Month: August 2017

Home > 2017 > August
ไฮไลต์การแข่งขันฟุตบอลกรีซ ซูปเปอร์ลีก ลาริสซ่า 1 – 1 แอสเตราส

ไฮไลต์การแข่งขันฟุตบอลกรีซ ซูปเปอร์ลีก ระหว่าง ลาริสซ่า พบกับ แอสเตราส วันพุธที่ 29 สิงหาคม เวลา 01:30 น.  สนามแข่งขัน : AEL Arena, Larissa ผู้ตัดสิน : P. Zachariadis   การแข่งขันในวันนี้เป็นการแข่งขันในรายการ กรีซ ซูปเปอร์ลีก ในนัดที่สอง หลังจากที่พวกเขาได้เปิดฤดูกาลใหม่ไปเมื่อในอาทิตย์ที่ผ่านมาเกมในวันนี้จะเป็นทางฝั่งของ ลาริสซ่า  ที่เปิดบ้านรับการมาเยือนของ แอสเตราส มาดูสถิติก่อนการแข่งขันกันดีดว่า ฟอร์มการเล่นของเจ้าบ้านนั้น ยังไม่ค่อยดีเท่าไหร่ ใน 5 นัดหลังสุดนี้ สามารถเอาชนะไปได้เพียงนัดเดียว และแพ้ในเหมนัดเปิดฤดูกาลที่พวกเขาได้พบกับ โอลิมเปียกอสไป 4-1 ฟอร์มการเล่นในบ้านของลาริสซ่ายังถือว่าดีอยู่ใน 5 นัดหลังสุด สามารถเก็บชัยไปได้ถึง 3 นัดและเสมอไปอีก 2 นัด มาดูฟอรร์มการเล่นของทีมเยือนกันบ้าง ฟอร์มการเล่นของทีมเยือนนั้น 5 นัดสุดท้ายนี้ พวกเขาเอาชนะไปได้ 2 เกมเสมออีก 2 เกม และแพ้ไป 1 เกม ถือว่าเป็นฟอร์มที่ยังไม่ค่อยคงที่ ฟอร์มการเล่นเมื่อออกไปเป็นทีมเยือนก็ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ ชนะและเสมอ อย่างละ 2 นัด และแพ้ไป 1 นัด ถ้าหากว่ามาดูตามสถิติที่ทั้ง 2 ทีมเคยพบกันมาแล้ว ทีมเยือนยังคงเป็นถือไพ่เหนือกว่า  8 นัดล่าสุดแอสเตร่สไม่เคยแพ้ต่อลาริสน่าเลย   แทงบอล สำหรับคนชอบเล่นบอลออนไลน์ หน้าเว็บไซด์เรามีบริการเปิดให้แทงบอลออนไลน์ได้แล้ววันนี้ พร้อมทั้งมีบริการ Call center ตลอด 24 ชั่วโมงเพื่อดูแลลูกค้าทุก ๆ ท่าน   เรามาดูกันเลยว่าทั้ง 2 ทีมนั้นจัดแผนไหนมาสู้กัน   ลาริสซ่า จัดตัวมาในแผน 4 – 2 – 3 – 1 ผู้รักษาประตู : Mladen Bozovic กองหลัง : Ximo Navarro, Nikolaos Golias, Nikola Zizic, Wallace กองกลาง : Adnan Aganovic, Fatjon Andoni, Sandi Krizman, Leozinho, Milos Deletic กองหน้า : Thomas Nazlidis ผู้เล่นสำรอง : Georgios Kousas, Anastasios Lagos, Emanuel Perrone, Vasilios Rentzas, Kyriakos Andreopoulos, Constantinos Theodoropoulos, Nikolaos Gianitsanis ผู้จัดการทีม : Andre Paus   แอสเตราส จัดตัวมาในแผน 4 – 3 – 3 ผู้รักษาประตู : Georgios Athanasiadis กองหลัง : Igor Carioca, Konstantinos Triantafyllopoulos, Triantafyllos Pasalidis, Kostas Giannoulis กองกลาง : Levy Madinda, Walter Matias Iglesias, Juan Munafo กองหน้า : Nikolaos Kaltsas, Michalis Manias, Pablo Mazza ผู้เล่นสำรอง : Dudu, Eugenio Isnaldo, Kosmas Tsilianidis, Anastasios Douvikas, Lionel Zouma, Giorgos Kiriakopoulos, Kostas Kapetanos ผู้จัดการทีม : Staikos Vergetis   สถิติต่างๆที่เกิดขึ้นตลอดทั้งเกมนี้ จังหวะสำคัญๆต่างๆในเกมนี้ เกมในครึ่งแรก ทั้ง 2 ทีมยังไม่สามารถทำอะไรกันได้ยังดูเชิงกันอยู่ และดำเนอินต่อมาเรื่อยๆจนถึงช่วงท้ายของครึ่งแรก Juan Munafo นักเตะของทีมเยือนอย่าง Asteras Tripolis โดนใบเหลืองไปจากจังหวะการฟาวล์ใส่ผู้เล่นฝั่งตรงข้าวในจังหวะก่อนหน้านี้ เริ่มครึ่งหลังได้เพียงสิบกว่านาที ในนาทีที่ 41 เป็นนักเตะของทีมเยือนอย่าง Nikolaos Kaltsas โดนใบเหลืองไปอีกราย ทีมเยือนอย่าง Asteras Tripolis ขึ้นนำจนได้ จากจังหวะที่พวกเขาได้ลูกจุดโทษและเป็นทาง Pablo Mazza รับหน้าที่สังหารจุดโทษ และเขาก็ไม่ทำให้เพื่อนร่วมทีมผิดหวัง ยิงบอลลูกนี้เข้าไป ส่งผลให้พวกเขาขึ้นนำด้วยสกอร์ 0-1 ในนาทีที่ 59 นาทีที่ 61 Konstantinos Triantafyllopoulos ผู้เล่นของทีมเยือนโดนใบเหลืองไปอีกราย เป็นรายที่ 3 แล้วของเกมนี้ และเป็นผู้เล่นของ Asteras Tripolis ทั้ง 3 คนเลย เกมการเล่นในครึ่งหลังดำเดินมาเรื่อยจนถึงนาทีที่ 71 เจ้าบ้านสามารถตีเสมอได้สำเร็จ จากลูกยิงของ Thomas Nazlidis ทำให้สกอร์ในตอนนี้มาเสมอกันอยู่ที่ 1-1 หลังจากนั้นอีก 2 นาที Pablo Mazza โดนใบเหลืองไปอีกราย เป็นคนที่ 4 ของทีมเยือน ในนาทีที่ 73 ก่อนจบเกม ในนาทีที่ 83 Emanuel Perrone ผู้เล่นเจ้าบ้านโดนใบเหลืองไปจากที่เขาทำฟาวล์ใส่คู่แข่งเมื่อก่อนหน้านี้ ก่อนหมดเวลาไม่กี่นาที Michalis Manias โดนไปเหลืองไปอีกราย ในนาทีที่ 90 จบเกม  ลาริสซ่า 1 - 1 แอสเตราส   ลาริสซ่า 1 - 1 แอสเตราส   วิเคราะห์เกมหลังการแข่งขัน หลังจากทราบผลการแข่งขันแล้ว เป็นทางฝั่งของเจ้าบ้านที่ทำได้กีกว่า สามารถยันเสมอเอาไว้ได้ และมีการครองเกมที่เหนือกว่าทีมเยือนอยู่นิดหน่อย โดยอัตราการครองบอลอยู่ที่ 57% ต่อ 43% และเป็นทางฝั่งของเจ้าบ้านที่บุกอย่างหนัก จนทำให้ทีมเยือนต้องตัดฟาวล์อยู่หลายจังหวะ

ไฮไลต์การแข่งขันฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เชลซี 2-0 เอฟเวอร์ตัน

ไฮไลต์การแข่งขันฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ระหว่าง เชลซี พบกับ เอฟเวอร์ตัน วันพุธที่ 27 สิงหาคม เวลา 19:30 น.  สนามแข่งขัน : สแตมฟอร์ดบริดจ์, ลอนดอน ผู้ตัดสิน : Craig Pawson ผู้เข้าชม : 53,206 คน   การแข่งขันในเกมนี้เป็นการเตะในนัดที่ 3 ของพรีเมียร์ลีคอังกฤษ โดยที่ในนัดนี้แชมป์เก่าอย่างเชลซีจะเปิดบ้านต้อนรับการมาเยือนของเอฟเวอร์ตัน โดยฟอร์มการเล่นของเจ้าบ้านสองนัดที่ผ่านมานั้นถือว่าสุดช็อคเลยทีเดียวโดยในนัดแรกนั้นพวกเขาเปิดบ้านแพ้ค่าบ้านแบบพลิกล็อคให้กับเบิร์นลีย์ แต่ในเกมที่ 2 ที่พบสเปอร์นั้นทำได้ดีเลยทีเดียว ฟอร์มการเล่น 5 นัดหลังสุดของเชลซีนั้น ยังทำได้ไม่ดีเท่าที่ควรเลย สามารถเอาชนะเสปอร์ไปได้เพียงนัดเดียว เสมอ 1 นัด และแพ้ไป 3 นัดเลยทีเดียว ฟอร์มการเล่นในบ้านของเชลซีนั้นยังถือว่าดีอยู่ โดย 5 นัดล่าสุดพวกเขาชนะรวดมาโดยตลอดและมาสะดุดในนัดเปิดสนามนั้นเพียงนัดเกียว มาดูฟอร์มการเล่นของทีมเยือนอย่างเอฟเวอร์ตันกันบ้าง ฟอร์มการเล่นก่อนเกมในวันนี้ เอฟเวอร์ตันถือว่าผลงานยังดีอยู่ สามารถเอาชนะได้ได้ 2 นัดและเสมอ 3 นัด และมาดูฟอร์มการออกไปเป็นทีมมเยือนแล้ว ก็ถือว่าไม่เลวเลยดีเดียว โดยสามารถเอาชนะไปได้ 1 นัด เสมอ 3 นัด และแพ้ 1 นัด แต่ถ้าหากเรามาดูสถิการพบกันของทั้ง 2 ทีมแล้วละก็ ในการพบกัน 5 ครั้งหลังสุดนี้ แบ่งกันชนะไปทีมละ 2 ครั้ง และเสมอไปอีก 1 ครั้ง แต่ถ้าหากถามว่าทีมไหนหน้าเล่นกว่ากันละก็ ก็คงต้องเป็นทีมเจ้าบ้านอย่างเชลซีอย่างแน่นอน   แทงบอล สำหรับคนชอบเล่นบอลออนไลน์ หน้าเว็บไซด์เรามีบริการเปิดให้แทงบอลออนไลน์ได้แล้ววันนี้ พร้อมทั้งมีบริการ Call center ตลอด 24 ชั่วโมงเพื่อดูแลลูกค้าทุก ๆ ท่าน เรามาดูกันเลยว่าทั้ง 2 ทีมนั้นจัดแผนไหนมาสู้กัน   เชลซี จัดตัวมาในแผน 3 – 4 – 2 - 1 ผู้รักษาประตู : Thibaut Courtois กองหลัง : Cesar Azpilicueta, David Luiz, Antonio Ruediger กองกลาง : Victor Moses, Cesc Fabregas, N'Golo Kante, Marcos Alonso กองหน้า : Willian, Pedro Rodriguez, Alvaro Morata ผู้เล่นสำรอง : Wilfredo Caballero ,Tiemoue Bakayoko, Kenedy, Charly Musonda, Michy Batshuayi, Andreas Christensen,Fikayo Tomori ผู้จัดการทีม : Antonio Conte     เอฟเวอร์ตันจัดตัวมาในแผน 3 – 4 – 1 ผู้รักษาประตู : Jordan Pickford กองหลัง : Michael Keane, Ashley Williams, Phil Jagielka กองกลาง : Mason Holgate, Tom Davies, Idrissa Gana Gueye, Leighton Baines กองหน้า : Gylfi Sigurdsson, Wayne Rooney ผู้เล่นสำรอง : Aaron Lennon , Cuco Martina, Muhamed Besic, Maarten StekelenburgDominic Calvert-Lewin, Ademola Lookman, Jonjoe Kenny ผู้จัดการทีม : Ronald Koeman   สถิติต่างๆที่เกิดขึ้นตลอดทั้งเกมนี้   จังหวะสำคัญๆต่างๆในเกมนี้ หลังจากเริ่มเกมมาได้เพียง 9 นาที Idrissa Gana Gueye ก็โดนใบเหลืองไปเป็นคนแรกของเกมนี้ จากจังหวะการทำฟาวล์ก่อนหน้า นาทีที่ 27 Alvaro Morata จ่ายบอลให้กับ Cesc Fabregas ยิงเข้าไปอย่างสวยงาม ทำให้เจ้าบ้านออกนำไปก่อน และเล่นได้ง่ายขึ้น ก่ก่อนหมดเวลาเพียง 5 นาที Cesar Azpilicueta เปิดบอลให้กับ Alvaro Morata ยิงเต็มข้อเข้าไป เชลซีนำห่างออกไปเป็น 2-0 เกมดำเนินต่อไปเรื่อยๆมาถึงครึ่งหลังในนาทีที่ 71 Wayne Rooney โดนใบเหลืองไปเป็นผู้เล่นคนที่ 2 ของเอฟเวอร์ตัน นาทีที่ 76 Victor Moses เป็นนักเตะของทางฝั่งเจ้าบ้านที่โดนใบเหลืองไป และเป็นคนที่ 3 ของเกมนี้ เกมนี้ยังคงเดือดไม่หยุด ก่อนหมดเวลาเพียง 2 นาทีในนาทีที่ 88  Cesar Azpilicueta โดนใบเหลืองไปอีกราย เป็นคนที่ 4 ของเกมนี้   อังกฤษ เชลซี 2-0 เอฟเวอร์ตัน   วิเคราะห์เกมหลังการแข่งขัน  เป็นทางฝั่งเจ้าบ้านอย่างสิงห์บลูที่ครองเกมเหนือกว่าอย่างเห็นได้ชัด  โดยยิงรวมกันไปทั้งหมด 13 ครั้ง เข้ากรอบทั้งหมก 7 ครั้ง และเป็นประตูถึง 2 ประตู ส่วนทางฝั่งทีมเยือนยิงไปทั้งหมด 5 ครั้ง และไม่เข้ากรอบเลยสักครั้ง เปอร์เซ็นการครองบอลเกมนี้ใกล้เคียงกัน อยู่ที่ 55% และ 45% แต่เป็นทางฝั่งเจ้าบ้านที่มีความเด็ดขาดมากกว่า

ไฮไลต์การแข่งขันฟุตบอลลีกเอิง ฝรั่งเศส เปแอสเช 3-0 แซงต์ เอเตียน

ไฮไลต์การแข่งขันฟุตบอลลีกเอิง ฝรั่งเศส ระหว่าง เปแอสเช พบกัย แซงต์ เอเตียน วันพุธที่ 25 สิงหาคม เวลา 01:45 น.  สนามแข่งขัน : ปาร์กเดแพร็งส์, ปารีส ผู้ตัดสิน : Clement Turpin ผู้เข้าชม : 45,000 คน   การแข่งขันในนัดนี้เป็นการแข่งขันในนัดที่ 4 ของฟุตบอลลีกเอิง ฝรั่งเศส โดยในนัดนี้เปแอสเชเปิดรังเหย้ารับการมาเยือนของแวงต์ เอเตียน มาดูฟอร์มการเล่นก่อนการแข่งขัน 5 นัดหลังสุดของปารีสนั้นถือว่าทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม โดยชนะไปถึง 4 ครั้งจาก 5 ครั้ง และไปพลาดท่าพ่ายให้กัยยูเวตุสแพ้ครั้งเดียวในนัดกระชับมิตร ยิ่งมาดูฟอร์มการเปิดบ้านเล่นแล้ว 20 นัดที่ผ่านมานั้น พวกเขายังไม่แพ้ใครเลย ถือว่าเป็นผลงานที่สุดยอด มาดูทางฝั่งของทีมเยือนกันบ้าง ทีมเยือนอย่างแซงต์ เอเตียน ก็ฟอร์มดีไม่แพ้กัย 5นั้ดสุดท้าย คว้าชัยเหนือคู่ต่อสู้ได้ถึง 3 ครั้งและแพ้ 2 ครั้ง ถือว่าใช้ได้เลยทีเดียว แต่หากมาดูฟอร์มการออกไปเล่นเป็นทีมเยือนแล้ว ยังทำได้ไม่ดีเท่าทีควร สามารถเอาชนะไป 2 ครั้งและแพ้ไปอีก 3 ครั้ง ถ้าหากว่าเรามาดูจากสถิติที่เคยพบกันมาแล้วละก็ ทางเปแอสเชที่ยังไม่เคยแพ้ต่อแซงต์ เอเตียนมาแล้ว 15 นัดล่าสุด ถ้าหากจะดูว่าเคยแพ้ปีไหน นี้ต้องย้อนไปถึงปี 2012 เลยทีเดียว นั้นแสดงให้เห็นว่าเจ้าบ้านยังเป็นทีมที่เหนือกว่า   แทงบอล สำหรับคนชอบเล่นบอลออนไลน์ หน้าเว็บไซด์เรามีบริการเปิดให้แทงบอลออนไลน์ได้แล้ววันนี้ พร้อมทั้งมีบริการ Call center ตลอด 24 ชั่วโมงเพื่อดูแลลูกค้าทุก ๆ ท่าน   เรามาดูกันเลยว่าทั้ง 2 ทีมนั้นจัดแผนไหนมาสู้กัน เปแอสเช จัดตัวมาในแผน 4 – 3 – 3   ผู้รักษาประตู : Alphonse Areola กองหลัง : Thomas Meunier, Marquinhos, Presnel Kimpembe, Layvin Kurzawa กองกลาง : Javier Pastore, Thiago Motta, Adrien Rabiot กองหน้า : Angel Di Maria, Edinson Cavani, Neymar ผู้เล่นสำรอง : Kevin Trapp , Thiago Silva, Yuri Berchiche, Giovani Lo Celso, Julian Draxler, Christopher Nkunku,Daniel Alves ผู้จัดการทีม : Unai Emery   แซงต์ เอเตียน ในแผน 3 – 4 – 3   ผู้รักษาประตู : Stephane Ruffier กองหลัง : Ronael Pierre-Gabriel, Loic Perrin, Kevin Theophile-Catherine กองกลาง : Saidy Janko, Habib Maiga, Ole Kristian Selnaes, Gabriel Silva กองหน้า : Romain Hamouma, Jonathan Bamba, Bryan Dabo ผู้เล่นสำรอง : Leo Lacroix , Vincent Pajot, Assane Diousse, Lois Diony, Oussama Tannane, Robert Beric,Jessy Moulin ผู้จัดการทีม : Oscar Garcia สถิติต่างๆที่เกิดขึ้นตลอดทั้งเกมนี้ จังหวะสำคัญๆต่างๆในเกมนี้ เริ่มเกมมาได้ 12 นาที Saidy Janko ผู้เล่นของทีมเยือนโดนใบเหลืองไปเป็นคนแรก และเป็นผู้เล่นคนแรกของเกมนี้ Edinson Cavani รับหน้าที่สังหารจุดโทษในนาทีที่ 20 และก็ไม่พลาด ส่งบอลไปนอนก้นตาข่ายทำให้เจ้าบ้านออกทำไปด้วยสกอร์ 1-0 Thomas Meunierโดนใบเหลืองไป เป็นผู้เล่นของเปแอสเชคนแรกที่ได้ใบเหลืองและเป็นคนที่ 2 ของเกมนี้ ในนาทีที่ 39 ก่อนหมดเวลาในอีกไม่กี่นาที ในนาทีที่ 45  Presnel Kimpembe ผู้เล่นฝั้งเจ้าบ้านก็มาโดนใบเหลืองอีกหนึ่งคนจากจังหวะการฟาวล์ก่อนหน้านี้ เป็นผู้เล่นคนที่ 2 ของเปแอสเชและเป็นคนที่ 3 ของเกมนี้ที่โดนใบเหลือง นาทีที่50 Kevin Theophile-Catherineผู้เล่นของแซงต์ เอเตียนโดนใบเหลืองไปอีกราย และจะกลายเป็นโดนใบเหลืองไปแล้วฝั่งละ 2 ราย เกมในครึ่งหลังดำเนินมาถึงในนาทีที่ 51 Marquinhos จ่ายบอลให้กับเพื่อนร่วมทีมอย่างสวยงาม ก่อนที่ Thiago Motta จะทำประตูนี้ได้ได้สำเร็จ เจ้าบ้านนำห่างไปเป็น 2-0 Oussama Tannane โดนใบเหลืองไปอีกรายในนาทีที่ 86 ก่อนหมดเวลาเพียง 1 นาที ในนาทีที่ 89 ก่อนทดเวลาบาดเจ็บ Thomas Meunier ส่งบอลให้กับเพื่อนร่วมทีมได้สวยงามก่อนที่ Edinson Cavani จะมาซัดประตูที่ 2 ของเขาในเกมนี้ ทำให้เป็นประตูตากฝาโรงสำหรับแซงต์ เอเตียนเลยก็ว่าได้ เปแอสเช 3-0 แซงต์ เอเตียน   วิเคราะห์เกมหลังการแข่งขัน จากสถิติเห็นได้ชัดเลยว่า เจ้าบ้านเป็นฝั่งที่ถือเกมอยู่เหนือกว่า ครองเกมมากกว่าถึง 61% ต่อ 39% การยิงประตูของทั้ง 2 ทีม ถือว่าทำได้ดีเลยในเกมนี้ แต่เป็นทางเจ้าบ้านทีทำได้ดี และมีความเฉียบคมกว่า ยิงไปทั้งหมด 11 ครั้ง เข้ากรอบ 4 ครั้ง และเป็นประตูถึง 3 ประตูเลยทีเดียว ฝั้งเจ้าบ้านได้เปิดมุมถึง 8 ครั้งในขณะที่ทีมเยือนได้เปิดเพียง 3 ครั้ง การฟาล์ที่เกิดขึ้นทั้งหมดในเกมนี้ถือว่ามากเลยทีเดียว รวมแล้วทำฟาวล์ไป 32 ครั้ง และเป็นทางฝั่งเจ้าบ้านถึง 20 ครั้ง ทีมเยือนอีก 12 ครั้ง แสดงให้เห็นว่าเกมในวันนี้มีการตัดฟาวล์กันบ่อยครั้งเลยทีเดียวและเป็นเกมที่เดือดน่าดู

ไฮไลต์การแข่งขันฟุตบอลยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก ลิเวอร์พูล 4-2 ฮอฟเฟนไฮม์

ไฮไลต์การแข่งขันฟุตยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก ระหว่าง ลิเวอร์พูล พบกับ ฮอฟเฟนไฮม์ วันพุธที่ 24 สิงหาคม เวลา 01:45 น.  สนามแข่งขัน : แอนฟีลด์, ลิเวอร์พูล ผู้ตัดสิน : D. Orsato ผู้เข้าชม : 51,808 คน   การแข่งขันในวันนี้เป็นการแข่งขันในรายการยูฟ่าแชมเปี้ยนลีกรอบเพลย์ออฟในนัดที่ 2 โดนนัดแรกลิเวอร์พูลสามารถบุกไปเอาชนะฮอฟเฟนไฮม์ในบ้านได้ก่อนด้วยสกอร์ 2-1 สามารถยิงกฏอเวย์โกลได้ ในนั้นนี้ต้องการเพียงแค่ เสมอก็จะผ่าเข้าไปในรอบแบ่งกลุ่มแล้ว หรือถ้าหากพวกเขาแพ 0-1 ก็ยังผ่านเข้ารอบอยู่ดีด้วยกฏอเวย์โกล แต่เชื่อแน่นอนว่า ลิเวอร์พูลเปิดรังเหย้าอย่างแอนฟิลด์ทั้งทีน่าจะสามารถไล่ถล่มคู่ต่อสู้ได้อย่างน่ากลัวเลยทีเดียว มาดูสถิติก่อนเหมของหงส์แดงกันก่อนเลย ใน 5 นัดหลังสุดนี้ลิเวอร์พูลทำได้ดีเลยทีเดียว สามารถคว้าชัยเหนือคู่แข่งได้ถึง 3 ครั้งและเสมอไป 2 ครั้ง ถือว่ายังอยู่ในฟอร์มการเล่นที่ดีอยู่ แต่ทว่าในนัดเปิดฤดูกาลพรีเมียร์ลีกนั้นพวกเขาไปพลาดท่าเสมอกับวัตฟอร์มมา 3-3 ผลงานการเล่นในบ้านของลิเวอร์พูลเองก็ไม่ได้น่าเกรียดอะไร สามารถเอาชนะและเสมอได้อย่างละ 2 นัด และแพ้ไป 1นัดให้กับคริสตันพาเลสในศึกพรีเมียร์ลีกในฤดูกาลก่อน มาดูฟอร์มทางฝั่งของทีมเยือนกันบ้าง 5 นัดล่าสุดที่ฮอฟเฟนไฮม์ลงเล่นนั้น พวกเขาสามารถเก็บชัยชนะไปได้ถึง 4 ครั้งและแพ้ไป 1 ครั้งการแพ้ครั้งนั้นก็ค์อการพ่ายให้กับหงส์แดงในแชมเปี้ยนลีกนัดก่อนหน้านี้นี่เอง ฟอร์มการออกไปเล่นเป็นทีมเยือนก็ยังถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ดีอยู่ สามารถเอาชนะได้ 3 นัด แพ้และเสมออย่างละนัด ดูจากสภาพโดยรวมแล้วเจ้าบ้านอย่างลิเวอร์พูลยังถือไพ่เหนือกว่าทีมเยือนอยู่มาก   แทงบอลออนไลน์ สำหรับคนชอบเล่นบอลออนไลน์ หน้าเว็บไซด์เรามีบริการเปิดให้แทงบอลออนไลน์ได้แล้ววันนี้ พร้อมทั้งมีบริการ Call center ตลอด 24 ชั่วโมงเพื่อดูแลลูกค้าทุก ๆ ท่าน   เรามาดูกันเลยว่าทั้ง 2 ทีมนั้นจัดแผนไหนมาสู้กัน   ลิเวอร์พูล จัดตัวมาในแผน 4 – 3 – 3 ผู้รักษาประตู : Simon Mignolet กองหลัง : Trent Alexander-Arnold, Joel Matip, Dejan Lovren, Alberto Moreno กองกลาง : Emre Can, Jordan Henderson, Georginio Wijnaldum กองหน้า : Mohamed Salah, Roberto Firmino, Sadio Mane ผู้เล่นสำรอง : Loris Karius , James Milner, Joseph Gomez, Daniel Sturridge, Ragnar Klavan, Andrew Robertson,Dominic Solanke ผู้จัดการทีม : Jurgen Klopp   ฮอฟเฟนไฮม์ จัดตัวมาในแผน 5 – 4 – 1 ผู้รักษาประตู : Oliver Baumann กองหลัง : Pavel Kaderabek, Haavard Nordtveit, Kevin Vogt, Benjamin Huebner, Steven Zuber กองกลาง : Andrej Kramaric, Dennis Geiger, Kerem Demirbay, Serge Gnabry กองหน้า : Sandro Wagner ผู้เล่นสำรอง : Ermin Bicakcic, Lukas Rupp, Eugen Polanski, Jeremy Toljan, Blaise Matuidi, Mark Uth, Adam Szalai, Gregor Kobel ผู้จัดการทีม : Julian Nagelsmann   สถิติต่างๆที่เกิดขึ้นตลอดทั้งเกมนี้ จังหวะสำคัญๆต่างๆในเกมนี้ เริ่มเกมมาในนาทีที่ 10 Emre Can ก็ยิงให้เจ้าบ้านขึ้นนำไปก่อนแล้ว เห็นทีจะเป็นงานง่ายสำหรับลิเวอร์พูลแล้วออกนำก่อนได้รวดเร็วขนาดนี้ หลังจากนั้นเพียง 8 นาที ลิเวอร์พูลมาได้ประตูที่ 2 จาก Mohamed Salah การที่ที่เพื่อนร่วมทีมยิงไปชนเสาแล้วเจ้าตัววิ่งเข้ามาซ้ำเข้าไปในลูกนี้ ทำให้เข้าบ้านนำห่างมาเป็น 2-0 หลังจากนั้นไม่นาน นาทีที่ 21 ลิเวอร์พูลก็นำห่างขึ้นไปเรื่อยๆ เป็น 3-0 จาก Emre Can คนเดิม ยิงลูกนี้เข้าไป เป็นประตูที่ 2 ของเขาในเกมนี้ ทำให้ลิเวอร์พูลเล่นง่ายขึ้นอีกเยอะ เพราะพวกเขาไม่มีความกดดัน ในนาทีที่ 28 ทีมเยือนอย่างฮอฟเฟนไฮม์มาตีไข่แตกได้สำเร็จ หลังจากที่เกือบได้ประตูมาหลายต่อหลายครั้ง ในลูกนี้เป็นทาง Mark Uth ยิงเข้าไป เกมยังคงดำเนินต่อไปเรื่อยๆ มาจนถึงครึ่งหลังในนาทีที่ 63 ลิเวอร์พูลมาได้ประตูที่ 4 จาก Roberto Firmino ที่ยิงลูกนี้เข้าไปอย่างสวยงาม เกมยังไม่พอแค่นั้น ฮอฟเฟนไฮม์ยังพยายามเล่นตีตื้นขึ้นมา ในนาทีที่ 79 Sandro Wagner ยิงบอลเข้าไปทำให้ ฮอฟเฟนไฮม์ไล่มาเป็น 4-2 แต่ก็ไม่ทันหมดเวลไปเสียก่อน   ลิเวอร์พูล 4-2 ฮอฟเฟนไฮม์     วิเคราะห์เกมหลังการแข่งขัน ผลออกมาให้เห็นแล้วว่า ลิเวอร์พูลนั้นเป็นฝ่ายที่เล่นได้เหนือกว่าอย่างเห็นได้ชัด โดยที่พวกเขาสามารรถเอาชนะฮอฟเฟนไฮม์ไปได้ถึง 4-2 และยังโชว์ฟอร์มการเล่นได้อย่างยอดเยี่ยมให้แฟนๆที่เข้ามาชมเกมในแอนฟิลด์ได้สนุกไปกับทีมรักของพวกเขา แต่ถ้ามาดูสถิในภาพรวมแล้ว เป็นฮอฟเฟนไฮม์ที่ครองเกมได้มากกว่าลิเวอร์พูลทีมเจ้าบ้าน แต่ถึงอย่างไรพวกเขาก็ไม่ได้มีโอกาสจบสกอร์เท่าไหร่ แสดงให้เห็นแนวรับของลิเวอร์พูลที่เล่นกันได้อย่างมีระเบีบวินัยเป็นอย่างมาก ทีมเยืออนยิงไปทั้งหมด 9 ครั้งตลอดทั้งเกมส่วนลิเวอร์พูลนั้นยิงไปทั้งหมดถึง 20 ครั้งเลยทีเดียว และใน20ครั้งนี้เป็นการยิงเข้ากรอบ 9 ครั้งและสามารถทำได้ถึง 4 ประตู แสดงเห็นเห็นเกมรุกที่มีคุณภาพเช่นกัน ส่วนฮอฟเฟ่นไฮม์นั้นยิงเข้ากรอบไป 4 และทำได้ 2 ประตูนั้นได้มาจากเกมการเล่นสวนกลับที่ยอดเยี่ยม      

ไฮไลต์การแข่งขันฟุตบอลกัลโช่ เซเรียอา อิตาลี ยูเวนตุส 3-0 กายารี่

ไฮไลต์การแข่งขันฟุตบอลกัลโช่ เซเรียอา อิตาลี ระหว่าง ยูเวนตุส พบกับ กายารี่ วันอาทิตย์ที่ 19 สิงหาคม เวลา 23:00 น.  สนามแข่งขัน : อัลลิอันซ์ อารีน่า, ทูริน ผู้ตัดสิน : Fabio Maresca ผู้เข้าชม : 39,226 คน   การแข่งขันในนัดนี้เป็นการแข่งขันในนัดเปิดฤดูกาลของศึกกัลโช่ ซีเรียอา อิตาลีโดยนัดนี้ยูนตุสแชมป์เก่าจะเปิดบ้านพบกับกายรี่ มาดูสถิติก่อนเกมกันเลยว่าทั้ง 2 ทีมนั้นจะเป็นอย่างไรกันบ้าง โดยเจ้าบ้ายอย่างยูเวนตุสนั้นใน 5 นัดหลังสุดพวกเขาทำได้ไม่ดีเท่าทีควร โดยที่สามารถเอาชนะและเสมอไปได้อย่างละ 1 ครั้ง และแพ้ไป 3 ครั้ง ในอิตาลี ซุปเปอร์คัพ พวกเขาก็พลาดท่าพ่ายให้กับลาซิโอ้ไป 2-3 แต่ถ้าหากว่ามาดูฟอร์มการเล่นในบ้านแล้ว พวกเขาเป็นทีมหนึ่งที่เล่นในบ้านได้อย่างดีทีเดียว โดยพวกเขาไม่เคยแพ้ในเป้นเลย ตลอดทั้ง 20 นัดหลังสุด จะมีเพียง นัดเดียวที่พวกเขาเสมอกับ โตริโน่ และนอกนั้นสามารถคว้าชัยได้เหลือคู่แข่งได้หมดทั้งสิ้น มาดูฟอร์มของฝั่งทีมเยือนกันบ้าง โดยกายารี่ ทีมฟอร็มที่ไม่เข้าท่าเลย 5 นัดหลังสุด แพ้ไป 2 เสมอไปอีก 3 ไม่สามารถเอาชนะคู่แข่งได้เลย ยิ่งแล้วใหญ่ถ้าหากว่ามาดูฟอร์มการออกไปเล่นนอกบ้านด้วยแล้ว ยิ่งแล้วกันไปใหญ่ 5 นัดหลังสุดแพ้ไป 4 นัด และเสมออีก 1 นัด การเจอกันระหว่า 2 ทีมนี้ยูเวนตุสถือว่าทำได้ดีกว่า ถเาหากดูว่ายูเวนตุสเคยแพ้กายารี่เมื่อไหร่แล้วละก็ ต้องย้อนกลับไปในปี 2009 กันเลยทีเดียว ยิ่งดูยิ่งก็เห็นว่าเจ้าบ้านยูเวนตุสเป็นฝ่ายที่ถือป้ายเหนือกว่าอย่างแน่นอน   แทงบอลออนไลน์ สำหรับคนชอบเล่นบอลออนไลน์ หน้าเว็บไซด์เรามีบริการเปิดให้แทงบอลออนไลน์ได้แล้ววันนี้ พร้อมทั้งมีบริการ Call center ตลอด 24 ชั่วโมงเพื่อดูแลลูกค้าทุก ๆ ท่าน   เรามาดูกันเลยว่าทั้ง 2 ทีมนั้นจัดแผนไหนมาสู้กัน ยูเวนตุส จัดตัวมาในแผน 4 – 2 – 3 – 1 ผู้รักษาประตู : Gianluigi Buffon กองหลัง : Stephan Lichtsteiner, Daniele Rugani, Giorgio Chiellini, Alex Sandro กองกลาง : Miralem Pjanic, Claudio Marchisio, Juan Cuadrado, Paulo Dybala, Mario Mandzukic กองหน้า : Gonzalo Higuain ผู้เล่นสำรอง : Mattia De Sciglio, Medhi Benatia, Sami Khedira, Douglas Costa, Blaise Matuidi, Andrea Barzagli,Carlo Pinsoglio, Kwadwo Asamoah, Wojciech Szczesny, Stefano Sturaro, Rodrigo Bentancur, Federico Bernardeschi ผู้จัดการทีม : Massimiliano Allegri   กายารี่ จัดตัวมาในแผน 4 – 3 – 4 – 2 ผู้รักษาประตู : Alessio Cragno กองหลัง : Marco Capuano, Fabio Pisacane, Marco Andreolli, Simone Padoin กองกลาง : Artur Ionita, Luca Cigarini, Paolo Pancrazio Farago, Nicolo Barella กองหน้า : Duje Cop, Diego Farias ผู้เล่นสำรอง : Daniele Dessena, Andrea Cossu, Niccolo Giannetti, Joao Pedro, Senna Miangue, Filippo Romagna, Luca Ceppitelli, Marco Sau, Luca Crosta, Riccardo Daga ผู้จัดการทีม : Massimo Rastelli   สถิติต่างๆที่เกิดขึ้นตลอดทั้งเกมนี้ ยูเวนตุส vs กายารี่   จังหวะสำคัญๆต่างๆในเกมนี้ เกมการแข่งขันในวันนี้จะเป็นเกมประเดิมสนามของฤดูกาลใหม่ของศึกกัลโช่ ซีเรียอา อิตาลี โดยในนัดนี้จะเตะกันที่สนาม อัลลิอันซ์ อารีน่า ในเมืองทูริน ผู้ตัดสินที่รับหน้าที่ชี้ขาดใบนสนามคือ Fabio Maresca และมาผู้ชมเข้ามาชมเกมนี้ถึง 39,226 คนกันเลยทีเดียว เกมการแข่งขันเริ่มขึ้น โดยฝั่งเข้าบ้านอย่างม้าลายยูเว่เปิดเกมบุกใส่อย่างต่อเนื้อไม่มีหยุดหย่อน เกมดำเนินมาถึงนาทีที่ 12 Stephan Lichtsteiner แบ็คขวาจอมบุกของม้าลาย เติมเกมบุกริมเส้นมาเปิดบอลให้กับ Mario Mandzukic และ Mario Mandzukic ก็ไม่พลาดในลูกนี้ส่งบอลลงไปนอนอยู่ก้นตาข่าย ทำให้เจ้าบ้านออกนำฝั่งทีมเยือนอย่างรวดเร็ว ในนาทีที่ 39 ทีมเยือนอย่างกายารี่มาได้ลูกจุดโทษ จากจังหวะที่ Alex Sandro เกิดไปทำฟาวล์ใส่  Duje Cop ในกรอบเขตโทษ Diego Farias รับหน้าที่สังหารโทษลูกนี้หวังตีเสมอ แต่ผู้รักษาประตูอย่าง Gianluigi Buffon ก็ไม่พลาดที่จะเซฟลูกนี้ไว้ได้ ก่อนหมดเวลาเพียง 1 นาที่ Miralem Pjanic จ่ายบอลให้กับ Paulo Dybala ได้อย่างสวยงาม การประสานงานกันในครั้งนี้ถือว่าทำได้อย่างยอดเยี่ยม ก่อนที่ Paulo Dybala จะซัดตุงลูกนี้ตาข่ายเกือบขาด ทำให้ยูเว่นำห่างออกไปเป็น 2-0 เกมในครึ่งหลังกำเนินมาถึงในนาทีที่ 66 Alex Sandro ส่งบอลให้กับ Gonzalo Higuain ได้สวยก่อนที่ Gonzalo Higuain จะซัดเต็มข้อล่อเต็มแข้งอย่างไม่ได้ บอลพุ่งเข้าประตูไปดูตามแทบไม่ทัน ยูเว่นำห่างออกไปเป็น 3-0   ยูเวนตุส 3-0 กายารี่   วิเคราะห์เกมหลังการแข่งขัน ผลก็เป็นไปตามที่วิเคราะห์ไว้ตั้งแต่แรกอยู่แล้วว่า ทีมเจ้าบ้านอย่างม้าลายยูเวนตุสนั้น ถือไพ่อยู่เหนือกว่าพอสมควร ดูจาก ชื่อเสียง ขนาดทีม และตัวนักเตะแล้วยูเว่เหนือกว่ากายารี่อยู่หลายขุม ทำให้เกมมันออกมาแบบนี่เห็น ถ้าหากดูจากสถิติโดยรวมๆแล้ว ยูเวนตุสมีโอกาสทำประตูถึง 14 ครั้ง ยิงเข้ากรอบไป 8 ครั้ง และเป็นประตูถึง 3 ประตูเลยทีเดียวถือว่ามีความเด็ดขาดอยู่พอสมควร ไม่ใช่โอกาศเปลือง มาดูทางฝั่งของทีมเยือนอย่างกายารี่แล้ว ยิงไปเพียงแค่ 5 ครั้ง ตลิดทั้งเกม และเข้ากรอบไปเพียง 2 ครั้ง ทำให้เห็นว่ากายารี่แทบจะไม่มีโอกาสที่จะบุกใส่ยูเว่เลย ดูจากเปอร์เซ็นการครองเป็นก็จะเห็นได้อย่างชัดเจนเลยทีเดียว เจ้าบ้านครองเกมถึง 64% ส่วนทีมเยือน 36% และสถิติของยูเว่ก็ยังคงดำเนินต่อไป ที่พวกเขาไม่กพ้ให้กับกายารี่มา 8 ปีแล้ว

ไฮไลต์การแข่งขันฟุตบอลบุนเดสลีกา เยอรมัน บาเยิร์น มิวนิค 3-1 เลเวอร์คูเซ่น

  ไฮไลต์การแข่งขันฟุตบอลบุนเดสลีกา เยอรมัน ระหว่าง บาเยิร์น มิวนิค พบกับ เลเวอร์คูเซ่น วันอาทิตย์ที่ 18 สิงหาคม เวลา 01:30 น.  สนามแข่งขัน : อัลลิอันซ์อาเรนา, มิวนิก ผู้ตัดสิน : Tobias Stieler ผู้เข้าชม : 75,000 คน     เกมการแข่งขันในนัดนี้เป็นการแข่งขันในนัดเปิดฤดูกาลของศึกบุนเดสลีกา เยอรมัน โดยถือว่าคู้นี้เป็นคู่เปิดสนามกันเลยทีเดียว โดยเกมนี้เป็นคู่บิ๊กแมทเลยก็ว่าได้ คือการโคจรมาพบกับของสองทีมยักใหญ่ มาดูสถิก่อนเกมจะเริ่มกันเลยดีกว่า  เริ่มต้นจากทางเจ้าบ้านอย่าง บาเยิร์น นั้นเมื่อตอนออกทัวร์ปรีซีซันนั้นถือว่าทำผลงานได้ไม่ดีเท่าที่ควร 5 นัดหลังสุดของพวกเขาพลาดท่าแพ้ไปถึง 3 นัดเลยทีเดียว แต่ทว่าเมื่อมาลงเล่นในศึกฟุตบอลถ่วยอย่าง เยอรมัน ซุปเปอร์คัพแล้ว ในนัดที่เจอกับเสือเหลืองดอร์ทมุนนั้น ในเกมสู้กันสุดมัน โดนเสมอกันไปที่ 2-2 จนต้องดวนจุดโทษตัดสินกันเลยทีเดียว และเป็นทางฝั่งของบาเยิร์นที่คมกว่าชนะดวนจุดโทษได้ไปในที่สุด และมาดูฟอร์มในบ้าน ใน 5 นัดหลังสุดนี้ถ้าไม่นับการแข่งขันกันเมื่อตอนปรีซีซันแล้ว บาเยิร์นยังมีฟอร์มที่ดีอยู่ในการเล่นในบ้าน โดยสถิติ ชนะและแพอย่างละ 2 นัด และเสมอไป 1 นัด ส่วนฟอร์มของทีมเยื่ออย่างห้างขายยา เลเวอร์คูเซ่นแล้ว ผมงานที่ผ่านมาดูไม่จืดเอาเสียเลย โดยพวกเขาไม่สามากำชัยเหนือทีมไหนได้เลยตลอดทั้ง 7 นัดหลังสุด โดยแพ้ไป 3 นัด และเสมอไป 4 นัด ถือว่าเป็นฟอร์มการเล่นที่ยังห่างไกลที่จะเอาชนะเจ้าบ้านอย่างเสือใต้ได้ และสุดท้ายคือพวกเขาได้เสียกองหน้าตัวเก่งอย่าง ชิชาลิโต้ไปให้กับขุนฆ้อนแล้ว นั้นจึงเป็นปัจจัยที่สำคัญที่สุด ถ้าหากยังไม่พอ เรามาดูสถิการพบกันของคู่นี้เลย 10 นัดล่าสุดที่พวกเขาพบกับ เลเวอร์คูเซ่นไม่สามารถเอาอนะเสือใต้ได้เลยแม้แต่ครั้งเดียว   แทงบอลออนไลน์ สำหรับคนชอบเล่นบอลออนไลน์ หน้าเว็บไซด์เรามีบริการเปิดให้แทงบอลออนไลน์ได้แล้ววันนี้ พร้อมทั้งมีบริการ Call center ตลอด 24 ชั่วโมงเพื่อดูแลลูกค้าทุก ๆ ท่าน   เรามาดูกันเลยว่าทั้ง 2 ทีมนั้นจัดแผนไหนมาสู้กัน บาเยิร์น มิวนิค จัดตัวมาในแผน 4 – 2 – 3 – 1 ผู้รักษาประตู : Sven Ulreich กองหลัง : Joshua Kimmich, Niklas Suele, Mats Hummels, David Alaba กองกลาง : Corentin Tolisso, Sebastian Rudy, Thomas Mueller, Arturo Vidal, Franck Ribery กองหน้า : Robert Lewandowski ผู้เล่นสำรอง : Arjen Robben, Rafinha, Kingsley Coman, Marco Friedl, Renato Sanches, Christian Fruechtl, Milos Pantovic ผู้จัดการทีม : Carlo Ancelotti   เลเวอร์คูเซ่น จัดตัวมาในแผน 4 – 2 – 3 – 1 ผู้รักษาประตู : Bernd Leno กองหลัง : Wendell, Sven Bender, Jonathan Tah, Benjamin Henrichs กองกลาง : Charles Aranguiz, Dominik Kohr, Leon Bailey, Admir Mehmedi, Karim Bellarabi กองหน้า : Kevin Volland ผู้เล่นสำรอง : Alexander Dragovic, Julian Brandt,Julian Baumgartlinger, Joel Pohjanpalo, Vladlen Yurchenko, Ramazan Oezcan, Kevin Kampl ผู้จัดการทีม : Heiko Herrlich   สถิติต่างๆที่เกิดขึ้นตลอดทั้งเกมนี้ เยอรมัน บาเยิร์น มิวนิค vs เลเวอร์คูเซ่น   จังหวะสำคัญๆต่างๆในเกมนี้ เกมการแข่งขันในวันนี้เริ่มต้นขึ้นที่สนามอัลลิอันซ์อาเรนาในเมืองมิวนิก โดยผู้ตัดสินในเกมนี้คือ Tobias Stieler  และมีผู้เข้าชมในเกมนี้มากเลยทีเดียวถึง 75,000 คน เกมเริ่นต้นขึ้นมาถึงในนาทีที่ 8 Dominik Kohr ของไบเอนอร์ เลเวอร์คูเซ่นโดนใบเหลืองไปก่อนเป็นคนแรกของเกมนี้ หลังจากที่เขาได้ไปเหนี่ยว Franck Ribery หลังจากนั้นอีกเพียง 1 นาที Sebastian Rudy จ่ายบอลให้กับเพื่อนร่วมทีมอย่าง Niklas Suele ก่อนที่เขาจะซัดบอลตุงตาข่ายเข้าไป ทำให้เจ้าบ้านอย่างเสือใต้ขึ้นนำก่อน 1-0 หลังจากนั้นอีก 10 นาทีในนาทีที่ 19 Arturo Vidal สร้างสรรณจังหวะนี้ได้อย่างสวยงาม จ่ายบอลให้กับ Corentin Tolisso ซัดบอลเข้ากรอบประตูไป ในนาทีที่ 53 Robert Lewandowski ล้มลงไปในกรอบเขตโทษผู้ตัดสินจึงขอภาพรีเพล และให้เป็นลูกโทษในที่สุด และตัวเขาเอง ซัดลูกนั้นเข้าประตูไป บาเยิร์นนำห่างออกไป 3-0 เกมการแข่งขันดำเนินมาถึงนาทีที่ 65 ทีมเยือนมาตีไข่แตกได้สำเร็จ จากจังหวะที่ Julian Brandt ส่งบอลให้กับ Admir Mehmedi ยิงผ่านมือผู้รักษาประตูบองบาเยิร์นเข้าไป สกอร์ตอนนี้อยู่ที่ 3-1   เยอรมัน บาเยิร์น มิวนิค 3-1 เลเวอร์คูเซ่น   วิเคราะห์เกมหลังการแข่งขัน ผลออกมาให้เห็นกันแล้วเป็นทางเจ้าบ้านที่ชิงจังหวะได้เหนือกว่าดูจากสถิในเกมโดยรวมแล้ว บาเยิร์นยิงไปทั้งหมด 13 ลูก เข้ากรอไปทั้งหมด 7 ครั้ง และเป็นประตูถึง 3 ลูกเลยทีเดียว  ส่วนฝั่งทีมเยือนยิงไม่ค่อยคมเท่าไหร่ในเกมนี้ โดยยิงไปทั้งสิ้น 15 ลู้ เข้ากรอบเพียง 5 ลูกและเป็นประตู 1 ลูก ส่วนเปอร์เซ็นการครองบอลนั้น เกือบจะไม่เป็นผลอะไรมาก ครองบอลเกือบเท่ากันเลยคือ 52% และ 48% จากสถิตอข้างต้นที่กล่าวมาและสถิติก่อนการแข่งขันนั้น แสดงให้เห็นแล้วว่าไปในทิศทางเดียวกันคือ เลนเวอร์คูเซ่นก็ยังคงเป็นบอลที่แพ้ทางทีมอย่างเสือใต้ และทีมของพวกเขานั้นยังไม่สามารถเอาชนะบาเยิร์นได้ต่อไปอีก

ผลการแข่งขันระหว่าง บาร์เซโลนา vs เรอัล มาดริด

การแข่งขัน สเปน ซุปเปอร์คัพ ระหว่าง บาร์เซโลนา vs เรอัล มาดริด วันที่ 14/08/17  เวลา  03:00 น. สนาม : แคมป์นู, บาร์เซโลนา ผู้ตัดสิน : Ricardo De Burgos จำนวนผู้เข้าชมเกม 89,514 คน   รายชื้อผู้เล่นและ แผนการเล่นของทั้ง 2 ทีม เหตุการณ์สำคัญๆต่างที่เกิดขึ้นระหว่างเกมการแข่งขัน ครึ่งเวลาแรก ยินดีต้อนรับเข้าสู่แคมป์นู นี่แหละคือสิ่งที่ทุกคนรอคอย ผู้ตัดสินเป่านกหวีดให้สัญญาฌเริ่มเกม นาทีที่ 1′ บาร์ซ่าเป็นผ่านเริ่มเขี่ยบอล นาทีที่ 1′ มันเป็นวันที่สดใส เหมาะแก่การเล่นฟุตบอล นาทีที่ 1′ สนามสุดยอดเลย หวังว่านักเตะทุกคนจะเพริดเพรินกับการเล่น นาทีที่ 1′ Casemiro แย่บอลมาจาก Ivan Rakitic ได้ นาทีที่ 1′ Mateo Kovacic ยิงไกล แต่ผู้รักษาประตูเซฟไว้ได้ นาทีที่ 2′ Gerard Deulofeu ถูกจับล้ำหน้าไป นาทีที่ 3′ Karim Benzema พลายามที่จะจ่ายบอลไปในกรอบเขตโทษ แต่ก็โดนตัดบอลไปได้จากผู้เล่นฝั่งตรงข้าม นาทีที่ 5′ Marcelo ถูกจัดล้ำหน้าไป นาทีที่ 10′ Gerard Deulofeu เปิดบอลเข้าไปลุ้น นาทีที่ 10′ Mateo Kovacic เครียบอลออกไปได้ นาทีที่ 10′ Andres Iniesta ชิปบอลไปข้างหน้า นาทีที่ 10′ Luis Suarez รับมาและยิงลูกนี้ แต่ผู้รักษาประตูเซฟไว้ได้ นาทีที่ 10′ อัตราการครองบอลของเจ้าบ้านอยู่ที่ 60% และฝั่งของทีมเยือนอยู่ที่ 40% นาทีที่ 11′ Lionel Messi จ่ายบอลตัดหลังกองหลังมาดริดไป ผู้โกลออกมาตัดบอลลูกนี้ได้ก่อน นาทีที่ 14′ เรอัล มาดริดได้ทุ่มบอลในฝั่งตรงข้าม นาทีที่ 15′ Gerard Deulofeu ถูกจัดล้ำหน้าไป นาทีที่ 15′ Isco เปิดบอลไปข้างหน้า นาทีที่ 15′ Samuel Umtiti เครียบอลทิ้งออกไปได้ นาทีที่ 18′ Isco ล็อคหลบคู่ต่อสู้ไปได้ นาทีที่ 18′ Isco ยิงลูกนี้หลุดกรอบออกไป นาทีที่ 20′ Casemiro ทำฟาวล์ใส่ Lionel Messi นาทีที่ 20′ ผู้ตัดสินควักใบเหลืองให้กับ Casemiro จากการทำฟาวล์ก่อนหน้านี้ นาทีที่ 20′ อัตราการครองบอลของเจ้าบ้านอยู่ที่ 58% และฝั่งของทีมเยือนอยู่ที่ 42% นาทีที่ 23′ Karim Benzema ฟาวล์ หลังจากไปผลักใส่ Aleix Vidal นาทีที่ 26′ เรอัล มาดริดได้ทุ่มบอลในฝั่งตรงข้าม นาทีที่ 27′ Gerard Deulofe รับหน้าที่เปิดมุมให้กับบาร์ซ่า โดยเปิดมุมจากทางมุมธงด้านซ้าย นาทีที่ 27′ Gerard Pique ทำแฮนด์บอล นาทีที่ 27′ ผู้ตัดไม่รีรอที่จะแจกใบเหลืองของเขาให้กับ Gerard Pique นาทีที่ 30′ Casemiro ยิงไกลลูกนี้ แต่โกลเซฟไว้ได้ นาทีที่ 30′ อัตราการครองบอลของเจ้าบ้านอยู่ที่ 58% และฝั่งของทีมเยือนอยู่ที่ 42% นาทีที่ 33′ Gerard Deulofeu เปิดบอลไปในแดนหน้า นาทีที่ 33′ Marcelo เตะทิ้งออกมาได้ นาทีที่ 36′ Luis Suarez ทำชิ่ง 1-2 กับ Ivan Rakitic ได้อย่างสวยงาม นาทีที่ 36′ Daniel Carvajal เครียบอลออกหลังไป เป็นลูกเตะมุมของทางบาร์ซ่า นาทีที่ 37′ Isco ล็อคหลบคู่ต่อสู้ไปได้ นาทีที่ 37′ Isco จ่ายบอลให้กับเพื่อนร่วมทีม นาทีที่ 37′ Gareth Bale ยิงวอลเล่ลูกนี้ แต่โกลก็เซฟไว้ได้อีกเช่นเคย นาทีที่ 38′ บาร์ซ่าเล่นเกมสวนกลับในทันควัน นาทีที่ 40′ Lionel Messi ตัดฟาวล์ใส่ Casemiro นาทีที่ 40′ ผู้ตัดสินเดินมากแจกใบเหลืองให้ Lionel Messi นาทีที่ 40′ อัตราการครองบอลของเจ้าบ้านอยู่ที่ 58% และฝั่งของทีมเยือนอยู่ที่ 42% นาทีที่ 41′ Gareth Bale ตัดฟาวล์ใส่ Sergio Busquets นาทีที่ 41′ ผู้ตัดสินเดินมากแจกใบเหลืองให้ Gareth Bale นาทีที่ 41′ Daniel Carvajal เข้าบอลลูกนี้อันตรายมากใส่ Andres Iniesta นาทีที่ 41′ ผู้ตัดสินเดินมากแจกใบเหลืองให้ Carvajal นาทีที่ 45+1′ ผู้ตัดสินเป่านกหวีดหมดเวลาครึ่งแรก ครึ่งเวลาหลัง นาทีที่ 46′ เกมในครึ่งหลังเริ่มขึ้นหลังจากผู้ตัดสินเป่านักหวีดให้สัญญาณ นาทีที่ 49′ Toni Kroos เปิดมุมโค้งเข้ามาจากมุมธงด้านขวา นาทีที่ 49′ Gerard Pique เตะทิ้งออกมาได้ นาทีที่ 50′ Marcelo เปิดบอลเข้าไปอีกครั้ง นาทีที่ 50′ G O O O A A A L!!! Gerard Pique ทำเข้าประตูตัวเอง นาทีที่ 50′ อัตราการครองบอลของเจ้าบ้านอยู่ที่ 52% และฝั่งของทีมเยือนอยู่ที่ 48% นาทีที่ 52′ Karim Benzema วิ่งไปกับบอลได้อย่างสวยงาม นาทีที่ 52′ Karim Benzema จ่ายบอลเข้าไปลุ้น แต่ถูกผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามตัดยอดเอาไว้ได้ นาทีที่ 56′ Toni Kroos ทำฟาวล์ใส่ Ivan Rakitic นาทีที่ 57′ Lionel Messi ยิงฟรีคิ๊กลูกนี้ แต่โดนบล็อคเอาไว้ได้ นาทีที่ 57′ Sergio Busquets ไปผลักใส่ Isco นาทีที่ 57′ ผู้ตัดสินไม่รอช้าที่จะแจกใบเหลืองให้แก่ Sergio Busquets นาทีที่ 60′ อัตราการครองบอลของเจ้าบ้านอยู่ที่ 56% และฝั่งของทีมเยือนอยู่ที่ 44% นาทีที่ 60′ Gareth Bale เปิดบอลเข้าไปได้ลุ้น นาทีที่ 60′ Isco โหม่งออกหลังไป เสียของ นาทีที่ 65′ Ivan Rakitic ยิงไกลลูกนี้ ถูกบล็อคเอาไว้ได้ นาทีที่ 67′ เกมถูกหลุดลงเมื่อมีผู้เล่นบางคนนอนเจ็บอยู่ในสนาม นาทีที่ 67′ Mateo Kovacic  นอนเจ็บอยู่และเรียกแพทย์สนามเข้ามาดูอาการ นาทีที่ 67′ Mateo Kovacic  ถูกเปลี่ยนตัวออกไปละส่ง Marco Asensio ลงมาแทน นาทีที่ 70′ อัตราการครองบอลของเจ้าบ้านอยู่ที่ 57% และฝั่งของทีมเยือนอยู่ที่ 43% นาทีที่ 72′ Casemiro จ่ายบอลลูกนี้ไปได้ลุ้นเลย นาทีที่ 72′ Cristiano Ronaldo ยิงลูกนี้เข้าไป แต่ถูกจับว่าล้ำหน้าไปเสียก่อนแล้ว นาทีที่ 76′ Keylor Navas ทำฟาวล์ใส่ Luis Suarez ในกรอบเขตโทษ ผู้ตัดสินให้เป็นลูกจุดโทษ นาทีที่ 76′ Marcelo โดนใบเหลืองไปจากจังหวะที่ไปโต้แย้งกับผู้ตัดสิน นาทีที่ 77′ G O O O A A A L!!! Lionel Messi รับหน้าที่สังหารจุดโทษ และก็ไม่พลาดยิงบอลเข้าประตูไปทำให้บาร์ซ่าตามตีเสมอมาได้ นาทีที่ 79′ Cristiano Ronaldo เปดบอลเข้าไปได้ลุ้นเลยจังหวะนี้ นาทีที่ 79′ Marc-Andre ter Stegen ออกมาคว้าบอลเอาไว้ได้ก่อน นาทีที่ 80′ มาดริดเล่นเกมสวนกลับเร็วไปในทันที นาทีที่ 80′ Cristiano Ronaldo วิ่งพาบอลขึ้นมาได้ดีมาก นาทีที่ 80′ G O O O A A A L!!! Cristiano Ronaldo ยิงลูกนี้เข้าประตูไป ทำให้มาดริดออกนำอีกครั้ง นาทีที่ 80′ อัตราการครองบอลของเจ้าบ้านอยู่ที่ 59% และฝั่งของทีมเยือนอยู่ที่ 41% นาทีที่ 81′ Cristiano Ronaldo ดีใจจนถอดเสือ และโดนใบเหลืองไปในมที่สุด นาทีที่ 82′ Cristiano Ronaldo พ่งล้มในกรอบเขตโทษ นาทีที่ 82′ ผู้ตัดสินไม่รีรอที่จะแจกใบเหลืองให้กับ Cristiano…

×