมาในแผน 5 – 3 – 1 – 1

 

ผู้รักษาประตู : Asmir Begovic

กองหลัง : Adam Smith, Simon Francis, Steve Cook, Nathan Ake, Charlie Daniels

กองกลาง : Lewis Cook, Andrew Surman, Junior Stanislas, Dan Gosling

กองหน้า : Joshua King

ผู้เล่นสำรอง : Artur Boruc, Marc Pugh, Harry Arter, Benik Afobe, Jermain Defoe, Lys Mousset, Jordon Ibe

ผู้จัดการทีม : Eddie Howe

จังหวะสำคัญๆต่างๆในเกมนี้

 

นาทีที่ 27′ Steve Cook ผู้เล่นของทีมเยือนโดนใบเหลืองไป เป็นใบเหลืองแรกของทีม และใบเหลืองแรกของเกมนี้ จากจังหวะการทำฟาวล์ของเขาก่อนหน้านี้ ที่เขาไปทำฟาวล์ใส่ Harry Kane

นาทีที่ 38′ Adam Smith ผู้เล่นของทีมเยือนโดนใบเหลืองไป เป็นใบเหลืองใบที่ 2 ของทีม และใบเหลืองที่ 2 ของเกมนี้ จากจังหวะการทำฟาวล์ของเขาก่อนหน้านี้ ที่เขาไปทำฟาวล์ใส่ Jan Vertonghen

นาทีที่ 47′  Christian Eriksen ยิงบอลด้วยเท้าซ้าย จากตรงกลางของกรอบเขตโทษ บอลพุ่งเสียบโคนเสาด้านซ้ายเข้าประตูไป เจ้าบ้านออกนำในช่วงต้นเกมของครึ่งหลัง สกอร์ตอนนี้อยู่ที่ 1-0

นาทีที่ 75′ Tottenham Hotspur ได้เปลี่ลยตัวผู้เล่น โดยที่พวกเขาได้ส่ง Moussa Sissoko ลงมาแทนที่ของ Son Heung-Min ที่ถูกเปลี่ยนตัวออกไปก่อนหน้านี้

นาทีที่ 75′ Bournemouth ได้เปลี่ลยตัวผู้เล่น โดยที่พวกเขาได้ส่ง Jermain Defoe ลงมาแทนที่ของ Junior Stanislas ที่ถูกเปลี่ยนตัวออกไปก่อนหน้านี้

นาทีที่ 75′ Bournemouth ได้เปลี่ลยตัวผู้เล่น โดยที่พวกเขาได้ส่ง Jordon Ibe ลงมาแทนที่ของ Adam Smith ที่ถูกเปลี่ยนตัวออกไปก่อนหน้านี้

นาทีที่ 83′ Bournemouth ได้เปลี่ลยตัวผู้เล่น โดยที่พวกเขาได้ส่ง  Lys Mousset ลงมาแทนที่ของ Lewis Cook ที่ถูกเปลี่ยนตัวออกไปก่อนหน้านี้

นาทีที่ 84′ an Vertonghen ผู้เล่นของเจ้าบ้านโดนใบเหลืองไป เป็นใบเหลืองใบแรกของทีม และใบเหลืองที่ 3 ของเกมนี้ จากจังหวะการทำฟาวล์ของเขาก่อนหน้านี้ ที่เขาไปทำฟาวล์ใส่ Jordon Ibe

นาทีที่ 85′ Tottenham Hotspur ได้เปลี่ลยตัวผู้เล่น โดยที่พวกเขาได้ส่ง Moussa Sissoko ลงมาแทนที่ของ Harry Kane ที่ถูกเปลี่ยนตัวออกไปก่อนหน้านี้

นาทีที่ 90+3′ Tottenham Hotspur ได้เปลี่ลยตัวผู้เล่น โดยที่พวกเขาได้ส่ง Georges-Kévin Nkoudou ลงมาแทนที่ของ Dele Alli ที่ถูกเปลี่ยนตัวออกไปก่อนหน้านี้

นาทีที่ 90+3′ Asmir Begovic ผู้เล่นของทีมเยือนโดนใบเหลืองไป เป็นใบเหลืองใบที่ 3 ของทีม และใบเหลืองที่ 4 ของเกมนี้ จากจังหวะการทำฟาวล์ของเขาก่อนหน้านี้ ที่เขาไปทำฟาวล์ใส่ Georges-Kévin Nkoudou

จบเกม สเปอร์ส 1-0 บอร์นมัธ

 

สเปอร์ส 1-0 บอร์นมัธ

 

 

สถิติต่างๆที่เกิดขึ้นตลอดทั้งเกมนี้

 

 

ตารางคะแนนหลังจบเกมส์

 

 

 

 

ไฮไลต์การแข่งขันฟุตบอลบุนเดสลีกา 

ระหว่าง

สตุ๊ตการ์ต 2-1 โคโลญจน์

วันที่ 13 ตุลาคม 2560 เวลา 01:30 น.

สนามแข่งขัน :Mercedes-Benz Arena

Continue reading “ไฮไลต์การแข่งขันฟุตบอล สตุ๊ตการ์ต Vs โคโลญจน์”

 

 

ไฮไลต์การแข่งขันฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก

ระหว่าง

อุรุกวัย 4-2 โบลิเวีย

วันที่ 11 ตุลาคม 2560 เวลา 06:00 น.

สนามแข่งขัน :

Continue reading “ไฮไลต์การแข่งขันฟุตบอล อุรุกวัย Vs โบลิเวีย”

 

 

ไฮไลต์การแข่งขันฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก

ระหว่าง

ฟินแลนด์ 2-2 ตุรกี

วันที่ 9 ตุลาคม 2560 เวลา 01:45 น.

สนามแข่งขัน :Veritas Stadion

Continue reading “ไฮไลต์การแข่งขันฟุตบอล ฟินแลนด์ Vs ตุรกี”

 

 

ไฮไลต์การแข่งขันฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก

ระหว่าง

อาร์เมเนีย 1-6 โปแลนด์

วันที่ 5 ตุลาคม 2560 เวลา 01:45 น.

สนามแข่งขัน :Republican Stadium

Continue reading “ไฮไลต์การแข่งขันฟุตบอล อาร์เมเนีย Vs โปแลนด์”

 

 

ไฮไลต์การแข่งขันฟุตบอลพรีเมียร์ลีก

ระหว่าง เอฟเวอร์ตัน 0-1 เบิร์นลีย์

วันอาทิตย์ที่ 1 ตุลาคม 2560 เวลา 21:00 น.

สนามแข่งขัน :Goodison Park

Continue reading “ไฮไลต์การแข่งขันฟุตบอล เอฟเวอร์ตัน Vs เบิร์นลีย์”

 

ไฮไลต์การแข่งขันฟุตบอลกัลโช่ เซเรีย อา

ระหว่างเอซี มิลาน 0-2 โรม่า

วันอาทิตย์ที่ 1 ตุลาคม 2560 เวลา 21:00 น.

สนามแข่งขัน :San Siro

Continue reading “ไฮไลต์การแข่งขันฟุตบอล เอซี มิลาน Vs โรม่า”

 

ไฮไลต์การแข่งขันฟุตบอล พรีเมียร์ลีก

ระหว่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 4-0 คริสตัล พาเลซ

วันเสาร์ที่ 30 กันยายน 2560 เวลา 21:00 น.

สนามแข่งขัน :Old Trafford

Continue reading “ไฮไลต์การแข่งขันฟุตบอล แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด Vs คริสตัล พาเลซ”

 

ไฮไลต์การแข่งขันฟุตบอลลาลีกา

ระหว่าง เซลต้า บีโก้ 3-3 คิโรน่า

วันศุกร์ที่ 29 กันยายน 2560 เวลา 00:00 น.

สนามแข่งขัน :Estadio Municipal de Balaidos

Continue reading “ไฮไลต์การแข่งขันฟุตบอล เซลต้า บีโก้ Vs คิโรน่า”

ไฮไลต์การแข่งขันฟุตบอลยูฟ่ายูโรปาลีก

ระหว่าง ลาซิโอ้ vs ซูลเต้ วาเรเกม

วันพุธที่ 28 กันยายน 2560 เวลา 00:00 น. 

สนามแข่งขัน : Stadio Olimpico, Rome

 

เกมการแข่งขันในวันนี้เป็นการแข่งขันกันในรายการ ยูฟ่ายูโรป้าลีก นัดนี้จะเป็นทางอินทรีย์ฟ้าขาวลาซิโอ้ เปิดบ้านรับการมาเยือนของซูลเต้ วาเรเกม มาดูฟอร์มก่อนการแข่งขันกันก่อนเลย ทางฝั่งเจ้าบ้าน ลาซิโอ้ 5 นัดหลังสุด สามารถเอาชนะได้ 4 นัด และแพ้ไปเพียง 1 นัด ถือว่าเป็นฟอร์มที่ดีเลยทีเดียว และทุกนัดจะเอาชนะได้มากกว่า 2 ลูกขึ้นไป ส่วนฟอร์มการเล่นไม่ได้ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ 5 นัดหลังสุด สามารถชนะได้ 2 นัด และแพ้ไป 3 นัด ส่วนทางฝั่งทีมเยือนนั้น 5 นัดล่าสุด สามารถเอาชนะคู่แข่งได้ 3 นัด เสมอและแพ้ไปอย่างละ 1 นัดแต่ส่วนฟอร์มการเล่นนอกบ้านนั้นสามารถเอาชนะไปได้ 4 นัด และแพ้ 1 นัด

 

บาคาร่า ออนไลน์ คาสิโน ออนไลน์ เล่นได้อย่างง่ายดาย สะดวกรวดเร็ว ฝากง่าย ถอนเร็ว  พร้อมทีมงาน Call Center ระดับคุณภาพที่คอยบริการลูกค้าทุกท่านตลอด 24 ชั่วโมง
สนใจสมัครสมาชิกได้เลยที่ >>> VEGUS69  ฝากเงินแรกเข้าขั้นต่ำเพียง 200 บาทเท่านั้น!!

 

เรามาดูกันเลยว่าทั้ง 2 ทีมนั้นจัดแผนไหนมาสู้กัน

 

ลาซิโอ้ จัดตัวมาในแผน 3 – 5 – 2

ผู้รักษาประตู : Thomas Strakosha

กองหลัง : Patric, Luiz Felipe, Stefan Daniel Radu

กองกลาง : Adam Marusic, Marco Parolo, Davide Di Gennaro, Alessandro Murgia, Jordan Lukaku

กองหน้า : Luis Alberto, Felipe Caicedo

ผู้เล่นสำรอง : Lucas Leiva, Nani, Luca Crecco, Ciro Immobile, Senad Lulic, Sergej Milinkovic-Savic, Ivan Vargic

ผู้จัดการทีม : Simone Inzaghi

 

ซูลเต้ วาเรเกม จัดตัวมาในแผน 4 – 3 – 3

ผู้รักษาประตู : Nicola Leali

กองหลัง : Davy de Fauw, Marvin Baudry, Michael Heylen, Brian Hamalainen

กองกลาง : Timothy Derijck, Nill De Pauw, Idrissa Doumbia

กองหน้า : Sander Coopman, Aaron Leya Iseka, Grigoris Kastanos

ผู้เล่นสำรอง : Gertjan De Mets, Onur Kaya, Sandy Walsh, Fredrik Oldrup Jensen, Louis Bostyn, Ivan Saponjic, Peter Olayinka

ผู้จัดการทีม : Francky Dury

 

สถิติต่างๆที่เกิดขึ้นตลอดทั้งเกมนี้

จังหวะสำคัญๆต่างๆในเกมนี้

นาทีที่ 18′ Adam Marusic โหม่งบอลต่อมาให้เพื่อนร่วมทีม

นาทีที่ 18′ Felipe Caicedo เทคตัวขึ้นโหม่งจ่อๆ หน้าปากประตูบอลเสียบโคนเสาด้านขวาเข้าประตูไป เจ้าบ้านออกนำไปก่อนอย่างรวดเร็ว สกอร์ตอนนี้อยู่ที่ 1-0

นาทีที่ 45′ SV Zulte Waregem ได้เปลี่ยนตัวผู้เล่น โดยเปลี่ยน Onur Kaya ลงมาแทน Grigoris Kastanos ที่ถูกเปลี่ยนตัวออกไปก่อนหน้านี้

นาทีที่ 45′ SV Zulte Waregem ได้เปลี่ยนตัวผู้เล่น โดยเปลี่ยน Peter Olayinka ลงมาแทน Nill de Pauw ที่ถูกเปลี่ยนตัวออกไปก่อนหน้านี้

นาทีที่ 50′ Marvin Baudry โดนใบเหลืองไป จากจังหวะการฟาวล์ก่อนหน้านี้ ที่เขาไปทำฟาวล์ใส่ Luis Alberto

นาทีที่ 54′ Lazio ได้เปลี่ยนตัวผู้เล่น โดยเปลี่ยน Ciro Immobile ลงมาแทน Davide Di Gennaro ที่ถูกเปลี่ยนตัวออกไปก่อนหน้านี้

นาทีที่ 54′ Lazio ได้เปลี่ยนตัวผู้เล่น โดยเปลี่ยน Sergej Milinkovic-Savic ลงมาแทน Luis Alberto ที่ถูกเปลี่ยนตัวออกไปก่อนหน้านี้

นาทีที่ 79′ Lazio ได้เปลี่ยนตัวผู้เล่น โดยเปลี่ยน Senad Lulic ลงมาแทน Jordan Lukaku ที่ถูกเปลี่ยนตัวออกไปก่อนหน้านี้

นาทีที่ 84′ Aaron Leya Iseka โดนใบเหลืองไป จากจังหวะการฟาวล์ก่อนหน้านี้ ที่เขาไปทำฟาวล์ใส่ Alessandro Murgia

นาทีที่ 85′ SV Zulte Waregem ได้เปลี่ยนตัวผู้เล่น โดยเปลี่ยน Ivan Saponjic ลงมาแทน Marvin Baudry ที่ถูกเปลี่ยนตัวออกไปก่อนหน้านี้

นาทีที่ 90′ Alessandro Murgia เล่นเกมโต้กลับเร็ว พาบอลขึ้นไปละจ่ายบอลให้กับเพื่อนร่วมทีม

นาทีที่ 90′ Ciro Immobile ยิงด้วยเท้าขวาจากด้านซ้ายของกรอบเขตโทษ บอลมุมเสียบโคนเสาด้านขวาเข้าประตูไป เจ้าบ้านได้ประตูปิดท้ายไปในช่วงท้ายเกม สกอร์ตอนนี้อยู่ที่ 2-0

จบเกม ลาซิโอ้ 2 – 0 ซูลเต้ วาเรเกม

 

ลาซิโอ้ 2 – 0 ซูลเต้ วาเรเกม

 

วิเคราะห์เกมหลังการแข่งขัน

การแข่งขันในวันนี้เจ้าบ้านทำได้เหนือกว่าอย่างแน่นอน โดยการครองบอลในเกมนี้จะเป็นฝั่งทีมเยือนที่ครองบอลได้มากกว่า เปอร์เซ็นการครองบอลอยู่ที่ 46% ต่อ 54% การยิงประตูทั้งหมดในเกมนี้เจ้าบ้านยิงไปทั้งหมด 15 ครั้ง เข้ากรอบ 7 ครั้ง และเป็นประตูถึง 2 ประตู ส่วนทีมเยือนสามารถยิงประตูไป 6 ครั้งเข้ากรอบ 2 ครั้ง

 

 

ไฮไลต์การแข่งขันฟุตบอลยูฟ่า แชมป์เปี้ยนส์ ลีก

ระหว่าง ปารีส แซงต์ แชร์กแมง Vs บาเยิร์น มิวนิค

วันพุธที่ 27 กันยายน 2560 เวลา 01:45 น. 

สนามแข่งขัน :ปาร์ก เดส์ แปรงซ์

ผู้ตัดสิน :Antonio Mateu

• ผู้ชม: –

 

ฟุตบอลยูฟ่า แชมป์เปี้ยนส์ ลีก นัดที่ 2 ของกลุ่ม ฺB เจ้าบ้านปารีส แซงต์ แชร์กแมง

 เปิดปาร์ก เดส์ แปรงซ์ รับการมาเยือนของทีมดังจากเยอรมัน บาเยิร์น มิวนิค

Continue reading “ไฮไลต์การแข่งขันฟุตบอล ยูฟ่า แชมป์เปี้ยนส์ ลีก ปารีส แซงต์ แชร์กแมง Vs บาเยิร์น มิวนิค”

 

 

 

ไฮไลต์การแข่งขันฟุตบอลยูฟ่า แชมป์เปี้ยนส์ ลีก

ระหว่าง โมนาโก Vs เอฟซี ปอร์โต้

วันอังคารที่ 26 กันยายน 2560 เวลา 01:45 น. 

สนามแข่งขัน : Stade Louis II, Monaco

ผู้ตัดสิน : Slavko Vincic • ผู้ชม: 11,703

 

ฟุตบอลยูฟ่า แชมป์เปี้ยนส์ ลีก นัดที่ 2 ของกลุ่ม G เจ้าบ้าน โมนาโก เปิด Stade Louis II รับการมาเยือนของทีมดังจากโปรตุเกส เอฟซี ปอร์โต้

Continue reading “ไฮไลต์การแข่งขันฟุตบอล ยูฟ่า แชมป์เปี้ยนส์ ลีก โมนาโก Vs เอฟซี ปอร์โต้”

 

 

 

 

ไฮไลต์การแข่งขันฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ

ระหว่างอาร์เซนอล Vs เวสต์บรอมวิช

วันจันทร์ที่ 25 กันยายน 2560 เวลา 02:00 น. 

สนามแข่งขัน : Emirates Stadium

ผู้ตัดสิน : Robert Madley • ผู้ชม: 59,134

 

ฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เกมนัดที่ 6 ของฤดูกาล เป็นการพบกันระหว่าง อาร์เซน่อล ทีมอันดับ 12 ของตาราง จะเปิดบ้านต้อนรับการมาเยือนของ เวสต์ บรอมมิช อัลเบียน ทีมอันดับ 10 ของตาราง โดยเจ้าถิ่น “ไอ้ปืนใหญ่” เกมล่าสุดบุกไปเสมอ เชลซี มา 0-0 ไม่แพ้ในลีก 2 นัดติด ด้านผู้มาเยือน “เดอะ แบกกีส์” เกมล่าสุดเปิดบ้านเสมอ เวสต์แฮมยูไนเต็ด 0-0 ไม่ชนะในลีก 3 นัดติด

Continue reading “ไฮไลต์การแข่งขันฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ อาร์เซนอล Vs เวสต์บรอมวิช”

ไฮไลต์การแข่งขันฟุตบอล บุนเดสลีกา เยอรมัน

ระหว่าง ไบเออร์ เลเวอร์คูเซน vs ฮัมบูร์ก เอสวี

วันพุธที่ 24 กันยายน 2560 เวลา 23:00 น. 

สนามแข่งขัน : BayArena, Leverkusen

ผู้ตัดสิน : R. Kampka • ผู้ชม: 27,601

 

เกมการแข่งขันในวันนี้จะเป็นเกมการแข่งขันในสัปดาห์ที่ 6 ของฟุตบอลรายการบุนเดสลีก้า เยอรมัน โดนห้างขายยาไบเออ เลเวอร์คูเซน จะเปิดบ้านต้อนรับการมาเยือนของ ฮัมบูร์ก มาดูฟอร์มการเล่นของทั้ง 2 ทีมกันก่อนเลย ทางเจ้าบ้านถือว่าฟอร์มการเล่นยังไม่เอาอ่าว 5 นัดหลังสุดนี้ แพ้ไปทั้งหมด 3 ครั้ง ชนะและแพ้อย่างละ 1 นัด ส่วนฟอร์มการเล่นในบ้านแล้วใน 5 นัดหลังสุดถือว่ายังไม่ค่อยดีเท่าไหร่ เอาชนะไปได้ 2 นัด เสมอ 2 นัด และแพ้ไป 1 นัด มาดูฟอร์มของทีมเยือนกันบ้าง 5 นัดล่าสุดของทีมเยือนนั้น พวกเขาชนะได้ 2 นัดแรก และแพ้รวด 3 นัดติดเลยทีเดียว ถือว่าฟอร์มกำลังอยูามนช่วงขาลง ส่วนฟอร์ฒการเล่นออกไปเป็นทีมเยือนแล้วก็ยังคงลุ่มๆดอนๆอยู่เช่นกัน โดนที่สามารถเอาชนะและเสมอคู่แข่งไปได้อย่างละ 2 นัด และแพ้ไป 1 นัด แต่ถ้าหากเรามาดูสถิติที่ทั้ง 2 ทีมเคยเจอกันมาแล้ว จะเห็นได้ว่า ทั้ง 2 ทีม ก็ผลัดกันแพ้ชนะมาโดยตลอด ถือว่าเป็นคู่ปรับกันเลย โดย 5 นัดหลังสุดที่พวกเขาพบกันมานี้ ทีมเยือนสามาเอาชนะได้ไปเพียง 1 ใน 4 นัด แต่ดูแล้ว ในเกมนี้จะเป็นเกมที่ค่อยข้างจะสูสี เจ้าบ้านมีแต้มต่ออยู่เล็กน้อยเนื่องจากได้เล่นในบ้านของตนเอง

 

คาสิโน สำหรับคนชอบเล่นคาสิโนออนไลน์ ทางเว็บไซด์เรามีบริการเปิดให้เล่นคาสิโนออนไลน์ในทุกรูปแบบ และยังมีเกมอีกหลากหลายเกมที่ให้ลูกค้าทุกท่านได้เลือกเล่น และทางเรายังมี Call center คอยให้บริการลูกค้าทุกท่านตลอด 24 ชั่วโมง สมัครกับเราง่ายๆ ฝาก/ถอน รวดเร็วทันใจ ได้เลยตอนนี้ที่ >>> VEGUS69

 

เรามาดูกันเลยว่าทั้ง 2 ทีมนั้นจัดแผนไหนมาสู้กัน

 

ไบเออร์ เลเวอร์คูเซน จัดตัวมาในแผน 4 – 4 – 2

ผู้รักษาประตู : Bernd Leno

กองหลัง : Benjamin Henrichs, Jonathan Tah, Sven Bender, Wendell

กองกลาง : Leon Bailey, Julian Baumgartlinger, Charles Aranguiz, Admir Mehmedi

กองหน้า : Lucas Alario, Kevin Volland

ผู้เล่นสำรอง : Panagiotis Retsos, Julian Brandt, Joel Pohjanpalo, Dominik Kohr, Ramazan Oezcan, Kai Havertz, Karim Bellarabi

ผู้จัดการทีม : Heiko Herrlich

 

ฮัมบูร์ก เอสวี จัดตัวมาในแผน 4 – 3 – 3

ผู้รักษาประตู : Christian Mathenia

กองหลัง : Dennis Diekmeier, Kyriakos Papadopoulos, Mergim Mavraj, Gotoku Sakai

กองกลาง : Walace, Gideon Jung, Sejad Salihovic

กองหน้า : Andre Hahn, Bobby Shou Wood, Lewis Holtby

ผู้เล่นสำรอง : Douglas Santos, Julian Pollersbeck, Gian-Luca Waldschmidt, Vasilije Janjicic, Bakery Jatta, Sven Schipplock, Tatsuya Ito

ผู้จัดการทีม : Markus Gisdol

 

สถิติต่างๆที่เกิดขึ้นตลอดทั้งเกมนี้

 

จังหวะสำคัญๆต่างๆในเกมนี้

นาทีที่ 20′ Leon Bailey โหม่งบอลต่อมาให้เพื่อน

นาทีที่ 20′  Kevin Volland ยิงด้วยเท้าซ้ายจากทางด้านซ้ายของกรอบเขตโทษ บอลเสียบโคนเสาด้านขวาเข้าไป เจ้าบ้านออกนำไปอย่างรวดเร็ว ตอนนี้สกอร์อยู่ที่ 1-0

นาทีที่ 22′ Walace ผู้เล่นของทีมเยือนโดนใบเหลืองไปเป็นเป็นคนแรกของทีม และยังเป็นคนแรกของเกมนี้ จากจังหวะการทำฟาวล์ของเขาก่อนหน้านี้ที่เขาไปทำฟาลว์ใส่ Lucas Alario

นาทีที่ 23′ Leon Bailey เปิดบอลเข้าไปลุ้นในกรอบเขตโทษ

นาทีที่ 23′ Lucas Alario ยิงด้วยเท้าขวาจากตรงกลางกรอบประตู บอลพุ่งเสียบโคนเสาด้านซ้ายเข้าไป เจ้าบ้านนำห่างออกไปเป็น 2-0

นาทีที่ 26′ Kyriakos Papadopoulos ผู้เล่นของทีมเยือนโดนใบเหลืองไปเป็นเป็นคนที่ 2 ของทีม และยังเป็นคนที่ 2 ของเกมนี้ จากจังหวะการทำฟาวล์ของเขาก่อนหน้านี้ที่เขาไปทำฟาลว์ใส่ Leon Bailey

นาทีที่ 41′ Wendell ผู้เล่นของฝั่งเจ้าบ้านโดนใบเหลืองไปเป็นเป็นคนแรกของทีม และยังเป็นคนที่ 3 ของเกมนี้ จากจังหวะการทำฟาวล์ของเขาก่อนหน้านี้ที่เขาไปทำฟาลว์ใส่ Gideon Jung

นาทีที่ 45′ Hamburger SV ทีมเยือนเปลี่ยนตัวผู้เล่น โดยพวกเขาได้ส่ง Bakery Jatta ลงมาแทน Sejad Salihovic ที่ถูกเปลี่ยนตัวออกไป

นาทีที่ 45′ Hamburger SV ทีมเยือนเปลี่ยนตัวผู้เล่น โดยพวกเขาได้ส่ง Gian-Luca Waldschmidt ลงมาแทน Admir  ที่ถูกเปลี่ยนตัวออกไป

นาทีที่ 68′ Bayer 04 Leverkusen ทีมเยือนเปลี่ยนตัวผู้เล่น โดยพวกเขาได้ส่ง Julian Brandt ลงมาแทน Walace ที่ถูกเปลี่ยนตัวออกไป

นาทีที่ 75′ Charles Aránguiz ผู้เล่นของฝั่งเจ้าบ้านโดนใบเหลืองไปเป็นเป็นคนที่ 2 ของทีม และยังเป็นคนที่ 4 ของเกมนี้ จากจังหวะการทำฟาวล์ของเขาก่อนหน้านี้ที่เขาไปทำฟาลว์ใส่ Gideon Jung

นาทีที่ 82′ Hamburger SV ทีมเยือนเปลี่ยนตัวผู้เล่น โดยพวกเขาได้ส่ง Tatsuya Ito ลงมาแทน André Hahn ที่ถูกเปลี่ยนตัวออกไป

นาทีที่ 83′ Lucas Alario จ่ายบอลต่อมาให้กับเพื่อน

นาทีที่ 83′ Kevin Volland วิ่งโฉบเข้ามายิงด้วยเท้าซ้ายจ่อๆหน้าปากประตู บอลผ่านมือผู้รักษาประตูเข้าไป เจ้าบ้านนำห่างออกไปเรื่อยๆเป็น 3-0

นาทีที่ 84′ Bayer 04 Leverkusen ทีมเยือนเปลี่ยนตัวผู้เล่น โดยพวกเขาได้ส่ง Dominik Kohr ลงมาแทน Charles Aránguiz ที่ถูกเปลี่ยนตัวออกไป

นาทีที่ 86′ Bayer 04 Leverkusen ทีมเยือนเปลี่ยนตัวผู้เล่น โดยพวกเขาได้ส่ง Joel Pohjanpalo ลงมาแทน Lucas Alario ที่ถูกเปลี่ยนตัวออกไป

จบเกม ไบเออร์ เลเวอร์คูเซน 3 – 0 ฮัมบูร์ก เอสวี

 

ไบเออร์ เลเวอร์คูเซน 3 – 0 ฮัมบูร์ก เอสวี

 

วิเคราะห์เกมหลังการแข่งขัน

ผลของเกมนี้ออกมาเหมือนที่คาดกาลเอาไดว้แต่ผลสกอร์นั้นเกินคาดกว่าที่คิด คิดว่าน่าจะเป็นเกมที่คู่คี่สูสีสกอร์ที่ออกมาไม่น่าจะห่างกันเกิน 1 เม็ด แต่ผลออกมาแล้วว่าเจ้าบ้านเปิดรังเหย้าถล่มคู่แข่งไปถึง 3 เม็ดเลย มาดูสถิติตลอดทั้งเกมกันเลย เจ้าบ้านยิงไปทังหมด 10 ลูก เข้ากรอบ 6 ลูก ส่วนทางฝั่งทีมเยือนยิงไปทั้งหมด 8 ลูก เข้ากรอบไปเพียง 2 ลูก เปอร์เซ็นการครองบอลของเกมนี้อยู่ที่ 54% ต่อ 46% เจ้าบ้านยังเหนือกว่าอยู่เล็กน้อย และสามารถชิงโอกาสได้ดีกว่า และผู้เล่นแนวรุกนั้นทำงานได้ตามแผนที่คาด

ไฮไลต์การแข่งขันฟุตบอล บุนเดสลีกา เยอรมัน

ระหว่าง บาเยิร์น มิวนิค vs โวล์ฟบวร์ก

วันพุธที่ 23 กันยายน 2560 เวลา 01:30 น. 

สนามแข่งขัน : Allianz Arena, München

ผู้ตัดสิน : C. Dingert • ผู้ชม: 75,000

 

การแข่งขันในวันนี้ จะเป็นการแข่งขันกันในนัดที่ 6 ของการการศึกบุนเดสลีก้า เยอรมัน โดยนที่เจ้าบ้านยักษ์ใหญ่อย่าง เสือใต้บาเยิร์น มิคนิคจะเปิดบ้านต้อนรับการมาเยือนของโวล์ฟบวร์ก มาดูฟอร์มการเล่นของเจ้าบ้านกันก่อนเลย ใน 5 นัดล่าสุดพวกเขาสะดุดไปเพียงนัดเดียว โยแพ้ให้กับ ฮอฟเฟ่นไฮม์ นอกรั้รชนะหมดทั้ง 4 นัด ส่วนฟอร์มการเล่นในบ้านนั้น ทั้ง 5 นัดนั้น เป็นการเล่นในลีก 3 นัด และสามารถชนะได้ทั้ง 3 นัด ส่วนอีก 2 นัดที่เหลือนั้นเป็นเกมการกุสน และพวกเขาก็พ่ายไปทั้ง 2 นัด เช่นกัน มาถึงฟอร์มของทางฝั่งของทีมเยือนกันบ้าง 5 นัดหลังสุด ชนะ 2 เสมอ 2 และแพ้ไปอีก 1 นัด ถือว่าฟอร์มยังไม่คงที่แน่นอน ส่วนฟอร์มการออกไปเตะบอลบ้านด้วยแล้วในนัดล่าสุดพึ่งไปแพ้ให้กับสตุ๊ตการ์ดมา 1-0 ส่วนการที่ทั้ง 2 ทีมเคยพบกันนั้นถ้าจะนับว่าทีมเยือนสามารถเอาชนะได้ครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่นั้นต้องย้อนกลับไปดูถึงปี 2015 เลยทีเดียว ทีมเจ้าบ้านอย่างเสือใต้ก็มีภาษีที่เหนือว่าทีมเยือนอยู่มากน่าเล่นมากกว่า

 

แทงบอล สำหรับคนชอบเล่นบอลออนไลน์ หน้าเว็บไซด์เรามีบริการเปิดให้แทงบอลออนไลน์ได้แล้ววันนี้ พร้อมทั้งมีบริการ Call center ตลอด 24 ชั่วโมงเพื่อดูแลลูกค้าทุก ๆ ท่าน

 

เรามาดูกันเลยว่าทั้ง 2 ทีมนั้นจัดแผนไหนมาสู้กัน

บาเยิร์น มิวนิค จัดตัวมาในแผน 4 – 2 – 3 – 1

ผู้รักษาประตู : Sven Ulreich

กองหลัง : Joshua Kimmich, Jerome Boateng, Mats Hummels, Rafinha

กองกลาง : Sebastian Rudy, Arturo Vidal, Arjen Robben, Thomas Mueller, Franck Ribery

กองหน้า : Robert Lewandowski

ผู้เล่นสำรอง : Niklas Suele, Javier Martinez, James Rodriguez, Corentin Tolisso, Kingsley Coman, Marco Friedl, Christian Fruechtl

ผู้จัดการทีม : Carlo Ancelotti

 

โวล์ฟบวร์ก จัดตัวมาในแผน 4 – 2 – 3 – 1

ผู้รักษาประตู : Koen Casteels

กองหลัง : Paul Verhaegh, Marcel Tisserand, Felix Uduokhai, Gian-Luca Itter

กองกลาง : Ignacio Camacho, Joshua Guilavogui, William, Maximilian Arnold, Yunus Malli

กองหน้า : Divock Origi

ผู้เล่นสำรอง : Riechedly Bazoer, Paul-Georges Ntep, Daniel Didavi, Jakub Blaszczykowski, Max Gruen, Robin Knoche, Kaylen Hinds

ผู้จัดการทีม : Martin Schmidt

 

สถิติต่างๆที่เกิดขึ้นตลอดทั้งเกมนี้

จังหวะสำคัญๆต่างๆในเกมนี้

นาทีที่ 13 Arturo Vidal โดนใบเหลืองไปเป็นคนแรกของเกมนี้ จากจังหวะการทำฟาวล์ของเขาก่อนหน้านี้ที่เขาทำฟาวล์ใส่ Ignacio Camacho

นาทีที่18 Marcel Tisserand  นักเตะของทีมเยือนโดนใบเหลืองไปอีกราย จากการทำฟาวล์ใส่ Robert Lewandowski

นาทีที่ 25 เกมยังไม่หยุดเดือดเพียงแค่นี้ William  โดนใบเหลืองไป จากการทำฟาวล์ก่อนหน้านี้ที่เขาไปทำฟาวล์ใส่ Franck Ribéry

นาทีที่ 32 Marcel Tisserand ไปทำฟาวล์ใส่  Robert Lewandowski ในกรอบเขตโทษ ผู้ตัดสินให้เป็นลูกจุดโทษของเจ้าบ้าน

นาทีที่ 33 Robert Lewandowski รับหน้าที่เป็นผู้สังหารจุดโทษเอง และก็ไม่ทำให้แฟนๆผิดหวัง ยิงบอลด้วยเท้าขวาเข้าไปตรงกลางประตูอย่างเยือกเย็น เจ้าบ้านขึ้นนำไปก่อนด้วยสกอร์ 1 – 0

นาทีที่ 42 Rafinha จ่ายบอลมาให้กับ Arjen Robben ก่อนที่เขาจะยิงด้วยซ้ายจากนอกกรอบเขตโทษ บอลผ่านมือผู้รักษาประตูเข้าไป เจ้าบ้านนำห่างเป็น 2 – 0

นาทีที่ 45 VfL Wolfsburg ได้ปรับแผนการเล่น โดยเปลี่ยนตัวผู้เล่นโดยที่ส่งเอา Jakub Blaszczykowski ลงมาแทน William ที่ถูกเปลี่ยนตัวออกไปก่อนหน้านี้

นาทีที่ 56 Maximilian Arnold ปั่นฟรีคิ๊กด้วยเท้าซ้าย บอลเสียบสามเหลี่ยมขวาเข้าไป ทีมเยือนไล่ตีไข่แตกมาเป็น 2-1 ได้

นาทีที่ 63 FC Bayern München ได้เปลี่ยนตัวผู้เล่น โดยส่ง Corentin Tolisso ลงมาแทน Arturo Vidal ที่ถูกเปลี่ยนตัวออกไป

นาทีที่ 73 VfL Wolfsburg ได้เปลี่ยนตัวผู้เล่น โดยส่ง Daniel Didavi ลงมาแทน Ignacio Camacho ที่ถูกเปลี่ยนตัวออกไป

นาทีที่ 83 Paul Verhaegh เปิดบอลเข้ามาได้ลุ้นในกรอบเขตโทษ และเป็นทางด้านของ Daniel Didavi ที่เทคตัวขึ้นโหม่ง บอลผ่านมือผู้รักษาประตูเข้าไป ทีมเยือนไล่ตีเสมอได้สำเร็จ สกอรกลับมาเสมอกันอีกครั้งที่ 2-2

นาทีที่ 85 VfL Wolfsburg ได้เปลี่ยนตัวผู้เล่น โดยส่ง Riechedly Bazoer ลงมาแทน Divock Origi ที่ถูกเปลี่ยนตัวออกไป

นาทีที่ 85 FC Bayern München ได้เปลี่ยนตัวผู้เล่น โดยส่ง James Rodríguez ลงมาแทน Franck Ribéry ที่ถูกเปลี่ยนตัวออกไป

นาทีที่ 86 FC Bayern München ได้เปลี่ยนตัวผู้เล่น โดยส่ง Kingsley Coman ลงมาแทน Arturo Vidal ที่ถูกเปลี่ยนตัวออกไป

จบเกม บาเยิร์น มิวนิค 2 – 2 โวล์ฟบวร์ก

 

บาเยิร์น มิวนิค 2 – 2 โวล์ฟบวร์ก

 

 

วิเคราะห์เกมหลังการแข่งขัน

การผลที่ออกมาได้ตกใจอยู่พอสมควรที่ผลของเกมนี้จะออกมาเสมอแบบมีสกอร์ที่ 2-2 เจ้าบ้านในเกมนี้ได้ยิงไปทั้งหมด 14 ครั้ง ถือว่าน้อยเลยทีเดียว และยิงเข้ากรอบไปเพียง 3 ครั้ง ส่วยทีมเยือนได้ยิงไปทั้งหมด 7 ครั้ง เข้ากรอบ 3 ครั้งเช่นกัน เปอร์เซ็นการครองบอลของเกมนี้อยู่ที่ 65% ต่อ 35% การฟาวล์ในเกมนี้ถือว่าเกิดขึ้นบ่อยครั้งมากเลยทีเดียว โดยเกิดจังหวะการฟาวล์ทั้งหมด 19 ครั้ง โดยแบ่งเป็นทางเจ้าบ้าน 9 ครั้ง และทีมเยือน 10 ครั้ง

 

ไฮไลต์การแข่งขันฟุตบอล ลาลีกา สเปน

ระหว่างบียาร์เรอัล VS เอสปันญ่อล

คืนวันที่ 21 กันยายน 2560 

สนามแข่งขัน :Estadio de la Ceramica

ผู้ตัดสิน :FJose Munuera

• ผู้ชม: 17,094

Continue reading “ไฮไลต์การแข่งขันฟุตบอล บียาร์เรอัล VS เอสปันญ่อล”

 

 

ไฮไลต์การแข่งขันฟุตบอล บุนเดสลีกา 

ระหว่างฮัมบูร์ก Vs ดอร์ทมุนด์

คืนวันที่ 20 กันยายน 2560 

สนามแข่งขัน :Volksparkstadion

ผู้ตัดสิน :Felix Zwayer

• ผู้ชม: 52,962

Continue reading “ไฮไลต์การแข่งขันฟุตบอล ฮัมบูร์ก Vs ดอร์ทมุนด์”

ไฮไลต์การแข่งขันฟุตบอลลาลีกา สเปน

ระหว่างบาร์เซโลน่า Vs เออิบาร์

คืนวันที่ 19 กันยายน 2560 

สนามแข่งขัน :Camp Nou

ผู้ตัดสิน :Alejandro Hernandez

• ผู้ชม: 51,645

Continue reading “ไฮไลต์การแข่งขันฟุตบอล ลาลีกา สเปน บาร์เซโลน่า Vs เออิบาร์”

ไฮไลต์การแข่งขันฟุตบอลลาลีกา สเปน

ระหว่างเอสปันญ่อล Vs เซลต้า บีโก้

คืนวันที่ 18 กันยายน 2560 

สนามแข่งขัน :RCDE Stadium

ผู้ตัดสิน :Javier Alberola

• ผู้ชม: 15,026

Continue reading “ไฮไลต์การแข่งขันฟุตบอล ลาลีกา สเปน เอสปันญ่อล Vs เซลต้า บีโก้”

ไฮไลต์การแข่งขันฟุตบอลลาลีกา สเปน

ระหว่าง เรอัล โซเซียดาด Vs เรอัล มาดริด

คืนวันที่ 17 กันยายน 2560 

สนามแข่งขัน : Estadio Anoeta 

ผู้ตัดสิน : Ignacio Iglesias • ผู้ชม: 24,966

Continue reading “ไฮไลต์การแข่งขันฟุตบอล ลาลีกา สเปน เรอัล โซเซียดาด Vs เรอัล มาดริด”

 

 

 

ไฮไลต์การแข่งขันฟุตบอลบุนเดสลีกา

ระหว่างฮันโนเวอร์ 96 Vs ฮัมบูร์ก

วันศุกร์ที่ 15 กันยายน 2560 

สนามแข่งขัน : HDI-Arena

ผู้ตัดสิน : Robert Hartmann 

 

ฮันโนเวอร์ 96  เปิดบ้านรับการมาเยือนของ ฮัมบูร์ก ตามสถิติที่พบกันมา เป็นทางเจ้าถิ่น ที่เล่นได้เหนือกว่าเล็กน้อย วันนี้มาได้เปรียบเกมในบ้านทั้งผลงานในช่วงหลังนั้น ค่อนข้างทำได้ดีมีเกมรุกที่ดุดันน่ากลัว เกมรับก็ ตัดสกัดได้ชัวร์ผิดพลาดไม่มากเท่าไหร่นักทำให้ เจ้าถิ่นนั้น มีภาษีดูดีกว่าค่อนข้างมากในเกมวันนี้  ส่วนทางเยือนนั้น ก็มีฟอร์มที่สดพอกันทั้ง เกมรุกและเกมรับครบเครื่อง แพ้ใครได้ยากแต่ต้องมาเสียเปรียบเรื่องสถานที่ ในเกมวันนี้ ทำให้ ดูเป็นรองอยู่เล็กน้อย  ทั้งคู่มีผลงานที่ความใกล้เคียงกันอยู่มาก แต่ทางเจ้าถิ่นนั้นมีขุนพลที่เป็นต่ออยู่มากกว่าทั้ง กุมความได้เปรียบอยู่ดูแล้วเกมวันนี้ลุ้นที่เจ้าบ้านน่าผ่านได้นิ่มแน่นอน มั่นใจ ใส่ฮันโนเวอร์ 96

แทงบอล สำหรับคนชอบเล่นบอลออนไลน์ หน้าเว็บไซด์เรามีบริการเปิดให้แทงบอลออนไลน์ได้แล้ววันนี้ พร้อมทั้งมีบริการ Call center ตลอด 24 ชั่วโมงเพื่อดูแลลูกค้าทุก ๆ ท่าน

 

เรามาดูกันเลยว่าทั้ง 2 ทีมนั้นจัดแผนไหนมาสู้กัน

Continue reading “ไฮไลต์การแข่งขันฟุตบอล บุนเดสลีกา ฮันโนเวอร์ 96 Vs ฮัมบูร์ก”

 

ไฮไลต์การแข่งขันฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ

ระหว่าง วัตฟอร์ด vs แมนเชสเตอร์ ซิตี้

วันพุธที่ 16 กันยายน 2560 เวลา 21:00 น. 

สนามแข่งขัน : Vicarage Road Stadium, Watford

ผู้ตัดสิน : A. Taylor • ผู้ชม: 20,305

 

การแข่งในวันนี้เป็นการแข่งขันนัดที่ 5 ของการแข่งรายการพรีเมียร์ลีก อังกฤษ โดยในเกมนี้ แตนอาละวาด จะเปิดบ้านรับการมาเยือนของเรือใบสีฟ้า มาดูฟอร์มการเล่นก่อนเกมก่อนเลย เจ้าบ้านออกสตาตท์ในลีกได้ดีพอสมควรโดย 4 นัดที่ผ่านมา ชนะได้ 2 นัด แพ้ 1 และ เสมอ 1 นัด ส่วนฟอร์มการเล่นในบ้านนั้น ไม่ดีเลย โดยที่แพ้ไป 2 นัด และเสมออีก 3 นัด จาก 5 นัดหลังสุดนี้ มาดูฟอร์มทีมเยือนกันบ้าง โดย 4 นัดแรก พวกเขาสามารถเอาชนะได้ 3 นัด และเสมอ 1 นัด ถือวา่เล่นได้อย่างยอดเยี่ยม ส่วนฟอร์มการเล่นออกไปเป็นทีมเยือนแล้ว เล่นได้อย่างดีมาก โดนชนะได้ 4 นัด จาก 5 จัด และแพ้ไป 1 นัดจากการเตะกระชับมิตรกับสโมสรในเครื่ออย่างกิโรน่า ที่ประธานสโมสรได้ซื้อทีมมาร่วมเป็นหนึ่งใน ซิตี้ ฟุตบอล กรุ๊ป

 

แทงบอล สำหรับคนชอบเล่นบอลออนไลน์ หน้าเว็บไซด์เรามีบริการเปิดให้แทงบอลออนไลน์ได้แล้ววันนี้ พร้อมทั้งมีบริการ Call center ตลอด 24 ชั่วโมงเพื่อดูแลลูกค้าทุก ๆ ท่าน

 

เรามาดูกันเลยว่าทั้ง 2 ทีมนั้นจัดแผนไหนมาสู้กัน

 

วัตฟอร์ด จัดตัวมาในแผน 4 – 2 – 3 – 1

ผู้รักษาประตู : Heurelho Gomes

กองหลัง : Daryl Janmaat, Christian Kabasele, Adrian Mariappa, Jose Holebas

กองกลาง : Nathaniel Chalobah, Abdoulaye Doucoure, Andre Carrillo, Tom Cleverley, Richarlison

กองหน้า : Andre Gray

ผู้เล่นสำรอง : Troy Deeney, Isaac Success, Molla Wague, Marvin Zeegelaar, Etienne Capoue, Orestis Karnezis, Roberto Pereyra

ผู้จัดการทีม : Marco Silva

 

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ จัดตัวมาในแผน 4 – 1 – 3 – 2

ผู้รักษาประตู : Ederson Moraes

กองหลัง : Kyle Walker, John Stones, Nicolas Otamendi, Benjamin Mendy

กองกลาง : Fernandinho, Kevin de Bruyne, David Silva, Raheem Sterling

กองหน้า : Gabriel Jesus, Sergio Aguero

ผู้เล่นสำรอง : Claudio Bravo, Danilo, Ilkay Guendogan, Eliaquim Mangala, Fabian Delph, Leroy Sane, Bernardo Silva

ผู้จัดการทีม : Josep Guardiola

 

สถิติต่างๆที่เกิดขึ้นตลอดทั้งเกมนี้

จังหวะสำคัญๆต่างๆในเกมนี้

เกมการแข่งขันในวันนี้เริ่มต้นขึ้น Kevin De Bruyne รับหน้าที่เป็นคนเปิดลูกตั้งเตะในลูกนี้ ในนาทีที่ 27 และเขาเปิดบอลเข้าไปลุ้นหน้าหรอบเขตโทษ และเป็นทางด้าน Sergio Agüero เทคตัวโหม่ง จากตรงกลางกรอบประตู บอลผ่านมือผู้รักษาประตูเข้าไป ทีมเยือนออกนำไปก่อน 0 – 1

นาทีที่ 29 José Holebas โดนใบเหลืองไปเป็นคนแรกของเกมนี้ จากจังหวะที่เขาไปทำฟาวล์ใส่ Kevin De Bruyne

นาทีที่ 31 David Silva จ่ายบอลให้กับ Sergio Agüero จิ้มบอลจ่อๆหน้าประตู บอลเข้าประตูไป และเป็นลูกที่ 2 ของตัวเขาในเกมนี้ และทำให้ทีมเยือนออกนำห่างออกไปเป็น 0 – 2

ยังไม่พอแค่นั้น Sergio Agüero ที่ยิงไปแล้ว 2 ลูก จ่ายบอลไปให้กับ Gabriel Jesus ยิงด้วยขวาจากตรงกลางกรอบประตู บอลเสียบโคนเสาด้านซ้ายเข้าประตูไป ทีมเยือนนำห่างออกไปเรื่อยๆเป็น 0 – 3

Abdoulaye Doucouré โดนใบเหลืองไปในนาทีที่ 40 ก่อนหมดเวลาเพียง 5 นาที จากการที่เขาไปทำฟาวล์ใส่ Raheem Sterling และจบครึ่งแรกไป โดยที่ทีมเยือนนำห่างถึง 0 – 3

นาทีที่ 63 David Silva เปิดบอลเข้าไปจากทางริมเส้น Nicolás Otamendi วิ่งเข้ามาโหม่งบอลเสียบสามเหลี่ยมขวาเข้าประตูไป ทีมเยือนยังคงเดินหน้าบุกต่อเรื่อยๆ สกอร์ตอนนี้อยูที่ 0 – 4

นาทีที่ 64 Watford เปลี่ยนตัวผู้เล่น โดยส่ง Roberto Pereyra ลงมาแทน Tom Cleverley ที่ถูกถอดออกไปนั่งข้างสนาม

นาทีที่ 65 Manchester City เปลี่ยนตัวผู้เล่นอย่าง Gabriel Jesus ออก และได้ส่ง Bernardo Silva ลงมาเล่นแทน

นาทีที่ 66 Manchester City เปลี่ยนตัวผู้เล่นอย่าง Kevin De Bruyne ออก และได้ส่ง Ilkay Gündogan ลงมาเล่นแทน

นาทีที่ 70 Watford เปลี่ยนตัวผู้เล่น โดยส่ง Etienne Capoue ลงมาแทน Nathaniel Chalobah ที่ถูกถอดออกไปนั่งข้างสนาม

นาทีที่ 74 Watford เปลี่ยนตัวผู้เล่น โดยส่ง Troy Deeney ลงมาแทน Andre Gray ที่ถูกถอดออกไปนั่งข้างสนาม

นาทีที่ 78 Manchester City เปลี่ยนตัวผู้เล่นอย่าง David Silva ออก และได้ส่ง Leroy Sané ลงมาเล่นแทน

ยังไม่พอแค่นั้น Kyle Walker จ่ายบอลไปให้กับ Sergio Agüeroยิงด้วยขวา จากมุมแคบด้านขวาบอลเสียบโคนเสาด้านซ้ายเข้าประตูไป สกอร์ตอนนี้อยู่ที่ 0 – 5 ในนาทีที่ 81

นาทีที่ 89 ก่อนหมดเวลาเพียง 1 นาที Manchester City มาได้ลูกจุดโทษ และเป็นทางด้านของ Raheem Sterling ที่รับหน้าที่สังหารจุดโทษลูกนี้ และเขาก็ไม่พลาด ยิงด้วยขวา บอลพุ่งเสียบสามเหลี่ยมซ้ายเข้าประตูไป สกอร์ตอนนี้อยู่ที่ 0 – 6

จบเกม วัตฟอร์ด 0 – 6 แมนเชสเตอร์ ซิตี้

 

วัตฟอร์ด 0 – 6 แมนเชสเตอร์ ซิตี้

 

วิเคราะห์เกมหลังการแข่งขัน

เป็นทางด้านของทีมเยือนที่บุกเข้าใส่อย่างเดียว โดยสามารถถล่มประตูไปได้ถึง 6 ลูกด้วยดัน โดยในเกมนี้การครองบอลอยู่กับทางทีมเยือนเป็นส่วนใหญ่ อยู่ที่ 35% ต่อ 65% เลยทีเดียว โดยที่ซิตี้ยิงไปทั้งหมด 23 ลูก เข้ากรอบ 10 ลูก และเป็นประตูถึง 6 ประตูด้วยกัน โดยทีมเยือนพับสนามบุกใส่เจ้าบ้านอยู่ฝ่ายเดียว เจ้าบ้านมีโอกาสยิงทั้งหมด 6 ครั้ง เข้ากรอบไป 1 ครั้ง

ไฮไลต์การแข่งขันฟุตบอลบุนเดสลีกา

ระหว่างฮันโนเวอร์ 96 Vs ฮัมบูร์ก

วันศุกร์ที่ 15 กันยายน 2560 

สนามแข่งขัน : HDI-Arena

ผู้ตัดสิน : Robert Hartmann 

 

ฮันโนเวอร์ 96  เปิดบ้านรับการมาเยือนของ ฮัมบูร์ก ตามสถิติที่พบกันมา เป็นทางเจ้าถิ่น ที่เล่นได้เหนือกว่าเล็กน้อย วันนี้มาได้เปรียบเกมในบ้านทั้งผลงานในช่วงหลังนั้น ค่อนข้างทำได้ดีมีเกมรุกที่ดุดันน่ากลัว เกมรับก็ ตัดสกัดได้ชัวร์ผิดพลาดไม่มากเท่าไหร่นักทำให้ เจ้าถิ่นนั้น มีภาษีดูดีกว่าค่อนข้างมากในเกมวันนี้  ส่วนทางเยือนนั้น ก็มีฟอร์มที่สดพอกันทั้ง เกมรุกและเกมรับครบเครื่อง แพ้ใครได้ยากแต่ต้องมาเสียเปรียบเรื่องสถานที่ ในเกมวันนี้ ทำให้ ดูเป็นรองอยู่เล็กน้อย  ทั้งคู่มีผลงานที่ความใกล้เคียงกันอยู่มาก แต่ทางเจ้าถิ่นนั้นมีขุนพลที่เป็นต่ออยู่มากกว่าทั้ง กุมความได้เปรียบอยู่ดูแล้วเกมวันนี้ลุ้นที่เจ้าบ้านน่าผ่านได้นิ่มแน่นอน มั่นใจ ใส่ฮันโนเวอร์ 96

แทงบอล สำหรับคนชอบเล่นบอลออนไลน์ หน้าเว็บไซด์เรามีบริการเปิดให้แทงบอลออนไลน์ได้แล้ววันนี้ พร้อมทั้งมีบริการ Call center ตลอด 24 ชั่วโมงเพื่อดูแลลูกค้าทุก ๆ ท่าน

 

เรามาดูกันเลยว่าทั้ง 2 ทีมนั้นจัดแผนไหนมาสู้กัน

Continue reading “ไฮไลต์การแข่งขันฟุตบอล บุนเดสลีกา ฮันโนเวอร์ 96 Vs ฮัมบูร์ก”

ไฮไลต์การแข่งขันฟุตบอลบุนเดสลีกา

ระหว่างฮันโนเวอร์ 96 Vs ฮัมบูร์ก

วันศุกร์ที่ 15 กันยายน 2560 

สนามแข่งขัน : HDI-Arena

ผู้ตัดสิน : Robert Hartmann 

 

ฮันโนเวอร์ 96  เปิดบ้านรับการมาเยือนของ ฮัมบูร์ก ตามสถิติที่พบกันมา เป็นทางเจ้าถิ่น ที่เล่นได้เหนือกว่าเล็กน้อย วันนี้มาได้เปรียบเกมในบ้านทั้งผลงานในช่วงหลังนั้น ค่อนข้างทำได้ดีมีเกมรุกที่ดุดันน่ากลัว เกมรับก็ ตัดสกัดได้ชัวร์ผิดพลาดไม่มากเท่าไหร่นักทำให้ เจ้าถิ่นนั้น มีภาษีดูดีกว่าค่อนข้างมากในเกมวันนี้  ส่วนทางเยือนนั้น ก็มีฟอร์มที่สดพอกันทั้ง เกมรุกและเกมรับครบเครื่อง แพ้ใครได้ยากแต่ต้องมาเสียเปรียบเรื่องสถานที่ ในเกมวันนี้ ทำให้ ดูเป็นรองอยู่เล็กน้อย  ทั้งคู่มีผลงานที่ความใกล้เคียงกันอยู่มาก แต่ทางเจ้าถิ่นนั้นมีขุนพลที่เป็นต่ออยู่มากกว่าทั้ง กุมความได้เปรียบอยู่ดูแล้วเกมวันนี้ลุ้นที่เจ้าบ้านน่าผ่านได้นิ่มแน่นอน มั่นใจ ใส่ฮันโนเวอร์ 96

แทงบอล สำหรับคนชอบเล่นบอลออนไลน์ หน้าเว็บไซด์เรามีบริการเปิดให้แทงบอลออนไลน์ได้แล้ววันนี้ พร้อมทั้งมีบริการ Call center ตลอด 24 ชั่วโมงเพื่อดูแลลูกค้าทุก ๆ ท่าน

 

เรามาดูกันเลยว่าทั้ง 2 ทีมนั้นจัดแผนไหนมาสู้กัน

 

ฮันโนเวอร์ 96  จัดตัวมาในแผน 4 – 3 – 3

 

ผู้รักษาประตู : Philipp Tschauner

กองหลัง : Julian Korb, Salif Sane, Felipe , Matthias Ostrzolek

กองกลาง : Marvin Bakalorz, Waldemar Anton, Pirmin Schwegler

กองหน้า : Martin Harnik, Niclas Fuellkrug, Kenan Karaman

ผู้เล่นสำรอง : Manuel Schmiedebach, Sebastian Maier, Felix Klaus, Ihlas Bebou, Florian Huebner, Michael Esser, Oliver Sorg

ผู้จัดการทีม : Andre Breitenreiter

 

ฮัมบูร์ก จัดตัวมาในแผน 4 – 2 – 3 – 1

 

ผู้รักษาประตู : Christian Mathenia

กองหลัง : Douglas Santos,Gideon Jung, Kyriakos Papadopoulos, Dennis Diekmeier

กองกลาง : Walace, Albin Ekdal ,Andre Hahn,Lewis Holtby,

กองหน้า : Sven Schipplock

ผู้เล่นสำรอง : Frederik Soerensen, Marcel Risse, Milos Jojic, Yuya Osako, Thomas Kessler, Sehrou Guirassy, Jannes-Kilian Horn

ผู้จัดการทีม : Markus Gisdol

 

สถิติต่างๆที่เกิดขึ้นตลอดทั้งเกมนี้

 

จังหวะสำคัญๆต่างๆในเกมนี้

 

นาทีที่ 23 ‘ เจ้าบ้าน ฮันโนเวอร์มีโอกาสก่อน จาก Martin Harnik จังหวะจ่ายให้  Kenan Karaman   ซัดข้ามคานออกไป

Continue reading “ไฮไลต์การแข่งขันฟุตบอลฟุตบอล บุนเดสลีกา ฮันโนเวอร์ 96 Vs ฮัมบูร์ก”

 

 

ไฮไลต์การแข่งขันฟุตบอล ยูฟ่ายูโรป้าลีก

ระหว่าง อาร์เซนอล vs โคโลญ

วันพุธที่ 15 กันยายน 2560 เวลา 03:05 น. 

สนามแข่งขัน : Emirates Stadium, London

ผู้ตัดสิน : J. Fernández 

 

การแข่งขันในวันนี้เป็นการแข่งขันกันในรายการฟุตบอลยุโรปถ้วยรองอย่างยูฟ่ายูโรป้าลีก โดยที่ปืนใหญ่อาร์เซนอลเปิดบ้านรับการมาเยือนของแพะบ้าโคโลญ มาดูฟอร์มก่อนเกมการแข่งขันกันก่อนเลย เริ่มจากไอ้ปืนโตฟอร์มการเล่น 5 นัดหลังสุดนี้ยังไม่แน่นอน โดยที่ ชนะและแพ้ไปอย่างละ 2 นัด และเสมอไป 1 นัด ส่วนฟอร์มการเล่นในบ้านนั้นถือว่ายอดเยี่ยมเลย ชนะไป 4 จาก 5 นัด ถือว่าเป็นฟอร์มที่ดีสำหรับการเล่นในบ้าน มาดูท่าฝั่งของทีมเยือนกันบ้าง ฟอร์มการเล่นของโคโลญก็ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ โดย 5 นัดหลังสุด ชนะไป 2 นัด และแพ้ไป 3 นัดส่วนฟอร์มการเล่นออกไปเป็นทีมเยือนนั้น ชนะไปเพียงนัดเดียวแะ้และเสมอไปอย่างละ  2 นัด กถ้าดูจากสถิติที่ทั้ง 2 ทีมเคยพบกันแล้ว ทั้ง 2 เคยพบกัน 2 นัด และเป็นทางด้านของอาร์เซนอลเจ้าบ้านที่สามารถเอาชนะไปได้ทั้ง 2 นัด เมื่อปี 2011 และปี 2012 และในวันนี้ยังได้เล่นในบ้านอีกด้วยนั้นจึงเป็นต่ออยู่พอสมควร

แทงบอล สำหรับคนชอบเล่นบอลออนไลน์ หน้าเว็บไซด์เรามีบริการเปิดให้แทงบอลออนไลน์ได้แล้ววันนี้ พร้อมทั้งมีบริการ Call center ตลอด 24 ชั่วโมงเพื่อดูแลลูกค้าทุก ๆ ท่าน

 

เรามาดูกันเลยว่าทั้ง 2 ทีมนั้นจัดแผนไหนมาสู้กัน

 

อาร์เซนอล จัดตัวมาในแผน 3 – 4 – 3

ผู้รักษาประตู : David Ospina

กองหลัง : Rob Holding, Per Mertesacker, Nacho Monreal

กองกลาง : Hector Bellerin, Alex Iwobi, Mohamed Elneny, Ainsley Maitland-Niles

กองหน้า : Theo Walcott, Olivier Giroud, Alexis Sanchez

ผู้เล่นสำรอง : Jack Wilshere, Shkodran Mustafi, Jeff Reine-Adelaide, Sead Kolasinac, Chuba Akpom, Matt Macey, Reiss Nelson

ผู้จัดการทีม : Arsene Wenger

 

โคโลญ จัดตัวมาในแผน 4 – 1 – 4 – 1

ผู้รักษาประตู : Timo Horn

กองหลัง : Lukas Kluenter, Jorge Mere, Dominique Heintz, Konstantin Rausch

กองกลาง : Matthias Lehmann, Simon Zoller, Marco Hoeger, Jonas Hector, Leonardo Bittencourt

กองหน้า : Jhon Cordoba

ผู้เล่นสำรอง : Frederik Soerensen, Marcel Risse, Milos Jojic, Yuya Osako, Thomas Kessler, Sehrou Guirassy, Jannes-Kilian Horn

ผู้จัดการทีม : Peter Stoeger

 

สถิติต่างๆที่เกิดขึ้นตลอดทั้งเกมนี้

 

จังหวะสำคัญๆต่างๆในเกมนี้

เกมเริ่มต้นขึ้น เป็นทางด้านของแฟนๆทีมเยือนได้เฮก่อน ในนาทีที่ 9 เป็นทางด้านของ Leonardo Bittencourt ที่จ่ายบอลมาให้กับ Jhon Córdoba ลองส่องไกลด้วยขวา บอลพุ่งเสียบมุมสามเหลี่ยมซ้ายเข้าประตูไป ทีมเยือออกนำไปก่อน 0 – 1

ช่วงท้ายครึ่งหลัง FC Köln ต้องเปลี่ยนตัวผู้เล่น เนื่อจากมีผู้เล่นประสบปัญหาอาการบาดเจ็บ โดนเปลี่ยน  Jonas Hector ออกละ และได้ส่ง Milos Jojic ลงมาแทน

ก่อนเกมในครึ่งหลังจะเริ่มขึ้น Arsenal ได้ปรับแผนการเล่นใหม่ และได้เปลี่ยนตัวผู้เล่น โดยที่พวกเขาได้ส่ง Sead Kolasinac ลงมาแทนดาวรุ่งอย่าง  Rob Holding

ตัวสำรองอย่าง Sead Kolasinac ที่เพิ่งถูกเปลี่ยนตัวลงมาเมื่อต้นครึ่งหลัง ยิงบอลด้วยเท้าซ้าย จากด้านซ้ายของประตู บอลเสียบโคนเสาด้านขวกเข้าประตูไป เจ้าบ้านตามตีเหมอได้สำเร็จ สกอร์กลับมาเสมอกันอยู่ที่ 1 – 1

นาทีที่ 65 FC Köln เปลี่ยนตัวผู้เล่น โดยถอด Simon Zoller ออก และได้ส่ง Marcel Risse ลงมาแทน

นาทีที่ 67 Alex Iwobi จ่ายบอลมาให้กับ Alexis Sánchez เขาจับแล้วปั่นด้วยขวา นอกกรอบเขตโทษ บอลเสียบสามเหลี่ยมด้านขวาเข้าประตูไป เจ้าบ้านขึ้นนำเป็นครั้งแรก หลังจากไล่ตามตีเสมออยู่นาน สกอร์ตอนนี้อยู่ที่ 2-1

นาทีที่ 68 Arsenal เปลี่ยนตัวผู้เล่น โดยถอด Alex Iwobi ออก และได้ส่ง Jack Wilshere ลงมาแทน

นาทีที่ 65 FC Köln เปลี่ยนตัวผู้เล่น ได้ส่ง Yuya Osako ลงมาแทน  Lukas Klünter ที่ถูกเปลี่ยนตัวออกไป

ช่วงท้ายของครึ่งหลัง Héctor Bellerín มายิงประตูย้ำชัยให้กัยเจ้าบ้านได้ จากจังหวะการยิงด้วยเท้าขวาจากตรงกลางกรอบประตู บอลพุ่งแสกหน้าผู้รักษาประตูเข้าไป ในนาทีที่ 81 สกอร์อยู่ที่ 3-1

จบเกม อาร์เซนอล 3 – 1 โคโลญ

 

อาร์เซนอล 3 – 1 โคโลญ

 

วิเคราะห์เกมหลังการแข่งขัน

เป็นเจ้าบ้านที่เล่นได้ดีกว่า เพียวเสียประตูแรกเร็วไปหน่อยเท่านั้น แต่หลังจากนั้นพวกเจขา พับสนามบุกใส่ทีมเยือนอยู่ฝ่ายเดียว และโดนโต้กลับมาเป็นครั้งคราว แต่ก็ไม่ได้อันตรายอะไรมาก เปอร์เซ็นการครองบอลในวันนี้จึงเห็นได้ชัดเจนอยู่ที่ 63% ต่อ 37%

ไฮไลต์การแข่งขันฟุตบอล ลาลีกา สเปน

ระหว่าง มาลาก้า vs ลาส พัลมาส

วันพุธที่ 12 กันยายน 2560 เวลา 02:00 น. 

สนามแข่งขัน : Estadio La Rosaleda, Málaga

ผู้ตัดสิน : J. Fernández • ผู้ชม : 22,697

 

การแข่งขันในนัดนี้เป็นการแข่งขันกันในศึก สาลีก้า สเปน ศึกลูกหยังยักษ์ใหญ่แห่งดินแดนกระทิงดุ โดยการแข่งในนัดนี้ จะเป็นนัดที่ 3 หลังจากเปิดฤดูกาลมาได้ 2 นัด โดยในนัดนี้ จะเป็นการพบกันของ มาลาก้า ที่จะเปิดบ้านต้อนรับการมาเยือนของ ลาส พัลมาส มาดูฟอร์มการเล่นก่อนการแข่งขันกันเลย เริ่มแรกเรามาดูที่ฝั่งเจ้าบ้านอย่าง มาลาก้า มันก่อนเลยดีกว่า ฟอร์มการเล่น 5 นัดหลังสุดของเจ้าบ้านนั้นถือว่าย่ำแย่เอากาล โดยที่สามารถเอาชนะคู่แข่งไปได้เพียงแค่ครั้งเดียว นอกนั้นแพ้เรียบ ตอนช่วงกระชับมิตรในช่วงปรีซีซัน ลามไปถึงช่วงท้ายของฤดูกาลที่ผ่านมา ส่วนฟอร์มการเล่นในบ้านก็ยังเหมือนๆกัน เอาชนะได้ 1 นัดจาก 5 นัด ที่เหลืออีก 4 นัดแพ้รวด ทีนี้ลองมาดูฟอร์มการเล่นของทีมเยือนกันบ้าง ทีมเยือนออกสตาทอุ่นเครื่อง ปรีซีซันได้สวย สามารถเอาชนะได้เกือบทุกนัด มีเพียงสองนัดที่พวกเขาฟอร์มผืดทำได้เพียงเสมอกับเตเนริเฟ่ กับ มาริติโม่ แต่พอเปิดฤดูกาลมา กับแพ้รวดทั้ง 2 นัด แต่นั้นเป็นการพ่ายแพ้ให้กับทีมที่ใหญ่กว่า อย่างแอธฯมาดริด และบาเลนเซีย ส่วนฟอร์มการเล่นออกไปเป็นทีมเยือนแล้ว ถือว่าทำผลงานได้พอใช้ 5 นัดหลังสุด สามารถเอาชนะและแพ้ได้อย่างละ 2 นัด และเสมอไปอีก 1 นัด แต่ถ้าหากเรามาดูจากสถิติที่ทั้ง 2 ทีมเคยพบกันมาแล้ว จะผลัดกันแพ้ผลัดกันชนะมาโดยตลอด แต่เนื่องด้วยในนัดนี้ ทีมเยือนอย่างลาส พัลมาสมีขุมกำลังพลที่พร้อมกว่า และดีกว่า มาลาก้าที่มีนักเตะบาดเจ็บอยู่ ทีมเยือนจึงได้เปรียบอยู่เล็กน้อย

 

แทงบอล สำหรับคนชอบเล่นบอลออนไลน์ หน้าเว็บไซด์เรามีบริการเปิดให้แทงบอลออนไลน์ได้แล้ววันนี้ พร้อมทั้งมีบริการ Call center ตลอด 24 ชั่วโมงเพื่อดูแลลูกค้าทุก ๆ ท่าน

 

เรามาดูกันเลยว่าทั้ง 2 ทีมนั้นจัดแผนไหนมาสู้กัน

มาลาก้า จัดตัวมาในแผน 4 – 2 – 3 – 1

ผู้รักษาประตู : Roberto

กองหลัง : Roberto Rosales, Luis Hernandez, Diego Gonzalez, Federico Ricca

กองกลาง : Zdravko Kuzmanovic, Jose Recio, Keko, Adrian Gonzalez, Mula

กองหน้า : Borja Baston

ผู้เล่นสำรอง : Esteban Rolon, Gonzalo Castro, Miguel Angel Cifu, Cenk Gonen, Javier Ontiveros, Paul Baysse, Youssef En-Nesyri

ผู้จัดการทีม : Michel

 

ลาส พัลมาส จัดตัวมาในแผน 4 – 2 – 3 – 1

ผู้รักษาประตู : Leandro Chichizola

กองหลัง : Michel, Ximo Navarro, Aythami Artiles, Dani Castellano

กองกลาง : Alberto Aquilani, Javi Castellano, Oussama Tannane, Jonathan Viera, Alen Halilovic

กองหน้า : Jonathan Calleri

ผู้เล่นสำรอง : Raul Lizoain, Vicente Gomez, David Garcia, Loic Remy, Momo, Hernan Santana, Pedro Bigas

ผู้จัดการทีม : Manolo Marquez

 

สถิติต่างๆที่เกิดขึ้นตลอดทั้งเกมนี้

จังหวะสำคัญๆต่างๆในเกมนี้

เกมการแข่งขั้นในครึ่งเวลาแรกได้เริ่มขึ้นอย่างดุเดือน ในนาทีที่ 23 Adrián González ผู้เล่นของเจ้าบ้านโดนใบเหลืองไป จากจังหวะการฟาวล์ก่อนหน้านี้ ที่เขาได้ไปทำฟาวล์ใส่ Leandro Chichizola เขาจึงเป็นผู้เล่นคนแรกของเกมนี้ที่โดนใบเหลืองไป

ก่อนหมดเวลาในครึ่งแรกไม่นาน ทีมเยือนก็เป็นฝ่ายได้เฮก่อน จากจังหวะทที่ Alen Halilovic จ่ายบอลให้กับ Jonathan Viera ก่อนที่ Viera จะซัดบอลด้วยเท้าขวาข้างถนัด จากตรงกลางกรอบประตู บอลเสียบโคนเสาด้านขวาเข้าประตูไป ก่อนจบครึ่งแรกไปด้วยสกอร์ 0 – 1

เกมในครึ่งหลังเริ่มต้นขึ้นได้ไม่นาน ในนาทีที่ 48 เจ้าบ้านก็เป็นฝ่ายได้เฮกันลั้นบ้าง หลังจากที่ทีมของพวกเขาไล่ตีเสมอได้สำเร็จในช่วงต้นครึ่งหลังเลย จากจังหวะที่ Recio เปิดลูกฟรีคิ๊กเข้ามาลุ้นในกรอบเขตโทษของฝั่งตรงข้าม และเป็นทางด้านของ Diego González ที่เทคตัวขึ้นโหม่งบอล เสียบโคนเสาด้านซ้านผ่านมือของผู้รักษาประตูเข้าไป สกอร์ตอนนี้กลับมาเสมอกันอยู่ที่ 1 – 1

ในนาทีที่ 60  เจ้าบ้านได้เปลี่ยนตัวผู้เล่น โดยส่ง Javier Ontiveros  ลงมาแทน Keko ที่ถูกถอดออกไปก่อนหน้านี้

นาทีที่ 61 Recio นักเตะของเจ้าบ้านโดนใบเหลืองไปอีกคน จากจังหวะที่เขาไปทำฟาวล์ใส่ Javi Castellano

นาทีที่ 64 Las Palmas เปลี่ยนตัวผู้เล่น โดยส่ง Loïc Remy ลงมาแทน Alen Halilovic ที่ถูกเปลี่ยนตัวออกไป

และนี่ก็เป็นอีกครั้งที่ผู้เล่นของเจ้าบ้านโดนใบเหลืองไป เป็นใบเหลืองที่ 3 ของทีม และใบที่ 3 ของเกมนี้ด้วยเช่นกัน คราวนี้เป็นทางด้านของ Borja Bastón ที่โดนใบเหลืองไป จากจังหวะที่เขาไปฟาวล์ใส่ Borja Bastón

เกมยังคงเดือดต่อมา อีกไม่นานในนาทีที่ 67 คราวนี้เป็นทางด้านของทีมเยือนบ้างที่ โดนใบเหลืองไป จากจังหวะที่ Dani Castellano ไปทำฟาวล์ใส่ Javier Ontiveros เป็นใบเหลืองแรกของทางฝั่งทีมเยือน และเป็นใบเหลืองที่ 4 ที่เกิดขึ้นในเกมนี่

นาทีที่ 69 Ximo Navarro แทงบอลทะลุช่องให้กับ Jonathan Calleri ได้สวยงามมาก และเขาก็ไม่พลาดที่จะจบสกอร์นี้ลงได้ เขายิงบอลด้วยเท้าขวา จากด้านขวาของเขตโทษ บอลโค้งเข้าสามเหลี่ยมด้านขวาเขาไปอย่างสวยงาม

นาทีที่ 73 เจ้าบ้านอย่าง Málaga เปลี่ยตัวผู้เล่นถึง 2 คน โดยส่ง Youssef En-Nesyri ลงมาแทนที่ของ Adrián González และส่ง Cifu ลงมาแทนที่ Roberto Rosales ที่ถูกเปลี่ยนตัวออกไป

นาทีที่ 80 Míchel Macedo เป็นนักเตะของทีมเยือนคนที่ 2 ที่โดนใบเหลืองจากจังหวะการตัดฟาวล์ใส่ ก่อนหน้านี้

นาทีที่ 81 Las Palmas เปลี่ยนตัวผู้เล่น โดยส่ง Momo ลงมาแทน Oussama Tannane ที่ถูกเปลี่ยนตัวออกไป

นาทีที่ 82 โ โดนใบเหลืองไปอีกคน เป็นเกมที่ดุเดือดอย่างมาก จากการทำฟาวล์ใส่ Míchel Macedo

ก่อนหมดเวลาการแข่งขันในอีกไม่กี่นาที Dani Castellano จ่ายบอลให้กับ Loïc Remy  ตัวสำรองที่ถูกเปลี่ยนตัวลงมาเล่นในครึ่งหลังนี้ ยิงด้ายขวาจากตรงกลางกรอบประตู บอลเสียบโคนเสาด้านซ้ายเข้าประตูไป ในนาทีที่ 88

นาทีที่ 90 Las Palmas เปลี่ยนตัวผู้เล่น โดยส่ง Vicente Gómez ลงมาแทน Jonathan Calleri ที่ถูกเปลี่ยนตัวออกไป

จบเกม มาลาก้า 1 – 3 ลาส พัลมาส

 

มาลาก้า 1 – 3 ลาส พัลมาส

 

วิเคราะห์เกมหลังการแข่งขัน

การแข่งขันในเหมนี้เป็นไปอย่างคู่คี่สูสี เปอร์เซ็นการครองบอลในเกมนี้อยู่ที่ 51% ต่อ 49% เจ้าบ้านยังทำได้ดีกว่านิดหน่อย แต่เป็นเกมที่ดุเดือนอยู่พอสมควร การฟาวล์ในเกมนี้เกิดขึ้นทั้งหมด 33 ครั้ง ด้วยกันและเป็ฯทางฝั่งของเจ้าบ้านที่ฟาวล์ไปถึง 23 ครั้ง โดนไป 4 ใบเหลืองในเกมเดียว การยิงในเกมนี้ เจ้าบ้านยิงไป 12 ครั้ง เข้ากรอบ 6 ครั้ง และเป็น 1 ประตู ส่วทีมเยือนยิงไปทั้งหมด 10 ครั้ง เข้ากรอบ 3 ครั้ง และเป็นประตูทั้ง 3 ประตู ถือว่าผู้เล่นแนวรุกประสานงานกันได้เป็นอย่างดีในฝั่งของทีมเยือน

ไฮไลต์การแข่งขันฟุตบอลกัลโช่ เซเรียอา อิตาลี

ระหว่าง ยูเวนตุส vs คิเอโว

วันพุธที่ 11 กันยายน 2560 เวลา 23:00 น. 

สนามแข่งขัน : Allianz Stadium, Torino

ผู้ตัดสิน : M. Fabbri

 

การแข่งขันในวันนี้เป็นการแข่งขันในรายการกัลโซ่ เซเรียอา อิตาลี โดยที่ทีมยังใหญ่อย่างเอซีมิลานเปิดบ้านรับการมาเยือนของคิเอโว มาดูฟอร์มการเล่นก่อนเกมกันก่อนเลยดีกว่า ฟอร์มการเล่นของเจ้สบ้าน ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ โดยชนะและแพ้ อย่างละ 2 นัด และเสมอ 1 นัด ส่วนฟอร์มการเล่นในบ้านนั้น พวกเขายังไม่เคยแพ้ทีมใดใน20นัดหลังสุด ส่วนฟอร์มทีมเยือนนั้น สามารถเอาชนะไปได้ 3 นัดจาก 5 นัดกหลังสุด และแพ้กับเสออีกอย่างละ1นัด ส่วนฟอร์มการออกไปเตะนอกบ้านแล้ว ก็ยังถือว่ากลงๆ สามารถเอาชนะและเสมอกได้อย่างละ 2 นัด และแพ้ไป 1 นัด แต่ถ้าหากมาดูจากสถิติการพบกันของทั้ง 2 ทีมแล้ว ยูเว่แพ้ให้กับคิเอโว่นัดล่าสุดต้องย้อนกลับไปถึงปี 2010 กันเลยทีเดียว นั้นแสดงให้เห็นว่าทีมของพวกเขานั้นเป็นทีมที่แข็งแกร่งขนาดไหน

 

 

แทงบอล สำหรับคนชอบเล่นบอลออนไลน์ หน้าเว็บไซด์เรามีบริการเปิดให้แทงบอลออนไลน์ได้แล้ววันนี้ พร้อมทั้งมีบริการ Call center ตลอด 24 ชั่วโมงเพื่อดูแลลูกค้าทุก ๆ ท่าน

 

เรามาดูกันเลยว่าทั้ง 2 ทีมนั้นจัดแผนไหนมาสู้กัน

ยูเวนตุส จัดตัวมาในแผน 4 – 4 – 2

ผู้รักษาประตู : Wojciech Szczesny

กองหลัง : Stephan Lichtsteiner, Daniele Rugani, Medhi Benatia, Kwadwo Asamoah

กองกลาง : Stefano Sturaro, Miralem Pjanic, Blaise Matuidi

กองหน้า : Douglas Costa, Gonzalo Higuain, Mario Mandzukic

ผู้เล่นสำรอง : Gianluigi Buffon, Andrea Barzagli, Benedikt Höwedes, Juan Cuadrado, Carlo Pinsoglio, Mattia De Sciglio, Fabrizio Caligara, Federico Bernardeschi, Rodrigo Bentancur, Paulo Dybala

ผู้จัดการทีม : Massimiliano Allegri

 

 

คิเอโว จัดตัวมาในแผน 4 – 2 – 3 – 1

ผู้รักษาประตู : Stefano Sorrentino

กองหลัง : Fabrizio Cacciatore, Dario Dainelli, Alessandro Gamberini, Massimo Gobbi

กองกลาง : Lucas Nahuel Castro, Ivan Radovanovic, Perparim Hetemaj, Valter Birsa

กองหน้า : Manuel Pucciarelli, Roberto Inglese

ผู้เล่นสำรอง : Bostjan Cesar, Nenad Tomovic, Andrea Seculin, Luca Garritano, Mariusz Stepinski, Gianluca Gaudino, Mattia Bani, Fabio Depaoli, Pawel Jaroszynski, Filippo Pavoni, Sergio Pellissier, Nicola Rigoni, Mehdi Leris

ผู้จัดการทีม : Rolando Maran

 

สถิติต่างๆที่เกิดขึ้นตลอดทั้งเกมนี้

 

จังหวะสำคัญๆต่างๆในเกมนี้

เกมในครึ่งแรกเริ่มขึ้นมาได้ไม่นานถึงนาทีที่ 17 Perparim Hetemaj ผู้เล่นของทีมเยือนได้ทำบอลเข้าประตูตัวเอง สกอร์อยูที่ 1 – 0

นาทีที่ 22 Perparim Hetemaj นักเตะฝั่งทีมเยือน โดนใบเหลืองไป จากการไปทำฟาวล์ใส่ Kwadwo Asamoah

เริ่มเกมในครึ่งหลังมาได้ถึงนาทีที่ 52 Mario Mandzukic โดนใบเหลืองไปอีกราย จากการทำฟาวล์ใส่ Dario Dainelli

นาทีที่ 54 Juventus เปลี่ยนตัวผู้เล่น โดยส่ง Paulo Dybala ลงมาแทน  Douglas Costa ที่ถูกเปลี่ยนตัวออกไป

นาทีที่ 58 Miralem Pjanic จ่ายบอลให้กับ Gonzalo Higuaín ก่อนที่ Higuaín จะยิงด้วย ขวกจากตรงกลางกรอบประตู บอลเสียบโคนเสาด้านซ้ายเข้าประตูไป เจ้าบ้านนำห่างไปเป็น 2 – 0

นาทีที่ 66 Chievo เปลี่ยนตัวผู้เล่น โดยส่ง Sergio Pellissier ลงมาแทน Manuel Pucciarelli ที่ถูกเปลี่ยนตัวออกไป

นาทีที่ 68 Chievo เปลี่ยนตัวผู้เล่น โดยส่ง Nicola Rigoni  ลงมาแทน Perparim Hetemaj ที่ถูกเปลี่ยนตัวออกไป

นาทีที่ 76 Juventus เปลี่ยนตัวผู้เล่น โดยส่ง Federico Bernardeschi ลงมาแทน Stefano Sturaro ที่ถูกเปลี่ยนตัวออกไป

นาทีที่ 76 Chievo เปลี่ยนตัวผู้เล่น โดยส่ง Mehdi Leris ลงมาแทน Roberto Inglese ที่ถูกเปลี่ยนตัวออกไป

นาทีที่ 79 Blaise Matuidi โดนใบเหลืองไปอีกคน จากการที่เขาไปทำฟาวล์ใส่ Lucas Castro

นาทีที่ 83 Juventus เปลี่ยนตัวผู้เล่น โดยส่ง Rodrigo Bentancur ลงมาแทน Mario Mandzukic  ที่ถูกเปลี่ยนตัวออกไปเนื่องจากได้รับการบาดเจ็บระหว่างการเล่น

ช่วงท้ายครึ่งหลัง Federico Bernardeschi จ่ายบอลให้กับ Paulo Dybala ตัวสำรองที่ถูกเปลี่ยนตัวลงมาเล่นในครึ่งหลังนี้ ก่อนที่ Dybala จะยิงด้วยซ้ายจากตรงกลางกรอบประตู บอลพุ่งเสียบโคนเสาด้านขวาเข้าประตูไป เจ้าบ้านนำอยู่ 3 – 0

จบเกม ยูเวนตุส 3 – 0 คิเอโว

 

ยูเวนตุส 3 – 0 คิเอโว

 

วิเคราะห์เกมหลังการแข่งขัน

การแข่งขันในนัดเป็นผลก็ออกมาเป็นไปตามที่คาดกาลไว้แล้วเบื้องต้น ทีมดังอย่างยูเว่นั้นมีขุมกำลังพลที่เหลือกว่าทีมเยือนอยู่มาก และยิ่งเป็นการเล่นในบ้านตัวเองด้วยแล้วนั้นยากเข้าไปใหญ่ที่เขาจะแพ้ให้กับผู่ได การครองบอลในวันนี้ อยู่ที่ 57% ต่อ 43% เจ้าบ้านเหนือกว่า การยิงในวันนี้ เจ้าบ้านยิงไปทั้งหมด 10 ครั้ง ถือว่าน้อย แต่เข้ากรอบไป 4 ครั้ง และเป็นประตูถึง 3 ประตูนั้นถือว่ายอดเยี่ยมเลยทีเดียว ทีมเยือนสามารถยิงได้ 12 ครั้ง เข้ากรอบ 3 ครั้ง ไม่เป็นประตูสักประตูเดียว

 

 

ไฮไลต์การแข่งขันฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ

ระหว่าง เลสเตอร์ ซิตี้ vs เชลซี

วันพุธที่ 9 กันยายน 2560 เวลา 21:00 น. 

สนามแข่งขัน : คิงเพาเวอร์สเตเดียม, เลสเตอร์

ผู้ตัดสิน : L. Mason • ผู้ชม: 30,923

 

 

การแข่งขันในนัดนี้เป็นการการขันในรายการพรีเมียร์ลีกอังกฤษในนัดที่ 4 โดยในเกมนี้เจ้าบ้านอย่างจิ้งจอกสยามเลสเตอร์ซิตี้จะเปิดบ้านรับการมาเยือนขิงแชมป์เก่าอย่างเชลซี มาดูฟอร์มการเล่นของทั้ง 2 ทีมกันก่อนเลยดีกว่า ฟอร์มของเจ้าบ้านอย่างเลสเตอร์นั้น 5 นัดล่าสุด เอาชนะไปได้ 3 นัด และแพ้ไปอีก 2 นัด ถือว่ายังคงดีอยู่ ส่วนฟอร์มการเล่นในบ้านนั้น พวกเขาชนะไปได้ 3 นัด เมอและแพ้อีกอย่างละ 1 นัด ใน 5 นัดหลังสุดที่ผ่านมา มาดูฟอร์มของทีมเยือนกันบ้าง 5 นัดที่ผ่านมาทำได้ไม่ดีเท่าที่ควร โดยสามารถเอาชนะได้เพียง 2 นัด แพ้ 2 นัด และเสมออีก 1 นัด แต่ฟอร์มการออกไปเล่นเป็นทีมเยือนนั้นยังถือว่ายอดเยี่ยม โดยสามารถเอาชนะได้ถึง 4 นัด และแพไปเพียง นัดเดียว แต่ถ้าหากมาดูจากสถิติจากการที่ทั้ง 2 ทีม เคยพบกันมาแล้ว 5 นัดหลังสุด จะเป็นทางเชลซีที่มีภาษีที่ดีกว่า

 

แทงบอล สำหรับคนชอบเล่นบอลออนไลน์ หน้าเว็บไซด์เรามีบริการเปิดให้แทงบอลออนไลน์ได้แล้ววันนี้ พร้อมทั้งมีบริการ Call center ตลอด 24 ชั่วโมงเพื่อดูแลลูกค้าทุก ๆ ท่าน

 

เรามาดูกันเลยว่าทั้ง 2 ทีมนั้นจัดแผนไหนมาสู้กัน

 

เม็ตซ์ จัดตัวมาในแผน 4 – 4 – 2

ผู้รักษาประตู : Eiji Kawashima

กองหลัง : Ivan Balliu, Milan Bisevac, Chris Philipps, Benoit Assou-Ekotto

กองกลาง : Moussa Niakhate, Cafu, Renaud Cohade, Mathieu Dossevi

กองหน้า : Emmanuel Riviere, Nolan Roux

ผู้เล่นสำรอง : Thomas Didillon, Fallou Diagne, Geronimo Poblete, Yann Jouffre, Brian Fernandez, Opa Nguette, Matthieu Udol

ผู้จัดการทีม : Philippe Hinschberger

 

 

เปแอสเช จัดตัวมาในแผน 4 – 2 – 3 – 1

ผู้รักษาประตู : Alphonse Areola

กองหลัง : Thomas Meunier, Marquinhos, Presnel Kimpembe, Yuri Berchiche

กองกลาง : Thiago Motta, Adrien Rabiot, Julian Draxler, Kylian Mbappe, Neymar

กองหน้า : Edinson Cavani

ผู้เล่นสำรอง : Kevin Trapp, Thiago Silva, Lucas Moura, Giovani Lo Celso, Layvin Kurzawa, Christopher Nkunku, Daniel Alves

ผู้จัดการทีม : Unai Emery

 

สถิติต่างๆที่เกิดขึ้นตลอดทั้งเกมนี้

จังหวะสำคัญๆต่างๆในเกมนี้

เกมในครึ่งเวลาแรกทั้ง 2 ทีม ยังทำอะไรกันไม่ได้ และยังไม่กล้าเปิดแลกกันมาก ยังคงดูเชิงกันอยู่ แต่มาถึงช่วงท้ายของครึ่งแรกเป็นทางฝั่งของทีมเยือนอย่างเชลซีที่ได้เฮก่อน ในนาทีที่ 41 เป็น César Azpilicueta ที่ได้จ่ายบอลไปให้กับ Álvaro Morata ขึ้นโหม่งบอลเน้นๆ กลางกรอบประตู บอลเสียบโคนเสาด้านซ้ายเข้าประตูไป เชลซีขึ้นนำก่อน 0-1

ก่อนเกมในครึ่งหลังจะเริ่มขึ้น เลสเตอร์ได้ปรับแผนการเล่น โดยเปลี่ยนตัวผู้เล่นอย่าง Andy King ลงมาแทน Marc Albrighton และ  Demarai Gray ลงมาแทน Islam Slimani ในนาทีที่ 45

เกมในครึ่งหลังเริ่มมาได้เพียง 5 นาที ในนาทีที่ 50 Antonio Rüdiger  จ่ายบอลให้กับ N’Golo Kanté ก่อนที่ Kanté จะซัดด้วยขวาจากนอกกรอบเขตโทษ บอลพุ่งเสียบโคนเสาด้านซ้าย ผ่านมือผู้รักษาประตูเข้าไป เชลซีนำห่างเป็น  0 – 2

นาทีที่ 61 Thibaut Courtois ไปทำฟาวล์ใส่ Jamie Vardy ในกรอบเขตโทษ ผู้ตัดสินให้เป็นลูกจุดโทษสำหรับเลสเตอร์ และก็เป็น Jamie Vardy รับหน้าที่สังหารจุดโทษในลูกนี้ และก็ไม่ทำให้แฟนๆผิดหวัง Vardy ยิงด้วยขวา บอลพุ่งเข้าตรงกลางประตู ผู้รักษาประตูพุ่งผิดทาง เจ้าบ้านตีไข่แตกได้สำเร็จ สกอร์ตอนนี้อยู่ที่ 1-2

นาทีที่ 63 เชลซีได้เปลี่ยนตัวผู้เล่น โดยส่ง Willian ลงมาแทน Pedro ที่ถูกเปลี่ยนตัวออกไปก่อนหน้านี้

นาทีที่ 74 เชลซีได้เปลี่ยนตัวผู้เล่น โดยส่ง Davide Zappacosta ลงมาแทน Victor Moses ที่ถูกเปลี่ยนตัวออกไปก่อนหน้านี้

นาทีที่ 78 เลสเตอร์ได้เปลี่ยนตัวผู้เล่น โดยส่ง Kelechi Iheanacho ลงมาแทน Matty James ที่ถูกเปลี่ยนตัวออกไปก่อนหน้านี้

นาทีที่ 78 เชลซีได้เปลี่ยนตัวผู้เล่น โดยส่ง Eden Hazard ลงมาแทน Cesc Fàbregas ที่ถูกเปลี่ยนตัวออกไปก่อนหน้านี้

ในนาทีที่ 84 Wilfred Ndidi ผู้เล่นของเลสเตอร์ โดนใบเหลืองไป จากการฟาวล์ก่อนหน้านี้ โดยที่เขาไปทำฟาวล์ใส่ Willian

จบเกม เลสเตอร์ ซิตี้ 1 – 2 เชลซี

 

 

เลสเตอร์ ซิตี้ 1 – 2 เชลซี

 

วิเคราะห์เกมหลังการแข่งขัน

เป็นทางด้านทีมเยือนอย่างเชลซีที่ทำได้เหนือกว่าเจ้าบ้าน โดยในเกมนี้ โดยในเกมนี้พวกเขามีโอกาสยิงไปถึง 15 ครั้ง เข้ากรอบไป 8 ครั้ง และเป็น 2 ประตู ส่วนเจ้าบ้านนั้นมีโอกาสยิงไป 6 ครั้ง และเข้ากรอ 3 ครั้ง เปอร์เซ็นการครองบอลในเกมนี้อยู่ที่ 40% ต่อ 60% ทีมเยือนสามารถครองเกมบุกได้เหนือกว่าเจ้าบ้าน

 

ไฮไลต์การแข่งขันฟุตบอลลีกเอิง ฝรั่งเศส

ระหว่าง เม็ตซ์ vs เปแอสเช

วันพุธที่ 9 กันยายน 2560 เวลา 01:45 น. 

สนามแข่งขัน : สตาด แซงต์-ซิมโฟริยอง
ผู้ตัดสิน : S. Desiage ผู้เข้าชม : 25,015 คน

 

 

การแข่งขันในวันนี้เป็นการแข่งขันในนีดที่ 5 ของศึกลีกเอิง ฝรั่งเศสโดยที่เจ้าบ้านอย่างเม็ตซ์จะเปิดรังเย้ารับการมาเยือนของทีมยักษ์ใหญ่อย่างเปแอสเช มาดูสถิติของเจ้าบ้านกันก่อนเลยว่าเป็นอย่างไรกันบ้าง 5 นัดหลังสุดของเม็ตซ์นั้น ทำได้ไม่ดีเลย โดย 4 จาก 5 นัดนั้นเป็นการแข่งขันในลีกที่พึ่งจะเปิดฤดูกาลมาแลย ลีกเปิดฤดูกาลมาได้ 4 นัด เม็ตซ์ยังมาสามารถเอาชนะหรือเสมอคู่ต่อสู้ได้เลย พวกเขาแพ้ทั้งหมด 4 นัดรวด และไปเสมอ 1 นัดในนัดปรีซีซันที่เจอกับพาเลซ ส่วนฟอร์มการเล่นในบ้าน 5 นัดหลังสุดก็ยังไม่ค่อยดี แพ้และเสมอไปอน่างละ 2 ครั้ง แลพชนะได้เพียงครั้งเดียว มาดูฟอร์มของทีมเยือนอย่างเปแอสเชกันบ้าง โดยที่ 5 นัดล่าสุด พวกเขาสามารถเอาชนะได้ทุดนัดนั้นถือว่าเป็นฟอร์มอันร้อนแรงในขณะนี้เลยทีเดียว ฟอร์มการเล่นเป็นทีมเยือน 5 นัดหลังสุด พวกเขาเอาชนะคู่แข่งได้ 4 นัด และแพ้ไป 1 นัด โดยในนัดที่แพ้นั้นพวกเขาพ่ายแก่นีซเมื่อตอนท้ายฤดูกาลก่อน แต่ถ้าหากเรามาดูสถิติที่ทั้ง 2 ทีมเคยพบกันมาแล้วคงต้องยกให้ทีมเยือนไปเลย โดนที่พวกเขาแพ้ให้กับเม็ตซ์ครั้งสุดท้ายนั้นต้องย้อนกลับไปปี 2006 เลยทีทีเดียว ด้วยขุมกำลังที่เปแอสเชเสริมเข้ามาในช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมานี้ถือว่าเป็นกำลังพบระดับเวิล์ดคลาสกันเลยทีเดียว ด้วยดาวเตะอย่าง เนย์มาร์ และ เอ็มปัปเป้ ที่เพิ่งย้ายเข้ามา ดูแค่นี้ทีมเยือนมีขุมกำลังที่เหนือกว่าสามารถเอาชนะไปได้ง่ายๆอย่างแน่นอน

 

แทงบอล สำหรับคนชอบเล่นบอลออนไลน์ หน้าเว็บไซด์เรามีบริการเปิดให้แทงบอลออนไลน์ได้แล้ววันนี้ พร้อมทั้งมีบริการ Call center ตลอด 24 ชั่วโมงเพื่อดูแลลูกค้าทุก ๆ ท่าน

 

เรามาดูกันเลยว่าทั้ง 2 ทีมนั้นจัดแผนไหนมาสู้กัน

เม็ตซ์ จัดตัวมาในแผน 4 – 4 – 2

ผู้รักษาประตู : Eiji Kawashima

กองหลัง : Ivan Balliu, Milan Bisevac, Chris Philipps, Benoit Assou-Ekotto

กองกลาง : Moussa Niakhate, Cafu, Renaud Cohade, Mathieu Dossevi

กองหน้า : Emmanuel Riviere, Nolan Roux

ผู้เล่นสำรอง : Thomas Didillon, Fallou Diagne, Geronimo Poblete, Yann Jouffre, Brian Fernandez, Opa Nguette, Matthieu Udol

ผู้จัดการทีม : Philippe Hinschberger

 

 

เปแอสเช จัดตัวมาในแผน 4 – 2 – 3 – 1

ผู้รักษาประตู : Alphonse Areola

กองหลัง : Thomas Meunier, Marquinhos, Presnel Kimpembe, Yuri Berchiche

กองกลาง : Thiago Motta, Adrien Rabiot, Julian Draxler, Kylian Mbappe, Neymar

กองหน้า : Edinson Cavani

ผู้เล่นสำรอง : Kevin Trapp, Thiago Silva, Lucas Moura, Giovani Lo Celso, Layvin Kurzawa, Christopher Nkunku, Daniel Alves

ผู้จัดการทีม : Unai Emery

 

สถิติต่างๆที่เกิดขึ้นตลอดทั้งเกมนี้

จังหวะสำคัญๆต่างๆในเกมนี้

เกมในครึ่งเวลาแรกนั้นเจ้าบ้านยังต้านทานทีมเยือนไว้ได้ดี แต่แล้วมาถึงในนาทีที่ 31 Neymar แทงบอลไซจ์ก้อยลูกนี้ได้อย่างสวยงาม ตัดหลังผู้เล่นกองหลังมาได้หมด และมีเพื่อนร่วมทีมวิ่งคลำทางในช่องนั้นถึง 2 คนคือ Mbappe และ Cavani แต่ก็เป็นทาง Edinson Cavani ที่แต่งบอลยิงด้วยเท้าซ้ายข้างถนัดจากด้านซ้ายของกรอบเขตโทษ บอลผ่านมือผู้รักษาประตูเข้าไป ทีมเยือนออกนำก่อน 0-1

ช่วงท้ายครึ่งแรก ในนาทีที่ 37 Mathieu Dossevi  เปิดบอลจากทางกาบขวาเข้าไปลุ้นในกรอบเขตโทษ และเป็นทาง Emmanuel Rivière ที่วิ่งสอดขึ้นมาโหม่งบอลได้จ่อหน้าประตู บอลเสียบโคนเสาด้านซ้ายเข้าประตูไป เจ้าบ้านไล่ตีเสมอได้สำเร็จ สกอร์ตอนนี้เสมอกันอยู่ที่ 1-1

ในนาทีที่ 41 Julian Draxler โดนใบเหลืองไปจากการที่เขาไปทำฟาวล์ใส่ Iván Balliu จนล้มลงไป และเกมในครึ่งแรกก็จบลงด้วยสกอร์นั้น

เกมในครึ่งหลังเริ่มต้นขึ้น จนผ่านมาจนถึงนาทีที่ 55 Metz เจ้าบ้านได้เปลี่ยนตัวผู้เล่นดดยส่ง Opa Nguette ลงมาแทน Emmanuel Rivière ที่ถูกเปลี่ยนตัวออกไป

ในนาทีที่ 56 Benoit Assou-Ekotto โดนใบแดงไล่ออกจากสนามไป จากจังหวะที่เขาทำฟาวล์ใส่ Kylian Mbappe

นาทีที่ 59 Kylian Mbappe ยิงบอลด้วยเท้าขวา บอลพุ่งเสียบโคนเสาด้านขวาเข้าไป ทีมเยือนออกนำอีกครั้ง สกอร์ตอนนี้อยู่ที่ 1-2

นาทีที่ 61 เจ้าบ้านเปลี่ยนตัวผู้เล่นอีกครั้ง โดยส่ง Matthieu Udol ลงมาแทน Cafú

นาทีที่ 69 Adrien Rabiot จ่ายบอลให้กับ Neymar ยิงด้วยขวาจาดนอกกรอบเขตโทษบอลเสียบโคนเสาด้านขวาเข้าไป สกอร์ตอนนี้อยู่ที่ 1-3

Kylian Mbappe จ่ายบอลให้กับ Edinson Cavani ซัดบอลด้วยขวาจากตรงกลางกรอบประตู บอลเสียบโคนเสาด้านซ้ายเข้าประตูไป สกอร์ตอนนี้อยู่ที่ 1-4 ในนาทีที่ 75

เจ้าบ้าน เปลี่ยนตัวผู้เล่นคนสุดท้าย ลงสนามมาโดยส่ง Brian Fernández ลงมาแทน Nolan Roux ในนาทีที่ 76

นาทีที่ 78 ทีมเยือนอย่างเปแอสเชเปลี่ยนตัวผู้เล่นถึง 2 คน โดยส่ง Lucas Moura  ลงมาแทน Edinson Cavani และ Giovani Lo Celso ลงมาแทน Thiago Motta ที่ถูกเปลี่ยนตัวออกไป

นาทีที่ 84 เปแอสเชเปลี่ยนตัวผู้เล่นเป็นคนสุดท้าย โดยคนที่พวกเขาส่งลงสนามมาคือ Christopher Nkunku ลงมาแทน  Adrien Rabiot

ก่อนทดเวลาเพียง 3นาที ในนาทีที่ 87 Lucas Moura ยิงด้วยขวาจ่อๆ บอลเสีบโคนเสาด้านขวาเข้าประตูไป เป็นประตูตอกฝาโรงสำหรับเม็ตซ์เลยทีเดียว สกอนอยู่ที่ 1-5

จบเกม เม็ตซ์ 1 – 5 เปแอสเช

 

เม็ตซ์ 1 – 5 เปแอสเช

 

วิเคราะห์เกมหลังการแข่งขัน

ผลเป็นไปตามคาด ทีมเยือนสามารถเอาชนะไปได้อย่างไม่ยาก แต่ในช่วงครึ่งเวลาแรก เจ้าบ้านยังถือว่าทำฝลงานได้ดี และสามารถยันสกอร์เอาไว้ได้ที่ 1 – 1 แต่ด้วยการโดนใบแดงไล่ออกในครึ่งหลังที่หลายๆคนมองว่าเป็นการตัดสินที่ผิดพลาดอย่างร้ายแรงของผู้จัดสินแล้วนั้น สกอร์จึงไหลกันเลยทีเดียวด้วยตัวผู้เล่นที่มีไม่ครบ และกำลังใจที่แย่ลงเรื่อยๆ ทำให้ทีมเยือนสามารถเล่นได้อย่างยอดเยี่ยม ถลุงประตูไปได้ทั้งหมดถึง 5 ลูกกันเลยทีเดียว

 

ไฮไลต์การแข่งขันฟุตบอล ไวเคาส์ลีกา ฟินแลนด์

ระหว่าง อินเตอร์ ตูร์คู พบกับ อิลเวส

วันพุธที่ 7 กันยายน 2560 เวลา 22:30 น. 

สนามแข่งขัน : เวอริทาส สตาดิโอน, ตุรกุ

การแข่งขันในแมทนี้เป็นการแข่งขันในรายการ ไวเคาส์ลีกา ฟินแลนด์ ลีกฟุตบอลสูงสุดของประเทศฟินแลนด์ โดยการแข่งขันในวันนี้จะเป็นทาง อินเตอร์ ตูร์คู ทีมที่อยู่ในอันดับที่ 9 ของตาราง จะเปิดบ้านรับการมาเยือนของ อิลเวส ทีมอันดับ 3 โดยฟอร์มการเล่นของเจ้าบ้านในวันนี้ ถือว่าไม่น่าเป็นที่พอใจเท่าไหร่ โดย 5 นัดล่าสุด พวกเขาเก็บชัยชนะได้ 2 นัด และแพ้ไป 3 นัด และฟอร์มการเล่นในบ้านก็เหมือนกัน คือสามารถเอาชนะคู่แข่งได้แค่ 2 จาก 5 นัดหลังสุดและนอกนั้น แพ้อีก 3 นัด ถือว่าฟอร์มการเล่นทั้งนอกบ้านและในบ้านนั้นยังไม่ดีเท่าที่ควร มาดูฟอร์มของทีมเยือนอย่าง อิลเวสทีมจากหัวตารางกันบ้าง ฟอร์มการเล่น 5 นัดสุดท้าย พวกเขาทำได้ดีเลยทีเดียว โดสามารถเอาชนะไปได้ 3 นัด และเสมออีก 2 นัด ยังไม่แพ้ใคร แต่ฟอร์มการเล่นนอกบ้านนั้น ยังถือว่าพอใช้ได้ โดยที่สามารถเสมอ 4 นัด และแพ้ 1 นัด ใน 5 นัดหลังสุด แต่ถ้าหากว่าเรามาดูสถิติที่ทั้ง 2 ทีมเคยพบกันมาแล้ว เป็นฟอร์มการเล่นที่ผลัดกันแพ้ผลัดกันชนะ เกมในวันนี้จึงดูยากหน่อย แต่คิดว่าฝั่งของทีมเยือนทีมหัวตารางจะทำได้ดีกว่า

 

แทงบอล สำหรับคนชอบเล่นบอลออนไลน์ หน้าเว็บไซด์เรามีบริการเปิดให้แทงบอลออนไลน์ได้แล้ววันนี้ พร้อมทั้งมีบริการ Call center ตลอด 24 ชั่วโมงเพื่อดูแลลูกค้าทุก ๆ ท่าน

 

เรามาดูกันเลยว่าทั้ง 2 ทีมนั้นจัดแผนไหนมาสู้กัน

 

อินเตอร์ ตูร์คู : 

Henrik Moisander, Kosta Manev, Tero Maentylae, Ari Nyman, Mika Ojala, Macoumba Kandji, Timo Furuholm, Julien Faubert, Lucas Lopez Garcia, Philip Njoku, Tatu Varmanen

ผู้เล่นสำรอง : Jere Koponen, Petros Kanakoudis, Benjamin Kaellman, Guy Kassa Gnabouyou, Kevin Mombilo, Arttu Hoskonen, Mika Maekitalo

ผู้จัดการทีม : Fabrizio Piccareta

 

อิลเวส :

Mika Hilander, Antti Hynynen, Felipe Aspegren, Reuben Ayarna, Iiro Jaervinen, Youness Rahimi, Ariel Thierry Ngueukam, Baba Mensah, Tuure Siira, Tatu Miettunen, Eero Tamminen

ผู้เล่นสำรอง : Jani Tanska, Marco Matrone, Lauri Ala-Myllymaeki, Aleksis Lehtonen, Jaakko Juuti, Antti Kuusinen, Marius Noubissi

ผู้จัดการทีม : Jarkko Wiss

 

จังหวะสำคัญๆต่างๆในเกมนี้

เกมการแข่งขันในครึ่งเวลาแรกเริ่มต้นขึ้นมาได้เพียงไม่กี่นาที ในนาทีที่ 9 Youness Rahimi ออกตัวยิงให้ทีมเยือนอย่าง Ilves ขึ้นนำไปก่อนอย่างรวดเร็ว ด้วยสกอร์ 0-1

หลังจากนั้นอีกไม่นาน เจ้าบ้านไม่ขอย้อมแพ้ ไล่ตามตีเสมอมาได้เป็น 1-1 จากลูกยิงของ Timo Furuholm ทำให้ทางฝั่งของเจ้าบ้านครายความกดดันลงไปได้บ้าง

นาทีที่ 22 Reuben Ayarna นักเตะของ Ilves โดนใบเหลืองเป็นคนแรกของทีม และเป็นนักเตะคนแรกของเกมนี้ที่โดนใบเหลืองไป จากจังหวะการทำฟาวล์ของเขาก่อนหน้านี้

ในนาทีที่ 23 ทีมเยือนได้เฮอีกครั้ง จากลูกยิงของ Eero Tamminen ส่งผลให้ทีมขึ้นนำอีกครั้งหนึ่งหลังจากถูกเจ้าบ้านตามตีเสมอ สกอร์ตอนนี้อยู่ที่ 1-2 ก่อนหมดเวลาการแข่งขันในครึ่งเวลาแรกไป

เริ่มเกมการแข่งขันในครึ่งเวลาหลังได้เพียง 1 นาที ในนาทีที่ 46  Macoumba Kandji ยิงประตูสำคัญช่วยให้เจ้าบ้านอย่าง FC Inter ตามสีเสมอทีมเยือนได้อีกครั้ง สกอร์เสมอกันอยู่ที่ 2-2

เวลาผ่านไปถึงนาทีที่ 52 Baba Mensah โดนใบเหลืองไปอีกคน เป็นคนที่ 2 ของฝั่งทีมเยือน และเป็นคนที่ 2 ของเกมนี้ที่โดนใบเหลืองจากผู้ตัดสินสุดเฮียบ

นาทีที่ 55 FC Inter เปลี่ยนตัวผู้เล่นอย่าง Benjamin Kaellman ลงมาแทน Macoumba Kandji ที่ถูกเปลี่ยนตัวออกไป

นาทีที่ 62 ทีมเยือนอย่าง Ilves เปลี่ยนตัวผู้เล่นเป็นคนแรก โดยส่ง Lauri Ala-Myllymaeki ลงมาแทน Youness Rahimi

นาทีที่ 65 FC Inter เปลี่ยนตัวผู้เล่นอย่าง  Petros Kanakoudis ลงมาแทน Philip Njokui ที่ถูกเปลี่ยนตัวออกไป

นาทีที่ 66 Julien Faubert นักเตะฝั่งเจ้าบ้านโดนใบเหลืองไป เกมการแข่งขันเริ่มที่จะระอุขึ้นเรื่อยๆ

นาทีที่ 69 Kosta Manev นักเตะเจ้าบ้านอีกคนที่โดนไปเหลืองไป แและเป็นใบเหลืองที่ 2 ของทางฝั่งเจ้าบ้าน

ช่วงท้ายของครึ่งหลัง ในนาทีที่ 79 Lauri Ala-Myllymaeki โดนใบเหลืองไปอีกคน จากจังหวะการฟาวล์ใส่นักเตะฝั่งตรงข้ามก่อนหน้านี้

จบเกม อินเตอร์ ตูร์คู 2 – 2 อิลเวส

 

อินเตอร์ ตูร์คู 2 – 2 อิลเวส

 

วิเคราะห์เกมหลังการแข่งขัน

ผลการแข่งขันออกมาเสมอกันอยู่ที่ 2 – 2 เกมการแข่งขันในวันนี้ เป็นทางฝั่งของทีมเยือนที่ทำได้ดีกว่าโดยสามารถขึ้นนำได้อย่างรวดเร็ว แต่ด้วยเกมรับที่ไม่รัดกุมพอ จึงทำให้เจ้าบ้านไล่ตามตีเสมอมาได้ในทั้ง 2 ลูก ส่วนเกมการแข่งขันในครึ่งเวลาหลังนั้นค่อนข้างที่จะหน้าเบื่อ ไม่มีอะไรที่เป็นชิ้นเป็นอันเท่าทีควร แต่ก็ถือว่าเจ้าบ้านทำได้ดี ที่ไมาพลาดท่าพ่ายไปในนัดนี้ เนื่องจากถูกขึ้นนำทั้ง 2 ครั้งและก็ไล่ตามมาตีเสมอได้ในทั้ง 2 ครั้ง

 

ไฮไลต์การแข่งขันฟุตบอลฟุตบอลโลกรอบคัดเลือก 

ระหว่าง อังกฤษ พบกับ สโลวะเกีย

วันพุธที่ 5 กันยายน 2560 เวลา 01:45 น. 

สนามแข่งขัน : เวมบลีย์ สเตเดียม, ลอนดอน
ผู้ตัดสิน : Clement Turpin ผู้เข้าชม : 67,823 คน

 

เกมการแข่งขันในวันนี้เป็นการแข่งขันในรายการฟุตบอลโลกรอบคัดเลือก โดยในเกมนี้สิงห์โตคำรามอังกฤษจะเปิดบ้านรับการมาเยือนของสโลวะเกีย มาดูฟอร์มการเล่นของทีมเจ้าบ้านักนก่อนเลย ฟอร์ม 5 นัดหลังสุด อังกฤษยังทำได้ไม่ค่อยดี โดยชนะได้และแพ้อย่างละ 2 นัด และเสมอไป 1 นัด ส่วนฟอร์มการเล่นในบ้านนั้นหายห่วงได้เลยทีเดียว 5 นัดหลังสุดนั้น พวกเข้ายังไม่แพ้ให้กับทีมใด มาดูฟอร์มการเล่นของทางฝั่งทีมเยือนกันบ้าง 5 นัดหลังสุดของสโลวะเกียนั้น เอาชนะไปได้ถึง 3 นัดและแพ้ไป 2 นัด ส่วนฟอร์มการเล่นออกไปเป็นทีมเยือนก็ยังคงถือว่าดีอยู่คือ สามารถเอาชนะได้ 3 นัด เสมอและแพ้อย่างละ 1 นัด ถ้าหากว่าเรามาดูจากสถิติการที่ทั้ง 2 ทีมเคยพบกันมาแล้ว อังกฤษยังไม่เคยพ่ายให้กับสโลวะเกียเลยแม้แต่ครั้งเดียว และวันนี้พวกเขายังเล่นในบ้านอีกด้วย จึงทำให้มีแต้ต่อทีมเยือนอยู่พอสมควร

 

แทงบอล สำหรับคนชอบเล่นบอลออนไลน์ หน้าเว็บไซด์เรามีบริการเปิดให้แทงบอลออนไลน์ได้แล้ววันนี้ พร้อมทั้งมีบริการ Call center ตลอด 24 ชั่วโมงเพื่อดูแลลูกค้าทุก ๆ ท่าน

 

เรามาดูกันเลยว่าทั้ง 2 ทีมนั้นจัดแผนไหนมาสู้กัน

อังกฤษ จัดตัวมาในแผน 4 – 2 – 3 – 1

ผู้รักษาประตู : Joe Hart

กองหลัง : Kyle Walker, Gary Cahill, Phil Jones, Ryan Bertrand

กองกลาง : Jordan Henderson, Eric Dier, Marcus Rashford, Dele Alli, Alex Oxlade-Chamberlain

กองหน้า : Harry Kane

ผู้เล่นสำรอง : Chris Smalling, Jack Butland, Aaron Cresswell, Michael Keane, John Stones, Nathaniel Chalobah, Jake Livermore, Daniel Sturridge, Danny Welbeck, Jamie Vardy, Raheem Sterling, Tom Heaton

ผู้จัดการทีม : Gareth Southgate

 

 

สโลวะเกีย จัดตัวมาในแผน 4 – 2 – 3 – 1

ผู้รักษาประตู : Martin Dubravka

กองหลัง : Peter Pekarik, Martin Skrtel, Jan Durica, Tomas Hubocan

กองกลาง : Milan Skriniar, Stanislav Lobotka, Vladimir Weiss, Marek Hamsik, Robert Mak

กองหน้า : Adam Nemec

ผู้เล่นสำรอง : Jan Novota, Norbert Gyomber, Jan Gregus, Ondrej Duda, Jaroslav Mihalik, Albert Rusnak, Martin Polacek, Patrik Hrosovsky, Robert Mazan, Erik Sabo, Juraj Kucka, Michal Duris

ผู้จัดการทีม : Jan Kozak

 

สถิติต่างๆที่เกิดขึ้นตลอดทั้งเกมนี้

จังหวะสำคัญๆต่างๆในเกมนี้

ดริ่มเกมมาเป็นทางฝั่งของทีมเยือนได้เฮก่อน จากจังหวะที่ Adam Nemec  ยกบอลข้าวแฟงหลังจากอังกฤษมาได้ และเป็น Stanislav Lobotka ที่วิ่งมายิงด้วยษ้าย จากด้านซ้ายของกรอบเขตโทษ บอลพุ่งผ่านมือผู้รักษาประตูเข้าไป ส่งผลให้ทีมเยือนอย่างสโลวาเกียขึ้นนำก่อนด้วยสกอร์ 0-1

เกมดำเนินมาเรื่อยๆจนถึงนาทีที่ 37 ช่วงท้ายของครึ่งเวลาแรก Marcus Rashford รับหน้าที่เป็นคนเปิดมุมในลูกนี้ และเขาเปิดบอลเข้าไปลุ้นในกรอบเขตโทษได้ดีเลยทีเดียว และเป็นทาง Eric Dier ยิงบอลด้วยขวา จากด้านขวาของกรอบ 6 หลา  บอลพุ่งเสียบสามเหลี่ยมขวาบนเข้าประตูไป ผู้รักษาประตูหมดสิทธิ์รับบอลในลูกนี้ ทำให้เจ้าบ้านตามตีเสมอมาได้ในที่สุด สกอร์ตอนนี้อยู่ที่ 1-1

การแข่งขันดำเนินต่อไปเรื่อยๆ จนมาถึงในครึ่งเวลาหลัง ในนาทีที่ 59 เป็น Jordan Henderson กัปตันทีมของทีมชาติอังกฤษ จ่ายบอลให้กับ Marcus Rashford ก่อนที่เขาจะยิงไกลด้วยเท้าขวานอกกรอบเขตโทษ บอลพุ่งเสียบโคนเสาด้านซ้านไปประตูได้ ผู้รักษาประตูเอื้อมไม่ถึงในลูกนี้ อังกฤษขึ้นนำเป็นครั้งแรกหลังจากตามไล่ตีเสมออยู่นาน สกอร์ตอนนี้อยู่ที่ 2-1

ในนาทีที่ 68 ทีมเยือนได้ปรับแผนการเล่น โดยเปลี่ยนตัวผู้เล่นถึง 2 คนโดยส่ง Albert Rusnák ลงมาแทน  Vladimir Weiss และส่ง Michal Duris ลงมาแทน Adam Nemec ที่ถูกเปลี่ยนตัวออกไปก่อนหน้านี้

ในนาทีที่ 70 Milan Skriniar โดนใบเหลืองไปเป็นคนแรกของเกมนี้ จากจังหวะการที่เขาไปทำฟาวล์ใส่ผู้เล่นฝั่งตรงข้ามก่อนหน้านี้

นาทีที่ 73 Eric Dier นักเตะฝั่งเจ้าบ้านโดนใบเหลืองไปอีกราย เป็นใบเหลืองใบที่ 2 ที่เกิดขึ้นในเกมนี้ โดยแบ่งออกเป็นฝั่งละ 1 ราย

ช่วงท้ายครึ่งหลังในนาทีที่ 79 สโลวาเกีย เปลี่ยนตัวผู้เล่นเป็นคนสุดท้ายโดยส่ง Ondrej Duda ลงมาแทนผู้เล่นตัวเก๋าอย่าง Marek Hamsik ที่ถูกถอดออกไปนั่งข้างสนาม

ก่อนหมดเวลาอีกไม่กี่นาที เจ้าบ้านได้เปลี่ยนตัวผู้เล่น 2 รายโดยส่ง Raheem Sterling ลงมาแทน  Alex Oxlade-Chamberlain และส่ง Danny Welbeck ลงมาเล่นแทน Marcus Rashford

ในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ อังกฤษเปลี่ยนตัวผู้เล่นเป็นคนสุดท้าย โดยที่เปลี่ยน Dele Alli ออกและได้ส่ง Jake Livermore ลงมาเล่นแทน

จบเกม อังกฤษ 2-1 สโลวะเกีย

 

อังกฤษ 2-1 สโลวะเกีย

 

วิเคราะห์เกมหลังการแข่งขัน

ผลของเกมนี้ ก็เป็นไปตาดที่คาดการณ์ไว้ในตอนแรก เพียงแต่ในเกมนี้อังกฤษต้องออกแรงอย่างมาก กว่าจะพลิกกลับมาชนะสโลวะเกียได้ เปอร์เซ็นการครองบอลในเกมนี้ถือว่าใกล้เคียงกัน อยู่ที่ 52% ต่อ 48% แต่จะเป็นทางฝั่งของเจ้าไปที่มีโอกาสจบสกอร์ที่มากกว่า โดยที่พวกเขาได้ยิงไปทั้งหมด21 ครั้งด้วยดัน เข้ากรอบไปทั้งหมด 11 ครั้ง และเป็นประตู 2 ประตู ส่วนทีมเยือนมีโอกาสได้ยิงเพียง 4 ครั้ง เข้ากรอบไป 2 ครั้ง และเป็น 1 ประตูถ้าวัดจากลูกเตะมุมและลูกตั้งเตะจาากประตูแล้ว จะเป็นได้ว่า อังกฤษนั้นมีโอกาสได้ยิงที่มากอย่างอย่างเห็นได้ชัด โดนอังกฤษได้เตะมุมถึง 9 ครั้ง นั้นก็แปลว่าผู้เล่นของสโลวะเกียนั้นเป็นฝ่ายทำออกหลังประตูตัวเอง หรือบล็คบอลนั้นเอง และการตั้งเตะจากประตูถึง 13 ครั้ง นั้นก็แปลว่าอังกฤษได้บุกมาจบสกอร์ในพื้นที่สุดท้ายได้มากเลยทีเดียวเพียงแต่ยิงออกหลังไปเยอะ จึงเป็นการเตะจากประตูที่เยอะตามไปด้วย

 

ไฮไลต์การแข่งขันฟุตบอลฟุตบอลโลกรอบคัดเลือก 

ระหว่าง ฝรั่งเศส พบกับ ลักเซมเบิร์ก

วันพุธที่ 4 กันยายน 2560 เวลา 01:45 น. 

สนามแข่งขัน : สตาดิอุม มูนิซิปัล, Toulouse
ผู้ตัดสิน : A. Stavrev ผู้เข้าชม : 33,000 คน

 

การแข่งขันในวันนี้เป็นการแข่งขันในรายการฟุตบอลโลกรอบคัดเลือก โดยทีมยักษ์ใหญ่อย่างฝรั่งเศสจะเปิดบ้านรับการมาเยือนของลักเซมเบิร์ก ฟอร์มการเล่นของเจ้าบ้านนั้นถือว่าทำได้ดีเลยทีเดียว โดย 5 นัดหลังสุด สามารถเอาชนะได้ 3 นัด และแพ้อีก 2 นัด ฟอร์มการเล่นในบ้าน ก็นับว่ายังดีอยู่ ชนะ 3 เสมอและแพ้อย่าง 1 นัด เช่นกัน มาดูฝั่งของทีมเยือมแล้ว ฟอร์มไม่ดีเลย 5 นัดหลังสุด ชนะได้ 2 นัด และแพ้ไป 3 นัด ฟอร์มการเล่นที่ออกไปเป็นทีมเยือนยิ่งแล้วไปใหญ่ 20 นัดลุดท้ายที่พวกเขาออกไปเล่นเป็นทีมเยือนพวกเขาไม่สามารถเอาชนะทีมใดได้เลย นั้นจึงเป็นงานง่ายสำหรับเข้าบ้านอย่างทีมตราไก่

 

แทงบอล สำหรับคนชอบเล่นบอลออนไลน์ หน้าเว็บไซด์เรามีบริการเปิดให้แทงบอลออนไลน์ได้แล้ววันนี้ พร้อมทั้งมีบริการ Call center ตลอด 24 ชั่วโมงเพื่อดูแลลูกค้าทุก ๆ ท่าน

 

เรามาดูกันเลยว่าทั้ง 2 ทีมนั้นจัดแผนไหนมาสู้กัน

 

ฝรั่งเศส จัดตัวมาในแผน 4 – 4 – 2

ผู้รักษาประตู : Hugo Lloris

กองหลัง : Djibril Sidibe, Laurent Koscielny, Samuel Umtiti, Layvin Kurzawa

กองกลาง : Kylian Mbappe, Paul Pogba, N’Golo Kante, Thomas Lemar

กองหน้า : Olivier Giroud, Antoine Griezmann

ผู้เล่นสำรอง : Christophe Jallet, Florian Thauvin, Alexandre Lacazette, Kingsley Coman, Corentin Tolisso, Blaise Matuidi, Adrien Rabiot, Steve Mandanda, Lucas Digne, Nabil Fekir, Presnel Kimpembe, Alphonse Areola

ผู้จัดการทีม : Didier Deschamps

 

 

ลักเซมเบิร์ก จัดตัวมาในแผน 4 – 5 – 1

ผู้รักษาประตู : Jonathan Joubert

กองหลัง : Laurent Jans, Kevin Malget, Chris Philipps, Mathias Jaenisch

กองกลาง : Olivier Thill, Christopher Martins Pereira, Aldin Skenderovic, Vincent Thill, Daniel Da Mota

กองหน้า : David Turpel

ผู้เล่นสำรอง : Marvin Santos, Jan Ostrowski, Dwayn Holter, Gerson Rodrigues, Youn Czekanowicz, Dirk Carlson, Danel Sinani, Eric Veiga, Tim Hall, Maurice Deville, Aurelien Joachim, Emmanuel Tomas Cabral

ผู้จัดการทีม : Luc Holtz

 

สถิติต่างๆที่เกิดขึ้นตลอดทั้งเกมนี้

 

 

จังหวะสำคัญๆต่างๆในเกมนี้

เกมในครึ่งเวลาแรกผ่านไม่โดยไม่มีสกอร์เกิดขึ้น ทีมชั้นนำอย่าง ฝรั่งเศษไม่สามารถทำอะไรทีมเยือนได้เลยในครึ่งเวลาแรก

เกมดำเนินมาเรื่อยๆจนถึงครึ่งหลัง ในนาทีที่ 51 Mathias Jänisch ผู้เล่นของทีมเยือนลักเซมเบิร์ก โดนใบเหลืองไปเป็นคนแรกของทีม และเป็นคนแรกของเกมนี้ด้วยเช่นกัน จากจังหวะที่ทำไปฟาวล์ใส่ผู้เล่นฝรั่งเศสในจังหวะก่อนหน้านี้

นาทีที่ 59 ทีมเยือนอย่างลักเซมเบิร์กได้ปรับแผนการเล่น และได้เปลี่ยนตัวผู้เล่นถึง 2 คนในคราวเดียวกัน คือได้ส่ง Gerson Rodrigues ลงมาแทน Vincent Thill และได้ส่ง Daniel Sinani ลงมาแทน Daniel Alves Da Mota ที่ถูกเปลี่ยนตัวออกไป

ทางฝั่งของฝรั่งเศสก็ได้เปลี่ยนตัวผู้เล่นอีกสองคนเช่นกัน โดยเปลี่ยน  Kylian Mbappe ออกและได้ส่ง Kingsley Comanลงมาแทน และ เปลี่ยน Olivier Giroud ออกและส่ง Alexandre Lacazette ลงมาล่าตาข่ายแทน ในนาทีที่ 60

ในนาทีที่ 65 Daniel Sinani เป็นนักเตะของทีมเยือนคนที่ 2 ที่โดนใบเหลืองไป และก็เป็นคนที่สองของเกมนี้

นาทีที่ 69 Laurent Jans โดนไปเหลืองไปอีกราย

นาทีที่ 80 Paul Pogba ของเจ้าบ้านโดนใบเหลืองไป จากจังหวะการฟาวล์ก่อนหน้านี้

ในนาทีที่ 81 เจ้าบ้านได้เปลี่ยนตัวผู้เล่นคนสุดท้าย โดยเปลี่ยน Nabil Fekir ลงมาแทน Antoine Griezmann

ในนาทีที่ 87 เจ้าบ้านได้เปลี่ยนตัวผู้เล่นคนสุดท้าย โดยเปลี่ยน Dwayn Holter ลงมาแทน ADavid Turpel

จบเกม ฝรั่งเศส 0 – 0 ลักเซมเบิร์ก

 

ฝรั่งเศส 0 – 0 ลักเซมเบิร์ก

 

วิเคราะห์เกมหลังการแข่งขัน

ผลของเกมนี้ออกมาผิดคลาดอยู่พอสมควร โดยที่ว่าทีมเจ้าบ้านอย่างฝรั่งเศสนั้น ไม่สามารถทำอะไรทีมเยือนได้เลย การครองบอลในเกมนี้ เป็นทางฝั่งของเจ้าบ้านอยู่ที่ 73% และฝั่งทีมเยือนอยู่ที่ 27% เป็นเจ้าบ้านที่ครองเกมเหนือกว่ามาก แต่ไม่สามารถทำไรได้ โอกาสยิงทั้งหมดของฝั่งเจ้าบ้าน 24 ครั้ง เข้ากรอบไปเพียง 8 ครั้ง ถือว่าใช้โอกาสได้เปลืองเลยทีเดียว ฝั่งทีมเยือนมีโอกาสยิงเจ้าบ้านอยู่ 1 ครั้ง และเข้ากรอบด้วย 1 ครั้ง แต่ก็ไม่เป็นประตู

ไฮไลต์การแข่งขันฟุตบอลฟุตบอลโลกรอบคัดเลือก 

ระหว่าง สเปน พบกับ อิตาลี

วันพุธที่ 3 กันยายน 2560 เวลา 01:45 น. 

สนามแข่งขัน : Estadio Santiago Bernabéu
ผู้ตัดสิน :Bjoern Kuipers  ผู้เข้าชม : 73,628 คน

 

 

การแข่งขันในวันนี้เป็นการแข่งเป็นการแข่งขันในรายการฟุตบอลโลกรอบคัดเลือกโดยในวันนี้เป็นการพบกับระหว่าง 2 ทีมยักษ์ใหญ่ของยุโรป โดยสเปนจะเปิดบ้านรับการมาเยือนของอิตาลี มาดูฟอร์มการเล่นก่อนการแข่งขันกันเลย เจ้าบ้านสเปน 5 นัดหลังสุดนั้นถือว่าทำได้ดีมากเลยทีเดียวโดนชนะไป 3 นัดและเสมออีก 2 นัด ส่วนฟอร์มการเล่นในบ้านแล้วก็ถือว่าทำได้ดีเหมือนกัน ชนะไปได้ 3 นัดและเสมอกับแพ้ไปอย่างละนัด มาดูฟอร์มของทีมเยือนอย่างอิตาลีกันบ้าง 5 นัดหลังสุด ทั้ง 5 นัดหลังสุดนั้นพวกเขาสามารถเอาชนะคู่ต่อสู้ได้ทั้งหมดเลย ส่วนการออกไปเป็นทีมเยือนแล้ว 5 นัดหลังสุด พวกเขาแพ้ไป 1 นัด และเอาชนะไปได้ 4 นัดรวดเลย ถ้าหากว่ามาดูสถิติที่ทั้ง 2 ทีมเคยพบกันมาแล้วละก็จะเป็นการผลัดกันแพ้ชนะมากกว่า แต่ดูแล้วในวันนี้ เจ้าบ้านหน้าจะถือไพ่เหนือกว่าอยู่เล็กน้อย เพราะได้เล่นในบ้าน

 

แทงบอล สำหรับคนชอบเล่นบอลออนไลน์ หน้าเว็บไซด์เรามีบริการเปิดให้แทงบอลออนไลน์ได้แล้ววันนี้ พร้อมทั้งมีบริการ Call center ตลอด 24 ชั่วโมงเพื่อดูแลลูกค้าทุก ๆ ท่าน

 

เรามาดูกันเลยว่าทั้ง 2 ทีมนั้นจัดแผนไหนมาสู้กัน

 

สเปน จัดตัวมาในแผน 4 – 3 – 3

ผู้รักษาประตู : David De Gea

กองหลัง : Daniel Carvajal, Gerard Pique, Sergio Ramos, Jordi Alba

กองกลาง : Koke, Sergio Busquets, Andres Iniesta

กองหน้า : David Silva, Isco, Marco Asensio

ผู้เล่นสำรอง : Nacho Fernandez, David Villa, Alvaro Morata, Thiago Alcantara, Pedro Rodriguez, Saul Niguez, Kepa Arrizabalaga, Gerard Deulofeu, Nacho Monreal, Cesar Azpilicueta, Iago Aspas, Pepe Reina

ผู้จัดการทีม : Julen Lopetegui

 

 

อิตาลี จัดตัวมาในแผน 4 – 4 – 2

ผู้รักษาประตู : Gianluigi Buffon

กองหลัง : Matteo Darmian, Leonardo Bonucci, Andrea Barzagli, Leonardo Spinazzola

กองกลาง : Antonio Candreva, Marco Verratti, Daniele De Rossi, Lorenzo Insigne

กองหน้า : Ciro Immobile, Andrea Belotti

ผู้เล่นสำรอง : Andrea Conti, Danilo D’Ambrosio, Daniele Rugani, Gianluigi Donnarumma, Davide Astori, Lorenzo Pellegrini, Eder, Marco Parolo, Federico Bernardeschi, Mattia Perin, Stephan El Shaarawy, Manolo Gabbiadini

ผู้จัดการทีม : Giampiero Ventura

สถิติต่างๆที่เกิดขึ้นตลอดทั้งเกมนี้

จังหวะสำคัญๆต่างๆในเกมนี้

เริ่มเกมมาได้เพียง 4 นาที Marco Verratti  ของอิตาลีโดนใบเหลืองไปเป็นคนแรกของทีม และของเกมนี้เลย จากจังหวะที่เจ้าเข้าเสียบบอลจากด้านหลังใส่ Sergio Busquets ผู้ตัดสินมองว่าเป็นการเล่นที่อันตรา จึงได้แจกใบเหลืองให้ไป

หลังจากนั้นอีกไม่นานอิตาลีมาโดนใบเหลืองอีกราย นั้นคือ Leonardo Bonucci จากการที่เขาเข้าไปแย่งบอลจาก Marco Asensio ผู้ตัดสอนมาว่าเข้าบอลอย่างรุนแรง จึงแจกใบเหลืองไป และเป็นผู้เล่นของอิตาลีคนที่ 2 ที่โดนใบเหลืองไป และเป็นคนที่ 2 ของเกมนี้ด้วยเช่นกัน

ในนาทีที่ 13 Isco รับหน้าที่เป็นคนยิงฟรีคิ๊กในครั้งนี้ และก็ไม่พลาด เขาปั่นฟรีคิ๊กด้วยขวาลูกนี้ บอลเสียบสามเหมี่ยมด้านซ้ายของประตูเข้าไป ทำให้สเปนเจ้าบ้านขึ้นนำก่อนอย่างรวดเร็ว

เกมเดินมาเรื่อยๆจนถึงช่วงท้ายของครึ่งเวลาแรกในนาทีที่ 40  Andrés Iniesta จ่ายบอลให้กับ Isco คนเดิม จากนั้น Isco ยิงด้วยซ้ายลูกนี้จากนอกกรอบเขตโทษ บอลมุดเสียบโคนเสาด้านขวาเข้าประตูไป เป็นประตูที่ 2 ของตัวเขาในเกมนี้ ทำให้สเปนนำห่างไปเป็น 2-0 ในครึ่งเวลาแรก

เกมเดินมาเรื่อยๆจนหมดครึ่งแรกไป และเริ่มครึ่งหลังมา ในาทีที่ 70 อิตาลีได้เปลี่ยนผู้เล่นถึง 2 คนด้วยกันคือส่ง Federico Bernardeschi ลงมาแทน Antonio Candreva และส่ง Éder ลงมาเล่นแทน Andrea Belotti ที่ถูกเปลี่ยนตัวออกไป

ในนาทีที่ 72 Álvaro Morata ถูกส่งลงสนามมาแทนที่ของ Andrés Iniesta กองกลางมากประสบการณ์

ในนาทีที่ 77 Sergio Ramos เล่นเกมสวนกลับมาเร็วมา แล้วผ่านบอลให้กับ Álvaro Morata จิ้มด้วยซ้ายหน้ากรอบ 6 หลาน บอลพุ่งเสียบสามเหลี่ยมซ้าย เป็นประตูของสเปน นำห่างไปเรื่อยๆเป็น 3-0

นาทีที่ 78 ทั้งสเปนและอิตาลีต่างก็เปลี่ยนตัวผู้เล่น โดยอิตาลีได้ส่ง Manolo Gabbiadini ลงมาแทน  Ciro Immobile ส่วนทางสเปนส่ง Saúl Ñíguez ลงมาแทน Marco Asensio

ก่อนทดเวลาเพียง 1 นาที ในนาทีที่ 89 สเปนได้ส่ง David Villa ลงมาแทนเจ้าหนู Isco

จบเกม สเปน 3-0 อิตาลี

 

สเปน 3-0 อิตาลี

 

วิเคราะห์เกมหลังการแข่งขัน

ผลในเกมนี้ก็เกินเคิดไว้เรื่องสกอร์อยู่บ้างไม่คิดว่ามันจะออกมาขาดลอยขนาดนั้น คิดว่าแค่จะเฉือนกันได้ไม่เกิน 1 ลูกเท่านั้นมาดูสถิติกันเลย เปอร์เซ็นการครองบอลของทั้ง 2 ทีมนั้นไม่ห่างกันมากเท่าไหร่อยู่ที่ 51% ต่อ 49% แต่เป็นทางฝั่งของเจ้าบ้านที่มีความคมมากกว่าในเกมนี้เจ้าบเ่นได้ยิงไปทั้งหมด 11 ครั้งเข้ากรอบไป 4 ครั้ง แต่เป็นประตูถึง 3 ประตูเลยทีเดียว ส่วนทีมเยือนยิงไปได้ 6 ครั้ง เข้ากรอบไป 4 ครั้ง แต่ยังไม่เป็นประตู เกมในวันนี้ถือว่าทำฟาวล์กันไม่มากเท่าไหร่ โดยรวมกันแล้วฟาวล์ไป 24 ครั้ง แบ่งเป็นเจ้าบ้าน 14 ครั้ง ทีมเยือน 10 ครั้ง

 

ไฮไลต์การแข่งขันฟุตบอลฟุตบอลโลกรอบคัดเลือก 

ระหว่าง สาธารณรัฐเช็ก พบกับ เยอรมนี

วันพุธที่ 2 กันยายน 2560 เวลา 01:45 น. 

สนามแข่งขัน : Eden Arena
ผู้ตัดสิน : Sergei Karasev ผู้เข้าชม : 18,093 คน

 

เกมการแข่งขันในวันนี้เป็นการแข่งขันในรายการฟุตบอลโลกรอบคัดเลือกโซนยุโรปโดยที่เช็กเปิดบ้านรับการมาเยือนของทีมยักษ์ใหญ่อย่างอินทรีเหล็กเอนรมัน ฟอร์มการเล่นของเจ้าบ้าน 5 นัดล่าสุดนั้น สามารถเอาชนะและเสมอไปได้อย่างละ 2 นัด และแพ้ไป 1 นัดด้วยกันถือว่าเป็นฟอร์มทียังดีอยู่ ส่วนฟอร์มการเล่นในบ้านนั้นใน 5 นัดล่าสุด พวกเขาสามารถคว้าชัยไปได้ 2 ครั้ง และเสมอ 3 ครั้ง ยังไม่แพ้ให้กับทีมได มาดูฟอร์มของทีมเยือนอย่างเยอรมันกันเลย ฟอร์มการเล่น 5 นัดหลังสุดทัพอินทรีเหล็กนั้นทำได้อย่างยอดเยี่ยม ชนะไป 4 ครั้ง เสมอไปเพียงครั้งเดียว ถ้าจะดูว่าทีมอินทรีเหล็กนั้นแพ้เมื่อไหร่แล้วละก็ต้องย้อนกลับไปถึงเมื่อ เดือน 7 ปี 2016 ที่พวกเขาแพ้ต่อฝรั่งเศส 2-0 แต่นั้นเป็นการออกไปเยือนฝรั่งเศส มาดูฟอร์มการออกไปเล่นนอกบ้านแล้ว พวากเขาชนะ 3 ครั้ง แพ้และเสมออย่างละ 1 ครั้ง ถือว่ามีฟอร์มที่ดี และมาดูจากสถิติโดยรวมที่ทั้ง 2 ทีมเคยพบกันมาแล้วพวกเขาผลัดกันแพ้ชนะมาโดยตลอด แต่ถ้าถามว่าวันนี้ชัยชนะจะตกไปอยู่ในฝั่งไดแล้ว น่าจะตกเป็นของอินทรีเหล็กมากกว่าเพราะเช็กนั้นได้เปลี่ยนทีมนักเตะไปมากเลยในชุดนี้ และยังคงเล่นได้ไม่เข้ากันเท่าทีควร

แทงบอล สำหรับคนชอบเล่นบอลออนไลน์ หน้าเว็บไซด์เรามีบริการเปิดให้แทงบอลออนไลน์ได้แล้ววันนี้ พร้อมทั้งมีบริการ Call center ตลอด 24 ชั่วโมงเพื่อดูแลลูกค้าทุก ๆ ท่าน

 

เรามาดูกันเลยว่าทั้ง 2 ทีมนั้นจัดแผนไหนมาสู้กัน

 

สาธารณรัฐเช็ก จัดตัวมาในแผน 3 – 4 – 2 – 1

ผู้รักษาประตู : Tomas Vaclik

กองหลัง : Tomas Kalas, Marek Suchy, Filip Novak

กองกลาง : Theodor Gebre Selassie, Tomas Soucek, Vladimir Darida, Jan Boril, Jan Kopic, Jakub Jankto

กองหน้า : Michael Krmencik

ผู้เล่นสำรอง : Pavel Kaderabek, David Hovorka, Michael Lueftner, Jaromir Zmrhal, Borek Dockal, Josef Husbauer, Tomas Horava, Tomas Koubek, Ladislav Krejci, Antonin Barak, Jan Kliment, Jiri Pavlenka

ผู้จัดการทีม : Karel Jarolim

 

 

เยอรมนี จัดตัวมาในแผน 3 – 5 – 2

ผู้รักษาประตู : Marc-Andre ter Stegen

กองหลัง :Joshua Kimmich, Mats Hummels, Matthias Ginter

กองกลาง : Julian Brandt, Toni Kroos, Lars Stindl, Mesut Oezil, Jonas Hector

กองหน้า : Thomas Mueller, Timo Werner

ผู้เล่นสำรอง : Kevin Trapp, Benjamin Henrichs, Julian Draxler, Bernd Leno, Emre Can, Amin Younes, Antonio Ruediger, Niklas Suele, Leon Goretzka, Sebastian Rudy, Mario Gomez

ผู้จัดการทีม : Joachim Loew

 

สถิติต่างๆที่เกิดขึ้นตลอดทั้งเกมนี้

จังหวะสำคัญๆต่างๆในเกมนี้

เกมเริ่มได้ไม่นาน ในนาทีที่ 4 Mesut Özil จ้ายบอลให้กับ Timo Werner ที่รออยู่มนกรอบเขตโทษได้สำเร็จ ก่อนที่ Werner จะซัดด้วยขวา จากตรงกลางกรอบประตู บอลพุ่งแสกหน้าผู้รักษาประตูเข้าไป เยอรมันขึ้นนำอย่างรวดเร็วด้วยสกอร์ 0-1

ช่วงท้ายครึ่งแรกในนาทีที่ 35 Tomas Kalas โดนใบเหลืองไปเป็นคนแรกของเกมนรี้ จากจังหวะการฟาวล์ก่อนหน้านี้ที่เขาเข้าเสียบบอลจาก homas Müller

ก่อนหมดเวลาเพียง 2 นาที ในนาที่ 43 Thomas Müller โดนใบเหลืองไปอีกราย เป็นรายที่ 2 ในเกมนี้ จากจังหวะที่เขาได้เหนี่ยว Jan Boril ล้มลง

หมดเวลาการแข่งขันในครึ่งเวลาไป โดยที่ เยอรมันนำเจ้าบ้านอย่างเช็กอยู่ 0-1

เริ่มเกมครึ่งหลังมายังไม่มีทีมใดเปลี่ยนตัวผู้เล่น

มาในนาทีที่ 53 เจ้าบ้านเปลี่ยนตัวผู้เล่นเป็นคนแรก โดยส่ง Ladislav Krejci ลงมาแทน  Jan Kopic ที่ถูกถอดออกไป

นาทีที่ 61 เยอรมันก็เปลี่ยนตัวผู้เล่นเช่นเดียวกัน โดยส่ง Antonio Rüdiger ลงมาเล่นแทน Julian Brandt ที่ถูกเปลี่ยนตัวออกไป

ในนาทีที่ 68 เยอรมันมาเปลี่ยนตัวผู้เล่นคนที่ของ โดยส่ง Julian Draxler ลงมาเล่นแทน Lars Stindl ที่ถูกเปลี่ยนออกไป

เช็กได้เปลี่ยนตัวนักเตะคนที่ 2 เช่นกัน โดยส่ง Jan Kliment  ลงมาแทน Michal Krmencik ในนาทีที่ 76

นาทีที่ 78 Jakub Jankto จ่ายบอลให้กับ Vladimir Darida ที่ยืนอยู่นอกกรอบเขตโทษ และเขาวิ่งมาซัดด้วยขวาลูกนี้ บอลพุ่งไปเสีบสามเหลี่ยมบนด้านขวาเข้าประตูไป ทำให้เจ้าบ้านตามตีเสมอได้สำเร็จเป็น 1-1

นาทีที่ 79 Emre Can ได้ถูกส่งลงมาเล่นแทน Timo Werner ที่ถูกถอดออกไป

เกมดำเนินมาเรื่อยๆ และมรทีท่าว่าจะเสมอกัน แต่เมื่อมาถึงนาทีที่ 88 Toni Kroos  โหม่งชงลูกนี้ให้กับเพื่อนร่วมทีม และเป็นกองหลังอย่าง Mats Hummels ที่วิ่งเข้ามาเทคตัวขึ้นโหม่งบอลลูกนี้ บอลย้อยไปเข้าที่มุมขวาบนของประตู เข้าประตูไปและดูเหมือนจะเป็นประตูชัยสำหรับเยอรมันเลยก็ว่าได้

นาทีที่ 89 Vladimir Darida โดนใบเหลืองไปจากจังหวะที่เขาแสดงอาการไม่เหมาะสม และในนาทีเดียวกันเจ้าบ้านได้เปลี่ยนตัว ส่ง Jaromir Zmrhal ลงมาแทน Jakub Jankto

ในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ Mats Hummels โดนใบเหลืองไป ในจังหวะที่เขาไปดึง Tomas Soucek ล้มลงไปกองกับพื้น

จบเกม สาธารณรัฐเช็ก 1-2 เยอรมนี

 

สาธารณรัฐเช็ก 1-2 เยอรมนี

 

วิเคราะห์เกมหลังการแข่งขัน

ผลก็เป็นไปตามที่คาดไว้แล้วก่อนหน้านี้ เป็นทางฝั่งของเยอรมันที่ทำได้ดีกว่าในเกมนี้ ดูจากอัตราการครองบอลแล้วทีมเยือนทำได้ดีกว่ามาก เปอร์เซ็นอยูที่ 70% ต่อ 30% เลยทีเดียว ส่วนการทำประตูนั้นทำได้ดีพอๆกันแต่เป็นทางอันทรีเหล็กทีมีความคมกว่า เจ้าบ้านยิงไปทั้งหมด 11 ครั้ง เข้ากรอย 5 ครั้ง แต่ไม่เป็นประตู แต่ทีมเยือนอย่างเยอรมัน ยิงไปทั้งหมด 10 ครั้ง เข้ากรอบ 5 ครั้ง และเป็น 2 ประตู  และเป็นฝั่งของเยอรมันที่เปิดเกมบุกใส่เจ้าบ้านอย่างเช็กอยู่ตลอดจนทำให้เช็กต้องตัดฟาวล์อยู่หลายจังหวะ โดยการฟาวล์ของเช็กในวันนี้มากถึง 19 ครั้ง และทีมเยือนฟาวล์เพียง 9 ครั้งด้วยกัน

 

ไฮไลต์การแข่งขันฟุตบอลฟุตบอลโลกรอบคัดเลือก 

ระหว่าง ฝรั่งเศส พบกับ เนเธอร์แลนด์

วันพุธที่ 1 กันยายน 2560 เวลา 01:45 น. 

สนามแข่งขัน : สตาดเดอฟร็องส์, แซ็ง-เดอนี
ผู้ตัดสิน : Gianluca Rocchi 

 

การแข่งขันในวันนี้เปล็นการแข่งขันในรายการฟุตบอลโลกรอคัดเลือก ที่เจ้าบ้านอย่างฝรั่งเศสเปิดบ้านรับการมาเยือนของ อัศวินสีส้ม เนเธอร์แลนด์ ฟอร์มก่อนการแข่งขันของเจ้าบ้านฝรั่งเศสนั้นไม่ค่อยดีเท่าไหร ถ้าดูจากฟอร์ม 5 นัดล่าสุดที่ลงเล่น สามารถเอาชนะและเสมอไปได้ อย่างละ 2 นัดและแพ้ไปอีก 1 นัด ฟอร์มการเล่นในบ้านยังถือว่าดีอยู่ โดยที่สามารถคว้าชัยได้ทั้งหมด 3 ครั้ง และเสมอกับแพ้อย่างละ 1 ครั้ง มาดูฟอร์มก่รเล่นของทีมเยือนอย่างเนเธอร์แลนด์กันบ้าง ใน 5 นัดล่าสุด สามารถเอาชนะได้ 3 ครั้งและพ่ายไป 2 ครั้ง ฟอร์มถือว่ายังคงใช้ได้เลยทีเดียว ส่วนฟอร์มการออกไปเตะนอกบ้านนั้น สามารถชนะได้ทั้งหมด 3 ครั้ง และเสมอกับแพ้อย่างละครั้ง แต่ถ้าหากเรามาดูจากสถิติที่ทั้ง 2 นัดเคยเจอกันมาแล้วทางเจ้าบ้านฝั่งเศสยังถือว่ามีฟอร์มทีดีกว่า ถ้าดูแล้วนัดล่าสุดที่ฝรั่งเศษพ่ายให้กับเนเธอร์แลนด์นั้นต้องย้านไปในปี 2008 เลยทีเดียว บวกกันขุมกำลังของนักเตะในชุดนี้ของฝรั่งเศสถือว่าเก่งมาก คุณภาพคับแก้วมากกว่าเนเธอร์แลนด์อยู่หลานขุมเลยทีเดียว

 

แทงบอล สำหรับคนชอบเล่นบอลออนไลน์ หน้าเว็บไซด์เรามีบริการเปิดให้แทงบอลออนไลน์ได้แล้ววันนี้ พร้อมทั้งมีบริการ Call center ตลอด 24 ชั่วโมงเพื่อดูแลลูกค้าทุก ๆ ท่าน

 

เรามาดูกันเลยว่าทั้ง 2 ทีมนั้นจัดแผนไหนมาสู้กัน

ฝรั่งเศส จัดตัวมาในแผน 4 – 2 – 3 – 1

ผู้รักษาประตู : Hugo Lloris

กองหลัง : Djibril Sidibe, Laurent Koscielny, Samuel Umtiti, Layvin Kurzawa

กองกลาง : Paul Pogba,N’Golo Kante, Kingsley Coman, Antoine Griezmann, Thomas Lemar

กองหน้า : Olivier Giroud

ผู้เล่นสำรอง : Christophe Jallet, Kurt Zouma, Alexandre Lacazette, Florian Thauvin, Blaise Matuidi, Adrien Rabiot, Steve Mandanda, Lucas Digne, Nabil Fekir, Kylian Mbappe Lottin, Presnel Kimpembe, Alphonse Areola

ผู้จัดการทีม : Didier Deschamps

 

 

เนเธอร์แลนด์ จัดตัวมาในแผน 4 – 2 – 3 – 1

ผู้รักษาประตู : Jasper Cillessen

กองหลัง : Timothy Fosu-Mensah, Stefan de Vrij, Wesley Hoedt, Daley Blind

กองกลาง : Georginio Wijnaldum, Kevin Strootman, Arjen Robben, Wesley Sneijder, Quincy Promes

กองหน้า : Vincent Janssen

ผู้เล่นสำรอง : Joel Veltman, Matthijs de Ligt, Karim Rekik, Bruno Martins Indi, Tonny Vilhena, Memphis Depay, Davy Proepper, Robin van Persie, Marco van Ginkel, Bas Dost, Maarten Stekelenburg, Jeroen Zoet

ผู้จัดการทีม : Dick Advocaat

 

สถิติต่างๆที่เกิดขึ้นตลอดทั้งเกมนี้

จังหวะสำคัญๆต่างๆในเกมนี้

เริ่มเกมครึ่งแรกมาในนาทีที่ 14 Olivier Giroud จ่ายบอลไปให้กับ Antoine Griezmann ก่อนที่ Griezmann จะซัดด้วยเท้าซ้ายจากกลางกรอบเขตโทษ ผ่านมือผู้รักษาประตูเข้าไป ทำให้ฝรั่งเศสขึ้นนำก่อนอย่างรวดเร็วด้วยสกอร์ 1-0

ในนาทีที่ 17 Antoine Griezmann  โดนใบเหลืองไปเป็นคนแรกของเกมนี้ จากจังหวะที่เขาไปเข้าบอลข้างหลัง Quincy Promes

เริ่มเกมในครึ่งหลังมา Netherlands เปลี่ยนตัวผู้เล่นอย่าง Tonny Vilhena ลงมาแทนมิดฟิลด์ตัวเก๋าอย่าง  Wesley Sneijder

นาทีที่ 56 Kevin Strootman โดนใบเหลือง หลังจากที่เขาฟาวล์ใส่ N’Golo Kante

หลังจากนั้นอีกไม่กี่นาที ในนาทีที่ 62 Kevin Strootman ทำฟาวล์ใส่ Antoine Griezmann อีกครั้ง ผู้ตัดสินให้ใบเหลืองที่ 2 กลายเป็นใบแดงโดนไล่ออกสนามไป

Netherlands เปลี่ยนตัวผู้เล่นเป็นคนที่ 2 โดยเปลี่ยน Robin van Persie ลงมาแทน Vincent Janssen ในนาทีที่ 64

เกมดำเนินมาถึงนาทีที่ 73 Thomas Lemar ยิงด้วยซ้ายนอกกรอบเขตโทษ บอลพุ่งเข้าประตูไปอย่างสวยงาม เป็นประตูที่ 2 ของฝรั่งเศส

นาทีที่ 76 France เปลี่ยนตัวผู้เล่นอย่าง TKylian Mbappe งลมาแทน Olivier Giroud ที่ถูกถอดออกไป

นาทีที่ 80 France เปลี่ยนตัวผู้เล่นอย่าง Alexandre Lacazette งลมาแทน Kingsley Coman ที่ถูกถอดออกไป

ในนาทีที่ 85 นักเตะของฝั่งเศสถึง 2 คนโดนใบเหลืองไป หลังจากทำฟาวล์ใส่ผู้เล่นฝั่งตรงข้าม ได้แก่ Alexandre Lacazette และ Layvin Kurzawa

ก่อนทดเวลาเพียง 2 นาที ฝรั่งเศสเล่นเกมสวนกลับ Antoine Griezmann  จ่ายบอลไปให้กับ Thomas Lemar ยิงลูกที่ 2 ของตัวเขาในเกมนี้ ทำให้ฝรั่งเศสนำห่างออกไปเป็น 3-0

นาทีที่ 88 France เปลี่ยนตัวผู้เล่นคนสุดท้ายอย่าง Nabil Fekir ลงมาแทน Antoine Griezmann ที่ถูกถอดออกไป

ช่วงทดเวลาบาดเจ็บในนาทีที่ 90+1 Djibril Sidibe จ่ายบอลให้กับ Kylian Mbappe ซัดด้วยขวาเข้าประตูไป ถือว่าเป็นประตูตอกฝาโรงเลยก็ว่าได้ ฝรั่งเศสนำ 4-0

จบเกม ฝรั่งเศส 4-0 เนเธอร์แลนด์

 

ฝรั่งเศส 4-0 เนเธอร์แลนด์

 

วิเคราะห์เกมหลังการแข่งขัน

ผลก็ออกมากอย่างที่เราคาดการกันไว้ตั้งแต่ตอนแรกเพียงแต่มาได้ประตูมากกว่าที่คิดเอาไว้ เกมมาขาดตอนที่ทางฝั่งทีมเยือนโดนใบแดงไล่ออกสนามไปทำให้เหลือผู้เล่น 10 คน จากนั้นฝรั่งเศสก็บุกโจมตีใส่อย่างหนักทำให้กองทัพอัศวินสีส้มไม่อาจต้านทานทัพตราไก่เอาไว้ได้ เห็นได้ชัดเลยถ้าหากเราดูจากสถิติโดยรวมแล้ว เจ้าบ้านมาโอกาสครองบอลมากกว่าทีมเยือนถึง 60% ต่อ 40% โอกาสการยิงด้วยแล้ว ฝรั่งเศสมีโอกาสยิงทั้งสิ้น 18 ลูก ส่วนเนเธอร์แลนด์ได้ยิงเพียงแค่ 3 ลูกและทั้ง 3 ลูกนั้นไม่เข้ากรอบให้ได้ลุ้นเลย

ไฮไลต์การแข่งขันฟุตบอลกรีซ ซูปเปอร์ลีก

ระหว่าง ลาริสซ่า พบกับ แอสเตราส

วันพุธที่ 29 สิงหาคม เวลา 01:30 น. 

สนามแข่งขัน : AEL Arena, Larissa
ผู้ตัดสิน : P. Zachariadis

 

การแข่งขันในวันนี้เป็นการแข่งขันในรายการ กรีซ ซูปเปอร์ลีก ในนัดที่สอง หลังจากที่พวกเขาได้เปิดฤดูกาลใหม่ไปเมื่อในอาทิตย์ที่ผ่านมาเกมในวันนี้จะเป็นทางฝั่งของ ลาริสซ่า  ที่เปิดบ้านรับการมาเยือนของ แอสเตราส มาดูสถิติก่อนการแข่งขันกันดีดว่า ฟอร์มการเล่นของเจ้าบ้านนั้น ยังไม่ค่อยดีเท่าไหร่ ใน 5 นัดหลังสุดนี้ สามารถเอาชนะไปได้เพียงนัดเดียว และแพ้ในเหมนัดเปิดฤดูกาลที่พวกเขาได้พบกับ โอลิมเปียกอสไป 4-1 ฟอร์มการเล่นในบ้านของลาริสซ่ายังถือว่าดีอยู่ใน 5 นัดหลังสุด สามารถเก็บชัยไปได้ถึง 3 นัดและเสมอไปอีก 2 นัด มาดูฟอรร์มการเล่นของทีมเยือนกันบ้าง ฟอร์มการเล่นของทีมเยือนนั้น 5 นัดสุดท้ายนี้ พวกเขาเอาชนะไปได้ 2 เกมเสมออีก 2 เกม และแพ้ไป 1 เกม ถือว่าเป็นฟอร์มที่ยังไม่ค่อยคงที่ ฟอร์มการเล่นเมื่อออกไปเป็นทีมเยือนก็ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ ชนะและเสมอ อย่างละ 2 นัด และแพ้ไป 1 นัด ถ้าหากว่ามาดูตามสถิติที่ทั้ง 2 ทีมเคยพบกันมาแล้ว ทีมเยือนยังคงเป็นถือไพ่เหนือกว่า  8 นัดล่าสุดแอสเตร่สไม่เคยแพ้ต่อลาริสน่าเลย

 

แทงบอล สำหรับคนชอบเล่นบอลออนไลน์ หน้าเว็บไซด์เรามีบริการเปิดให้แทงบอลออนไลน์ได้แล้ววันนี้ พร้อมทั้งมีบริการ Call center ตลอด 24 ชั่วโมงเพื่อดูแลลูกค้าทุก ๆ ท่าน

 

เรามาดูกันเลยว่าทั้ง 2 ทีมนั้นจัดแผนไหนมาสู้กัน

 

ลาริสซ่า จัดตัวมาในแผน 4 – 2 – 3 – 1

ผู้รักษาประตู : Mladen Bozovic

กองหลัง : Ximo Navarro, Nikolaos Golias, Nikola Zizic, Wallace

กองกลาง : Adnan Aganovic, Fatjon Andoni, Sandi Krizman, Leozinho, Milos Deletic

กองหน้า : Thomas Nazlidis

ผู้เล่นสำรอง : Georgios Kousas, Anastasios Lagos, Emanuel Perrone, Vasilios Rentzas, Kyriakos Andreopoulos, Constantinos Theodoropoulos, Nikolaos Gianitsanis

ผู้จัดการทีม : Andre Paus

 

แอสเตราส จัดตัวมาในแผน 4 – 3 – 3

ผู้รักษาประตู : Georgios Athanasiadis

กองหลัง : Igor Carioca, Konstantinos Triantafyllopoulos, Triantafyllos Pasalidis, Kostas Giannoulis

กองกลาง : Levy Madinda, Walter Matias Iglesias, Juan Munafo

กองหน้า : Nikolaos Kaltsas, Michalis Manias, Pablo Mazza

ผู้เล่นสำรอง : Dudu, Eugenio Isnaldo, Kosmas Tsilianidis, Anastasios Douvikas, Lionel Zouma, Giorgos Kiriakopoulos, Kostas Kapetanos

ผู้จัดการทีม : Staikos Vergetis

 

สถิติต่างๆที่เกิดขึ้นตลอดทั้งเกมนี้

จังหวะสำคัญๆต่างๆในเกมนี้

เกมในครึ่งแรก ทั้ง 2 ทีมยังไม่สามารถทำอะไรกันได้ยังดูเชิงกันอยู่ และดำเนอินต่อมาเรื่อยๆจนถึงช่วงท้ายของครึ่งแรก Juan Munafo นักเตะของทีมเยือนอย่าง Asteras Tripolis โดนใบเหลืองไปจากจังหวะการฟาวล์ใส่ผู้เล่นฝั่งตรงข้าวในจังหวะก่อนหน้านี้

เริ่มครึ่งหลังได้เพียงสิบกว่านาที ในนาทีที่ 41 เป็นนักเตะของทีมเยือนอย่าง Nikolaos Kaltsas โดนใบเหลืองไปอีกราย

ทีมเยือนอย่าง Asteras Tripolis ขึ้นนำจนได้ จากจังหวะที่พวกเขาได้ลูกจุดโทษและเป็นทาง Pablo Mazza รับหน้าที่สังหารจุดโทษ และเขาก็ไม่ทำให้เพื่อนร่วมทีมผิดหวัง ยิงบอลลูกนี้เข้าไป ส่งผลให้พวกเขาขึ้นนำด้วยสกอร์ 0-1 ในนาทีที่ 59

นาทีที่ 61 Konstantinos Triantafyllopoulos ผู้เล่นของทีมเยือนโดนใบเหลืองไปอีกราย เป็นรายที่ 3 แล้วของเกมนี้ และเป็นผู้เล่นของ Asteras Tripolis ทั้ง 3 คนเลย

เกมการเล่นในครึ่งหลังดำเดินมาเรื่อยจนถึงนาทีที่ 71 เจ้าบ้านสามารถตีเสมอได้สำเร็จ จากลูกยิงของ Thomas Nazlidis ทำให้สกอร์ในตอนนี้มาเสมอกันอยู่ที่ 1-1

หลังจากนั้นอีก 2 นาที Pablo Mazza โดนใบเหลืองไปอีกราย เป็นคนที่ 4 ของทีมเยือน ในนาทีที่ 73

ก่อนจบเกม ในนาทีที่ 83 Emanuel Perrone ผู้เล่นเจ้าบ้านโดนใบเหลืองไปจากที่เขาทำฟาวล์ใส่คู่แข่งเมื่อก่อนหน้านี้

ก่อนหมดเวลาไม่กี่นาที Michalis Manias โดนไปเหลืองไปอีกราย ในนาทีที่ 90

จบเกม  ลาริสซ่า 1 – 1 แอสเตราส

 

ลาริสซ่า 1 – 1 แอสเตราส

 

วิเคราะห์เกมหลังการแข่งขัน

หลังจากทราบผลการแข่งขันแล้ว เป็นทางฝั่งของเจ้าบ้านที่ทำได้กีกว่า สามารถยันเสมอเอาไว้ได้ และมีการครองเกมที่เหนือกว่าทีมเยือนอยู่นิดหน่อย โดยอัตราการครองบอลอยู่ที่ 57% ต่อ 43% และเป็นทางฝั่งของเจ้าบ้านที่บุกอย่างหนัก จนทำให้ทีมเยือนต้องตัดฟาวล์อยู่หลายจังหวะ

ไฮไลต์การแข่งขันฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ

ระหว่าง เชลซี พบกับ เอฟเวอร์ตัน

วันพุธที่ 27 สิงหาคม เวลา 19:30 น. 

สนามแข่งขัน : สแตมฟอร์ดบริดจ์, ลอนดอน
ผู้ตัดสิน : Craig Pawson ผู้เข้าชม : 53,206 คน

 

การแข่งขันในเกมนี้เป็นการเตะในนัดที่ 3 ของพรีเมียร์ลีคอังกฤษ โดยที่ในนัดนี้แชมป์เก่าอย่างเชลซีจะเปิดบ้านต้อนรับการมาเยือนของเอฟเวอร์ตัน โดยฟอร์มการเล่นของเจ้าบ้านสองนัดที่ผ่านมานั้นถือว่าสุดช็อคเลยทีเดียวโดยในนัดแรกนั้นพวกเขาเปิดบ้านแพ้ค่าบ้านแบบพลิกล็อคให้กับเบิร์นลีย์ แต่ในเกมที่ 2 ที่พบสเปอร์นั้นทำได้ดีเลยทีเดียว ฟอร์มการเล่น 5 นัดหลังสุดของเชลซีนั้น ยังทำได้ไม่ดีเท่าที่ควรเลย สามารถเอาชนะเสปอร์ไปได้เพียงนัดเดียว เสมอ 1 นัด และแพ้ไป 3 นัดเลยทีเดียว ฟอร์มการเล่นในบ้านของเชลซีนั้นยังถือว่าดีอยู่ โดย 5 นัดล่าสุดพวกเขาชนะรวดมาโดยตลอดและมาสะดุดในนัดเปิดสนามนั้นเพียงนัดเกียว มาดูฟอร์มการเล่นของทีมเยือนอย่างเอฟเวอร์ตันกันบ้าง ฟอร์มการเล่นก่อนเกมในวันนี้ เอฟเวอร์ตันถือว่าผลงานยังดีอยู่ สามารถเอาชนะได้ได้ 2 นัดและเสมอ 3 นัด และมาดูฟอร์มการออกไปเป็นทีมมเยือนแล้ว ก็ถือว่าไม่เลวเลยดีเดียว โดยสามารถเอาชนะไปได้ 1 นัด เสมอ 3 นัด และแพ้ 1 นัด แต่ถ้าหากเรามาดูสถิการพบกันของทั้ง 2 ทีมแล้วละก็ ในการพบกัน 5 ครั้งหลังสุดนี้ แบ่งกันชนะไปทีมละ 2 ครั้ง และเสมอไปอีก 1 ครั้ง แต่ถ้าหากถามว่าทีมไหนหน้าเล่นกว่ากันละก็ ก็คงต้องเป็นทีมเจ้าบ้านอย่างเชลซีอย่างแน่นอน

 

แทงบอล สำหรับคนชอบเล่นบอลออนไลน์ หน้าเว็บไซด์เรามีบริการเปิดให้แทงบอลออนไลน์ได้แล้ววันนี้ พร้อมทั้งมีบริการ Call center ตลอด 24 ชั่วโมงเพื่อดูแลลูกค้าทุก ๆ ท่าน

เรามาดูกันเลยว่าทั้ง 2 ทีมนั้นจัดแผนไหนมาสู้กัน

 

เชลซี จัดตัวมาในแผน 3 – 4 – 2 – 1

ผู้รักษาประตู : Thibaut Courtois

กองหลัง : Cesar Azpilicueta, David Luiz, Antonio Ruediger

กองกลาง : Victor Moses, Cesc Fabregas, N’Golo Kante, Marcos Alonso

กองหน้า : Willian, Pedro Rodriguez, Alvaro Morata

ผู้เล่นสำรอง : Wilfredo Caballero ,Tiemoue Bakayoko, Kenedy, Charly Musonda, Michy Batshuayi, Andreas Christensen,Fikayo Tomori

ผู้จัดการทีม : Antonio Conte

 

 

เอฟเวอร์ตันจัดตัวมาในแผน 3 – 4 – 1

ผู้รักษาประตู : Jordan Pickford

กองหลัง : Michael Keane, Ashley Williams, Phil Jagielka

กองกลาง : Mason Holgate, Tom Davies, Idrissa Gana Gueye, Leighton Baines

กองหน้า : Gylfi Sigurdsson, Wayne Rooney

ผู้เล่นสำรอง : Aaron Lennon , Cuco Martina, Muhamed Besic, Maarten StekelenburgDominic Calvert-Lewin, Ademola Lookman, Jonjoe Kenny

ผู้จัดการทีม : Ronald Koeman

 

สถิติต่างๆที่เกิดขึ้นตลอดทั้งเกมนี้

 

จังหวะสำคัญๆต่างๆในเกมนี้

หลังจากเริ่มเกมมาได้เพียง 9 นาที Idrissa Gana Gueye ก็โดนใบเหลืองไปเป็นคนแรกของเกมนี้ จากจังหวะการทำฟาวล์ก่อนหน้า

นาทีที่ 27 Alvaro Morata จ่ายบอลให้กับ Cesc Fabregas ยิงเข้าไปอย่างสวยงาม ทำให้เจ้าบ้านออกนำไปก่อน และเล่นได้ง่ายขึ้น

ก่ก่อนหมดเวลาเพียง 5 นาที Cesar Azpilicueta เปิดบอลให้กับ Alvaro Morata ยิงเต็มข้อเข้าไป เชลซีนำห่างออกไปเป็น 2-0

เกมดำเนินต่อไปเรื่อยๆมาถึงครึ่งหลังในนาทีที่ 71 Wayne Rooney โดนใบเหลืองไปเป็นผู้เล่นคนที่ 2 ของเอฟเวอร์ตัน

นาทีที่ 76 Victor Moses เป็นนักเตะของทางฝั่งเจ้าบ้านที่โดนใบเหลืองไป และเป็นคนที่ 3 ของเกมนี้

เกมนี้ยังคงเดือดไม่หยุด ก่อนหมดเวลาเพียง 2 นาทีในนาทีที่ 88  Cesar Azpilicueta โดนใบเหลืองไปอีกราย เป็นคนที่ 4 ของเกมนี้

 

อังกฤษ เชลซี 2-0 เอฟเวอร์ตัน

 

วิเคราะห์เกมหลังการแข่งขัน

 เป็นทางฝั่งเจ้าบ้านอย่างสิงห์บลูที่ครองเกมเหนือกว่าอย่างเห็นได้ชัด  โดยยิงรวมกันไปทั้งหมด 13 ครั้ง เข้ากรอบทั้งหมก 7 ครั้ง และเป็นประตูถึง 2 ประตู ส่วนทางฝั่งทีมเยือนยิงไปทั้งหมด 5 ครั้ง และไม่เข้ากรอบเลยสักครั้ง เปอร์เซ็นการครองบอลเกมนี้ใกล้เคียงกัน อยู่ที่ 55% และ 45% แต่เป็นทางฝั่งเจ้าบ้านที่มีความเด็ดขาดมากกว่า

ไฮไลต์การแข่งขันฟุตบอลลีกเอิง ฝรั่งเศส

ระหว่าง เปแอสเช พบกัย แซงต์ เอเตียน

วันพุธที่ 25 สิงหาคม เวลา 01:45 น. 

สนามแข่งขัน : ปาร์กเดแพร็งส์, ปารีส
ผู้ตัดสิน : Clement Turpin ผู้เข้าชม : 45,000 คน

 

การแข่งขันในนัดนี้เป็นการแข่งขันในนัดที่ 4 ของฟุตบอลลีกเอิง ฝรั่งเศส โดยในนัดนี้เปแอสเชเปิดรังเหย้ารับการมาเยือนของแวงต์ เอเตียน มาดูฟอร์มการเล่นก่อนการแข่งขัน 5 นัดหลังสุดของปารีสนั้นถือว่าทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม โดยชนะไปถึง 4 ครั้งจาก 5 ครั้ง และไปพลาดท่าพ่ายให้กัยยูเวตุสแพ้ครั้งเดียวในนัดกระชับมิตร ยิ่งมาดูฟอร์มการเปิดบ้านเล่นแล้ว 20 นัดที่ผ่านมานั้น พวกเขายังไม่แพ้ใครเลย ถือว่าเป็นผลงานที่สุดยอด มาดูทางฝั่งของทีมเยือนกันบ้าง ทีมเยือนอย่างแซงต์ เอเตียน ก็ฟอร์มดีไม่แพ้กัย 5นั้ดสุดท้าย คว้าชัยเหนือคู่ต่อสู้ได้ถึง 3 ครั้งและแพ้ 2 ครั้ง ถือว่าใช้ได้เลยทีเดียว แต่หากมาดูฟอร์มการออกไปเล่นเป็นทีมเยือนแล้ว ยังทำได้ไม่ดีเท่าทีควร สามารถเอาชนะไป 2 ครั้งและแพ้ไปอีก 3 ครั้ง ถ้าหากว่าเรามาดูจากสถิติที่เคยพบกันมาแล้วละก็ ทางเปแอสเชที่ยังไม่เคยแพ้ต่อแซงต์ เอเตียนมาแล้ว 15 นัดล่าสุด ถ้าหากจะดูว่าเคยแพ้ปีไหน นี้ต้องย้อนไปถึงปี 2012 เลยทีเดียว นั้นแสดงให้เห็นว่าเจ้าบ้านยังเป็นทีมที่เหนือกว่า

 

แทงบอล สำหรับคนชอบเล่นบอลออนไลน์ หน้าเว็บไซด์เรามีบริการเปิดให้แทงบอลออนไลน์ได้แล้ววันนี้ พร้อมทั้งมีบริการ Call center ตลอด 24 ชั่วโมงเพื่อดูแลลูกค้าทุก ๆ ท่าน

 

เรามาดูกันเลยว่าทั้ง 2 ทีมนั้นจัดแผนไหนมาสู้กัน

เปแอสเช จัดตัวมาในแผน 4 – 3 – 3

 

ผู้รักษาประตู : Alphonse Areola

กองหลัง : Thomas Meunier, Marquinhos, Presnel Kimpembe, Layvin Kurzawa

กองกลาง : Javier Pastore, Thiago Motta, Adrien Rabiot

กองหน้า : Angel Di Maria, Edinson Cavani, Neymar

ผู้เล่นสำรอง : Kevin Trapp , Thiago Silva, Yuri Berchiche, Giovani Lo Celso, Julian Draxler, Christopher Nkunku,Daniel Alves

ผู้จัดการทีม : Unai Emery

 

แซงต์ เอเตียน ในแผน 3 – 4 – 3

 

ผู้รักษาประตู : Stephane Ruffier

กองหลัง : Ronael Pierre-Gabriel, Loic Perrin, Kevin Theophile-Catherine

กองกลาง : Saidy Janko, Habib Maiga, Ole Kristian Selnaes, Gabriel Silva

กองหน้า : Romain Hamouma, Jonathan Bamba, Bryan Dabo

ผู้เล่นสำรอง : Leo Lacroix , Vincent Pajot, Assane Diousse, Lois Diony, Oussama Tannane, Robert Beric,Jessy Moulin

ผู้จัดการทีม : Oscar Garcia

สถิติต่างๆที่เกิดขึ้นตลอดทั้งเกมนี้

จังหวะสำคัญๆต่างๆในเกมนี้

เริ่มเกมมาได้ 12 นาที Saidy Janko ผู้เล่นของทีมเยือนโดนใบเหลืองไปเป็นคนแรก และเป็นผู้เล่นคนแรกของเกมนี้

Edinson Cavani รับหน้าที่สังหารจุดโทษในนาทีที่ 20 และก็ไม่พลาด ส่งบอลไปนอนก้นตาข่ายทำให้เจ้าบ้านออกทำไปด้วยสกอร์ 1-0
Thomas Meunierโดนใบเหลืองไป เป็นผู้เล่นของเปแอสเชคนแรกที่ได้ใบเหลืองและเป็นคนที่ 2 ของเกมนี้ ในนาทีที่ 39
ก่อนหมดเวลาในอีกไม่กี่นาที ในนาทีที่ 45  Presnel Kimpembe ผู้เล่นฝั้งเจ้าบ้านก็มาโดนใบเหลืองอีกหนึ่งคนจากจังหวะการฟาวล์ก่อนหน้านี้ เป็นผู้เล่นคนที่ 2 ของเปแอสเชและเป็นคนที่ 3 ของเกมนี้ที่โดนใบเหลือง
นาทีที่50 Kevin Theophile-Catherineผู้เล่นของแซงต์ เอเตียนโดนใบเหลืองไปอีกราย และจะกลายเป็นโดนใบเหลืองไปแล้วฝั่งละ 2 ราย
เกมในครึ่งหลังดำเนินมาถึงในนาทีที่ 51 Marquinhos จ่ายบอลให้กับเพื่อนร่วมทีมอย่างสวยงาม ก่อนที่ Thiago Motta จะทำประตูนี้ได้ได้สำเร็จ เจ้าบ้านนำห่างไปเป็น 2-0
Oussama Tannane โดนใบเหลืองไปอีกรายในนาทีที่ 86
ก่อนหมดเวลาเพียง 1 นาที ในนาทีที่ 89 ก่อนทดเวลาบาดเจ็บ Thomas Meunier ส่งบอลให้กับเพื่อนร่วมทีมได้สวยงามก่อนที่ Edinson Cavani จะมาซัดประตูที่ 2 ของเขาในเกมนี้ ทำให้เป็นประตูตากฝาโรงสำหรับแซงต์ เอเตียนเลยก็ว่าได้

เปแอสเช 3-0 แซงต์ เอเตียน

 

วิเคราะห์เกมหลังการแข่งขัน

จากสถิติเห็นได้ชัดเลยว่า เจ้าบ้านเป็นฝั่งที่ถือเกมอยู่เหนือกว่า ครองเกมมากกว่าถึง 61% ต่อ 39% การยิงประตูของทั้ง 2 ทีม ถือว่าทำได้ดีเลยในเกมนี้ แต่เป็นทางเจ้าบ้านทีทำได้ดี และมีความเฉียบคมกว่า ยิงไปทั้งหมด 11 ครั้ง เข้ากรอบ 4 ครั้ง และเป็นประตูถึง 3 ประตูเลยทีเดียว ฝั้งเจ้าบ้านได้เปิดมุมถึง 8 ครั้งในขณะที่ทีมเยือนได้เปิดเพียง 3 ครั้ง การฟาล์ที่เกิดขึ้นทั้งหมดในเกมนี้ถือว่ามากเลยทีเดียว รวมแล้วทำฟาวล์ไป 32 ครั้ง และเป็นทางฝั่งเจ้าบ้านถึง 20 ครั้ง ทีมเยือนอีก 12 ครั้ง แสดงให้เห็นว่าเกมในวันนี้มีการตัดฟาวล์กันบ่อยครั้งเลยทีเดียวและเป็นเกมที่เดือดน่าดู

ไฮไลต์การแข่งขันฟุตยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก

ระหว่าง ลิเวอร์พูล พบกับ ฮอฟเฟนไฮม์

วันพุธที่ 24 สิงหาคม เวลา 01:45 น. 

สนามแข่งขัน : แอนฟีลด์, ลิเวอร์พูล
ผู้ตัดสิน : D. Orsato ผู้เข้าชม : 51,808 คน

 

การแข่งขันในวันนี้เป็นการแข่งขันในรายการยูฟ่าแชมเปี้ยนลีกรอบเพลย์ออฟในนัดที่ 2 โดนนัดแรกลิเวอร์พูลสามารถบุกไปเอาชนะฮอฟเฟนไฮม์ในบ้านได้ก่อนด้วยสกอร์ 2-1 สามารถยิงกฏอเวย์โกลได้ ในนั้นนี้ต้องการเพียงแค่ เสมอก็จะผ่าเข้าไปในรอบแบ่งกลุ่มแล้ว หรือถ้าหากพวกเขาแพ 0-1 ก็ยังผ่านเข้ารอบอยู่ดีด้วยกฏอเวย์โกล แต่เชื่อแน่นอนว่า ลิเวอร์พูลเปิดรังเหย้าอย่างแอนฟิลด์ทั้งทีน่าจะสามารถไล่ถล่มคู่ต่อสู้ได้อย่างน่ากลัวเลยทีเดียว มาดูสถิติก่อนเหมของหงส์แดงกันก่อนเลย ใน 5 นัดหลังสุดนี้ลิเวอร์พูลทำได้ดีเลยทีเดียว สามารถคว้าชัยเหนือคู่แข่งได้ถึง 3 ครั้งและเสมอไป 2 ครั้ง ถือว่ายังอยู่ในฟอร์มการเล่นที่ดีอยู่ แต่ทว่าในนัดเปิดฤดูกาลพรีเมียร์ลีกนั้นพวกเขาไปพลาดท่าเสมอกับวัตฟอร์มมา 3-3 ผลงานการเล่นในบ้านของลิเวอร์พูลเองก็ไม่ได้น่าเกรียดอะไร สามารถเอาชนะและเสมอได้อย่างละ 2 นัด และแพ้ไป 1นัดให้กับคริสตันพาเลสในศึกพรีเมียร์ลีกในฤดูกาลก่อน มาดูฟอร์มทางฝั่งของทีมเยือนกันบ้าง 5 นัดล่าสุดที่ฮอฟเฟนไฮม์ลงเล่นนั้น พวกเขาสามารถเก็บชัยชนะไปได้ถึง 4 ครั้งและแพ้ไป 1 ครั้งการแพ้ครั้งนั้นก็ค์อการพ่ายให้กับหงส์แดงในแชมเปี้ยนลีกนัดก่อนหน้านี้นี่เอง ฟอร์มการออกไปเล่นเป็นทีมเยือนก็ยังถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ดีอยู่ สามารถเอาชนะได้ 3 นัด แพ้และเสมออย่างละนัด ดูจากสภาพโดยรวมแล้วเจ้าบ้านอย่างลิเวอร์พูลยังถือไพ่เหนือกว่าทีมเยือนอยู่มาก

 

แทงบอลออนไลน์ สำหรับคนชอบเล่นบอลออนไลน์ หน้าเว็บไซด์เรามีบริการเปิดให้แทงบอลออนไลน์ได้แล้ววันนี้ พร้อมทั้งมีบริการ Call center ตลอด 24 ชั่วโมงเพื่อดูแลลูกค้าทุก ๆ ท่าน

 

เรามาดูกันเลยว่าทั้ง 2 ทีมนั้นจัดแผนไหนมาสู้กัน

 

ลิเวอร์พูล จัดตัวมาในแผน 4 – 3 – 3

ผู้รักษาประตู : Simon Mignolet

กองหลัง : Trent Alexander-Arnold, Joel Matip, Dejan Lovren, Alberto Moreno

กองกลาง : Emre Can, Jordan Henderson, Georginio Wijnaldum

กองหน้า : Mohamed Salah, Roberto Firmino, Sadio Mane

ผู้เล่นสำรอง : Loris Karius , James Milner, Joseph Gomez, Daniel Sturridge, Ragnar Klavan, Andrew Robertson,Dominic Solanke

ผู้จัดการทีม : Jurgen Klopp

 

ฮอฟเฟนไฮม์ จัดตัวมาในแผน 5 – 4 – 1

ผู้รักษาประตู : Oliver Baumann

กองหลัง : Pavel Kaderabek, Haavard Nordtveit, Kevin Vogt, Benjamin Huebner, Steven Zuber

กองกลาง : Andrej Kramaric, Dennis Geiger, Kerem Demirbay, Serge Gnabry

กองหน้า : Sandro Wagner

ผู้เล่นสำรอง : Ermin Bicakcic, Lukas Rupp, Eugen Polanski, Jeremy Toljan, Blaise Matuidi, Mark Uth, Adam Szalai, Gregor Kobel

ผู้จัดการทีม : Julian Nagelsmann

 

สถิติต่างๆที่เกิดขึ้นตลอดทั้งเกมนี้

จังหวะสำคัญๆต่างๆในเกมนี้

เริ่มเกมมาในนาทีที่ 10 Emre Can ก็ยิงให้เจ้าบ้านขึ้นนำไปก่อนแล้ว เห็นทีจะเป็นงานง่ายสำหรับลิเวอร์พูลแล้วออกนำก่อนได้รวดเร็วขนาดนี้

หลังจากนั้นเพียง 8 นาที ลิเวอร์พูลมาได้ประตูที่ 2 จาก Mohamed Salah การที่ที่เพื่อนร่วมทีมยิงไปชนเสาแล้วเจ้าตัววิ่งเข้ามาซ้ำเข้าไปในลูกนี้ ทำให้เข้าบ้านนำห่างมาเป็น 2-0

หลังจากนั้นไม่นาน นาทีที่ 21 ลิเวอร์พูลก็นำห่างขึ้นไปเรื่อยๆ เป็น 3-0 จาก Emre Can คนเดิม ยิงลูกนี้เข้าไป เป็นประตูที่ 2 ของเขาในเกมนี้ ทำให้ลิเวอร์พูลเล่นง่ายขึ้นอีกเยอะ เพราะพวกเขาไม่มีความกดดัน

ในนาทีที่ 28 ทีมเยือนอย่างฮอฟเฟนไฮม์มาตีไข่แตกได้สำเร็จ หลังจากที่เกือบได้ประตูมาหลายต่อหลายครั้ง ในลูกนี้เป็นทาง Mark Uth ยิงเข้าไป

เกมยังคงดำเนินต่อไปเรื่อยๆ มาจนถึงครึ่งหลังในนาทีที่ 63 ลิเวอร์พูลมาได้ประตูที่ 4 จาก Roberto Firmino ที่ยิงลูกนี้เข้าไปอย่างสวยงาม

เกมยังไม่พอแค่นั้น ฮอฟเฟนไฮม์ยังพยายามเล่นตีตื้นขึ้นมา ในนาทีที่ 79 Sandro Wagner ยิงบอลเข้าไปทำให้ ฮอฟเฟนไฮม์ไล่มาเป็น 4-2 แต่ก็ไม่ทันหมดเวลไปเสียก่อน

 

ลิเวอร์พูล 4-2 ฮอฟเฟนไฮม์

 

 

วิเคราะห์เกมหลังการแข่งขัน

ผลออกมาให้เห็นแล้วว่า ลิเวอร์พูลนั้นเป็นฝ่ายที่เล่นได้เหนือกว่าอย่างเห็นได้ชัด โดยที่พวกเขาสามารรถเอาชนะฮอฟเฟนไฮม์ไปได้ถึง 4-2 และยังโชว์ฟอร์มการเล่นได้อย่างยอดเยี่ยมให้แฟนๆที่เข้ามาชมเกมในแอนฟิลด์ได้สนุกไปกับทีมรักของพวกเขา แต่ถ้ามาดูสถิในภาพรวมแล้ว เป็นฮอฟเฟนไฮม์ที่ครองเกมได้มากกว่าลิเวอร์พูลทีมเจ้าบ้าน แต่ถึงอย่างไรพวกเขาก็ไม่ได้มีโอกาสจบสกอร์เท่าไหร่ แสดงให้เห็นแนวรับของลิเวอร์พูลที่เล่นกันได้อย่างมีระเบีบวินัยเป็นอย่างมาก ทีมเยืออนยิงไปทั้งหมด 9 ครั้งตลอดทั้งเกมส่วนลิเวอร์พูลนั้นยิงไปทั้งหมดถึง 20 ครั้งเลยทีเดียว และใน20ครั้งนี้เป็นการยิงเข้ากรอบ 9 ครั้งและสามารถทำได้ถึง 4 ประตู แสดงเห็นเห็นเกมรุกที่มีคุณภาพเช่นกัน ส่วนฮอฟเฟ่นไฮม์นั้นยิงเข้ากรอบไป 4 และทำได้ 2 ประตูนั้นได้มาจากเกมการเล่นสวนกลับที่ยอดเยี่ยม

 

 

 

ไฮไลต์การแข่งขันฟุตบอลกัลโช่ เซเรียอา อิตาลี

ระหว่าง ยูเวนตุส พบกับ กายารี่

วันอาทิตย์ที่ 19 สิงหาคม เวลา 23:00 น. 

สนามแข่งขัน : อัลลิอันซ์ อารีน่า, ทูริน
ผู้ตัดสิน : Fabio Maresca ผู้เข้าชม : 39,226 คน

 

การแข่งขันในนัดนี้เป็นการแข่งขันในนัดเปิดฤดูกาลของศึกกัลโช่ ซีเรียอา อิตาลีโดยนัดนี้ยูนตุสแชมป์เก่าจะเปิดบ้านพบกับกายรี่ มาดูสถิติก่อนเกมกันเลยว่าทั้ง 2 ทีมนั้นจะเป็นอย่างไรกันบ้าง โดยเจ้าบ้ายอย่างยูเวนตุสนั้นใน 5 นัดหลังสุดพวกเขาทำได้ไม่ดีเท่าทีควร โดยที่สามารถเอาชนะและเสมอไปได้อย่างละ 1 ครั้ง และแพ้ไป 3 ครั้ง ในอิตาลี ซุปเปอร์คัพ พวกเขาก็พลาดท่าพ่ายให้กับลาซิโอ้ไป 2-3 แต่ถ้าหากว่ามาดูฟอร์มการเล่นในบ้านแล้ว พวกเขาเป็นทีมหนึ่งที่เล่นในบ้านได้อย่างดีทีเดียว โดยพวกเขาไม่เคยแพ้ในเป้นเลย ตลอดทั้ง 20 นัดหลังสุด จะมีเพียง นัดเดียวที่พวกเขาเสมอกับ โตริโน่ และนอกนั้นสามารถคว้าชัยได้เหลือคู่แข่งได้หมดทั้งสิ้น มาดูฟอร์มของฝั่งทีมเยือนกันบ้าง โดยกายารี่ ทีมฟอร็มที่ไม่เข้าท่าเลย 5 นัดหลังสุด แพ้ไป 2 เสมอไปอีก 3 ไม่สามารถเอาชนะคู่แข่งได้เลย ยิ่งแล้วใหญ่ถ้าหากว่ามาดูฟอร์มการออกไปเล่นนอกบ้านด้วยแล้ว ยิ่งแล้วกันไปใหญ่ 5 นัดหลังสุดแพ้ไป 4 นัด และเสมออีก 1 นัด การเจอกันระหว่า 2 ทีมนี้ยูเวนตุสถือว่าทำได้ดีกว่า ถเาหากดูว่ายูเวนตุสเคยแพ้กายารี่เมื่อไหร่แล้วละก็ ต้องย้อนกลับไปในปี 2009 กันเลยทีเดียว ยิ่งดูยิ่งก็เห็นว่าเจ้าบ้านยูเวนตุสเป็นฝ่ายที่ถือป้ายเหนือกว่าอย่างแน่นอน

 

แทงบอลออนไลน์ สำหรับคนชอบเล่นบอลออนไลน์ หน้าเว็บไซด์เรามีบริการเปิดให้แทงบอลออนไลน์ได้แล้ววันนี้ พร้อมทั้งมีบริการ Call center ตลอด 24 ชั่วโมงเพื่อดูแลลูกค้าทุก ๆ ท่าน

 

เรามาดูกันเลยว่าทั้ง 2 ทีมนั้นจัดแผนไหนมาสู้กัน

ยูเวนตุส จัดตัวมาในแผน 4 – 2 – 3 – 1

ผู้รักษาประตู : Gianluigi Buffon

กองหลัง : Stephan Lichtsteiner, Daniele Rugani, Giorgio Chiellini, Alex Sandro

กองกลาง : Miralem Pjanic, Claudio Marchisio, Juan Cuadrado, Paulo Dybala, Mario Mandzukic

กองหน้า : Gonzalo Higuain

ผู้เล่นสำรอง : Mattia De Sciglio, Medhi Benatia, Sami Khedira, Douglas Costa, Blaise Matuidi, Andrea Barzagli,Carlo Pinsoglio, Kwadwo Asamoah, Wojciech Szczesny, Stefano Sturaro,
Rodrigo Bentancur, Federico Bernardeschi

ผู้จัดการทีม : Massimiliano Allegri

 

กายารี่ จัดตัวมาในแผน 4 – 3 – 4 – 2

ผู้รักษาประตู : Alessio Cragno

กองหลัง : Marco Capuano, Fabio Pisacane, Marco Andreolli, Simone Padoin

กองกลาง : Artur Ionita, Luca Cigarini, Paolo Pancrazio Farago, Nicolo Barella

กองหน้า : Duje Cop, Diego Farias

ผู้เล่นสำรอง : Daniele Dessena, Andrea Cossu, Niccolo Giannetti, Joao Pedro, Senna Miangue, Filippo Romagna, Luca Ceppitelli, Marco Sau, Luca Crosta, Riccardo Daga

ผู้จัดการทีม : Massimo Rastelli

 

สถิติต่างๆที่เกิดขึ้นตลอดทั้งเกมนี้

ยูเวนตุส vs กายารี่

 

จังหวะสำคัญๆต่างๆในเกมนี้

เกมการแข่งขันในวันนี้จะเป็นเกมประเดิมสนามของฤดูกาลใหม่ของศึกกัลโช่ ซีเรียอา อิตาลี โดยในนัดนี้จะเตะกันที่สนาม อัลลิอันซ์ อารีน่า ในเมืองทูริน ผู้ตัดสินที่รับหน้าที่ชี้ขาดใบนสนามคือ Fabio Maresca และมาผู้ชมเข้ามาชมเกมนี้ถึง 39,226 คนกันเลยทีเดียว

เกมการแข่งขันเริ่มขึ้น โดยฝั่งเข้าบ้านอย่างม้าลายยูเว่เปิดเกมบุกใส่อย่างต่อเนื้อไม่มีหยุดหย่อน

เกมดำเนินมาถึงนาทีที่ 12 Stephan Lichtsteiner แบ็คขวาจอมบุกของม้าลาย เติมเกมบุกริมเส้นมาเปิดบอลให้กับ Mario Mandzukic และ Mario Mandzukic ก็ไม่พลาดในลูกนี้ส่งบอลลงไปนอนอยู่ก้นตาข่าย ทำให้เจ้าบ้านออกนำฝั่งทีมเยือนอย่างรวดเร็ว

ในนาทีที่ 39 ทีมเยือนอย่างกายารี่มาได้ลูกจุดโทษ จากจังหวะที่ Alex Sandro เกิดไปทำฟาวล์ใส่  Duje Cop ในกรอบเขตโทษ Diego Farias รับหน้าที่สังหารโทษลูกนี้หวังตีเสมอ แต่ผู้รักษาประตูอย่าง Gianluigi Buffon ก็ไม่พลาดที่จะเซฟลูกนี้ไว้ได้

ก่อนหมดเวลาเพียง 1 นาที่ Miralem Pjanic จ่ายบอลให้กับ Paulo Dybala ได้อย่างสวยงาม การประสานงานกันในครั้งนี้ถือว่าทำได้อย่างยอดเยี่ยม ก่อนที่ Paulo Dybala จะซัดตุงลูกนี้ตาข่ายเกือบขาด ทำให้ยูเว่นำห่างออกไปเป็น 2-0

เกมในครึ่งหลังกำเนินมาถึงในนาทีที่ 66 Alex Sandro ส่งบอลให้กับ Gonzalo Higuain ได้สวยก่อนที่ Gonzalo Higuain จะซัดเต็มข้อล่อเต็มแข้งอย่างไม่ได้ บอลพุ่งเข้าประตูไปดูตามแทบไม่ทัน ยูเว่นำห่างออกไปเป็น 3-0

 

ยูเวนตุส 3-0 กายารี่

 

วิเคราะห์เกมหลังการแข่งขัน

ผลก็เป็นไปตามที่วิเคราะห์ไว้ตั้งแต่แรกอยู่แล้วว่า ทีมเจ้าบ้านอย่างม้าลายยูเวนตุสนั้น ถือไพ่อยู่เหนือกว่าพอสมควร ดูจาก ชื่อเสียง ขนาดทีม และตัวนักเตะแล้วยูเว่เหนือกว่ากายารี่อยู่หลายขุม ทำให้เกมมันออกมาแบบนี่เห็น ถ้าหากดูจากสถิติโดยรวมๆแล้ว ยูเวนตุสมีโอกาสทำประตูถึง 14 ครั้ง ยิงเข้ากรอบไป 8 ครั้ง และเป็นประตูถึง 3 ประตูเลยทีเดียวถือว่ามีความเด็ดขาดอยู่พอสมควร ไม่ใช่โอกาศเปลือง มาดูทางฝั่งของทีมเยือนอย่างกายารี่แล้ว ยิงไปเพียงแค่ 5 ครั้ง ตลิดทั้งเกม และเข้ากรอบไปเพียง 2 ครั้ง ทำให้เห็นว่ากายารี่แทบจะไม่มีโอกาสที่จะบุกใส่ยูเว่เลย ดูจากเปอร์เซ็นการครองเป็นก็จะเห็นได้อย่างชัดเจนเลยทีเดียว เจ้าบ้านครองเกมถึง 64% ส่วนทีมเยือน 36% และสถิติของยูเว่ก็ยังคงดำเนินต่อไป ที่พวกเขาไม่กพ้ให้กับกายารี่มา 8 ปีแล้ว

บาเยิร์น มิวนิค 3-1 เลเวอร์คูเซ่น

 

ไฮไลต์การแข่งขันฟุตบอลบุนเดสลีกา เยอรมัน

ระหว่าง บาเยิร์น มิวนิค พบกับ เลเวอร์คูเซ่น

วันอาทิตย์ที่ 18 สิงหาคม เวลา 01:30 น. 

สนามแข่งขัน : อัลลิอันซ์อาเรนา, มิวนิก
ผู้ตัดสิน : Tobias Stieler ผู้เข้าชม : 75,000 คน

 

 

เกมการแข่งขันในนัดนี้เป็นการแข่งขันในนัดเปิดฤดูกาลของศึกบุนเดสลีกา เยอรมัน โดยถือว่าคู้นี้เป็นคู่เปิดสนามกันเลยทีเดียว โดยเกมนี้เป็นคู่บิ๊กแมทเลยก็ว่าได้ คือการโคจรมาพบกับของสองทีมยักใหญ่ มาดูสถิก่อนเกมจะเริ่มกันเลยดีกว่า  เริ่มต้นจากทางเจ้าบ้านอย่าง บาเยิร์น นั้นเมื่อตอนออกทัวร์ปรีซีซันนั้นถือว่าทำผลงานได้ไม่ดีเท่าที่ควร 5 นัดหลังสุดของพวกเขาพลาดท่าแพ้ไปถึง 3 นัดเลยทีเดียว แต่ทว่าเมื่อมาลงเล่นในศึกฟุตบอลถ่วยอย่าง เยอรมัน ซุปเปอร์คัพแล้ว ในนัดที่เจอกับเสือเหลืองดอร์ทมุนนั้น ในเกมสู้กันสุดมัน โดนเสมอกันไปที่ 2-2 จนต้องดวนจุดโทษตัดสินกันเลยทีเดียว และเป็นทางฝั่งของบาเยิร์นที่คมกว่าชนะดวนจุดโทษได้ไปในที่สุด และมาดูฟอร์มในบ้าน ใน 5 นัดหลังสุดนี้ถ้าไม่นับการแข่งขันกันเมื่อตอนปรีซีซันแล้ว บาเยิร์นยังมีฟอร์มที่ดีอยู่ในการเล่นในบ้าน โดยสถิติ ชนะและแพอย่างละ 2 นัด และเสมอไป 1 นัด ส่วนฟอร์มของทีมเยื่ออย่างห้างขายยา เลเวอร์คูเซ่นแล้ว ผมงานที่ผ่านมาดูไม่จืดเอาเสียเลย โดยพวกเขาไม่สามากำชัยเหนือทีมไหนได้เลยตลอดทั้ง 7 นัดหลังสุด โดยแพ้ไป 3 นัด และเสมอไป 4 นัด ถือว่าเป็นฟอร์มการเล่นที่ยังห่างไกลที่จะเอาชนะเจ้าบ้านอย่างเสือใต้ได้ และสุดท้ายคือพวกเขาได้เสียกองหน้าตัวเก่งอย่าง ชิชาลิโต้ไปให้กับขุนฆ้อนแล้ว นั้นจึงเป็นปัจจัยที่สำคัญที่สุด ถ้าหากยังไม่พอ เรามาดูสถิการพบกันของคู่นี้เลย 10 นัดล่าสุดที่พวกเขาพบกับ เลเวอร์คูเซ่นไม่สามารถเอาอนะเสือใต้ได้เลยแม้แต่ครั้งเดียว

 

แทงบอลออนไลน์ สำหรับคนชอบเล่นบอลออนไลน์ หน้าเว็บไซด์เรามีบริการเปิดให้แทงบอลออนไลน์ได้แล้ววันนี้ พร้อมทั้งมีบริการ Call center ตลอด 24 ชั่วโมงเพื่อดูแลลูกค้าทุก ๆ ท่าน

 

เรามาดูกันเลยว่าทั้ง 2 ทีมนั้นจัดแผนไหนมาสู้กัน

บาเยิร์น มิวนิค จัดตัวมาในแผน 4 – 2 – 3 – 1

ผู้รักษาประตู : Sven Ulreich

กองหลัง : Joshua Kimmich, Niklas Suele, Mats Hummels, David Alaba

กองกลาง : Corentin Tolisso, Sebastian Rudy, Thomas Mueller, Arturo Vidal, Franck Ribery

กองหน้า : Robert Lewandowski

ผู้เล่นสำรอง : Arjen Robben, Rafinha, Kingsley Coman, Marco Friedl, Renato Sanches, Christian Fruechtl, Milos Pantovic

ผู้จัดการทีม : Carlo Ancelotti

 

เลเวอร์คูเซ่น จัดตัวมาในแผน 4 – 2 – 3 – 1

ผู้รักษาประตู : Bernd Leno

กองหลัง : Wendell, Sven Bender, Jonathan Tah, Benjamin Henrichs

กองกลาง : Charles Aranguiz, Dominik Kohr, Leon Bailey, Admir Mehmedi, Karim Bellarabi

กองหน้า : Kevin Volland

ผู้เล่นสำรอง : Alexander Dragovic, Julian Brandt,Julian Baumgartlinger, Joel Pohjanpalo, Vladlen Yurchenko, Ramazan Oezcan, Kevin Kampl

ผู้จัดการทีม : Heiko Herrlich

 

สถิติต่างๆที่เกิดขึ้นตลอดทั้งเกมนี้

เยอรมัน บาเยิร์น มิวนิค vs เลเวอร์คูเซ่น

 

จังหวะสำคัญๆต่างๆในเกมนี้

เกมการแข่งขันในวันนี้เริ่มต้นขึ้นที่สนามอัลลิอันซ์อาเรนาในเมืองมิวนิก โดยผู้ตัดสินในเกมนี้คือ Tobias Stieler  และมีผู้เข้าชมในเกมนี้มากเลยทีเดียวถึง 75,000 คน

เกมเริ่นต้นขึ้นมาถึงในนาทีที่ 8 Dominik Kohr ของไบเอนอร์ เลเวอร์คูเซ่นโดนใบเหลืองไปก่อนเป็นคนแรกของเกมนี้ หลังจากที่เขาได้ไปเหนี่ยว Franck Ribery

หลังจากนั้นอีกเพียง 1 นาที Sebastian Rudy จ่ายบอลให้กับเพื่อนร่วมทีมอย่าง Niklas Suele ก่อนที่เขาจะซัดบอลตุงตาข่ายเข้าไป ทำให้เจ้าบ้านอย่างเสือใต้ขึ้นนำก่อน 1-0

หลังจากนั้นอีก 10 นาทีในนาทีที่ 19 Arturo Vidal สร้างสรรณจังหวะนี้ได้อย่างสวยงาม จ่ายบอลให้กับ Corentin Tolisso ซัดบอลเข้ากรอบประตูไป

ในนาทีที่ 53 Robert Lewandowski ล้มลงไปในกรอบเขตโทษผู้ตัดสินจึงขอภาพรีเพล และให้เป็นลูกโทษในที่สุด และตัวเขาเอง ซัดลูกนั้นเข้าประตูไป บาเยิร์นนำห่างออกไป 3-0

เกมการแข่งขันดำเนินมาถึงนาทีที่ 65 ทีมเยือนมาตีไข่แตกได้สำเร็จ จากจังหวะที่ Julian Brandt ส่งบอลให้กับ Admir Mehmedi ยิงผ่านมือผู้รักษาประตูบองบาเยิร์นเข้าไป สกอร์ตอนนี้อยู่ที่ 3-1

 

เยอรมัน บาเยิร์น มิวนิค 3-1 เลเวอร์คูเซ่น

 

วิเคราะห์เกมหลังการแข่งขัน
ผลออกมาให้เห็นกันแล้วเป็นทางเจ้าบ้านที่ชิงจังหวะได้เหนือกว่าดูจากสถิในเกมโดยรวมแล้ว บาเยิร์นยิงไปทั้งหมด 13 ลูก เข้ากรอไปทั้งหมด 7 ครั้ง และเป็นประตูถึง 3 ลูกเลยทีเดียว  ส่วนฝั่งทีมเยือนยิงไม่ค่อยคมเท่าไหร่ในเกมนี้ โดยยิงไปทั้งสิ้น 15 ลู้ เข้ากรอบเพียง 5 ลูกและเป็นประตู 1 ลูก ส่วนเปอร์เซ็นการครองบอลนั้น เกือบจะไม่เป็นผลอะไรมาก ครองบอลเกือบเท่ากันเลยคือ 52% และ 48% จากสถิตอข้างต้นที่กล่าวมาและสถิติก่อนการแข่งขันนั้น แสดงให้เห็นแล้วว่าไปในทิศทางเดียวกันคือ เลนเวอร์คูเซ่นก็ยังคงเป็นบอลที่แพ้ทางทีมอย่างเสือใต้ และทีมของพวกเขานั้นยังไม่สามารถเอาชนะบาเยิร์นได้ต่อไปอีก
×